คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 23, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 776,247 คน

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 22/02/2562

คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) คือเม็ดสีเขียวที่พบในพืชต่างๆ พืชจะใช้คลอโรฟิลล์กับแสงในการสร้างอาหารให้กับตนเอง มีการนำคลอโรฟิลล์ไปผลิตยา โดยใช้หญ้าอัลฟาฟ่า (alfalfa (Medicago sativa)) และมูลของหนอนไหม คลอโรฟิลล์ใช้ระงับกลิ่นปากและยังใช้รักษาอาการท้องผูก ขับสารพิษ และรักษาบาดแผลผ่าตัดได้ด้วย

โฆษณาจาก HonestDocs
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad

บุคลากรทางการแพทย์ยังใช้วิธีฉีดคลอโรฟิลล์เข้าเส้นเลือดเพื่อรักษาปัญหาตับอ่อน ที่เรียกว่าภาวะ chronic relapsing pancreatitis

คลอโรฟิลล์ทำงานอย่างไร?

หลังจากคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll (CHL) derivatives) ผ่านทางเดินอาหารเข้าสู่สภาวะกรดของกระเพาะอาหาร จะแตกตัวเปลี่ยนไปเป็นพลีโอไฟติน (Pheophytins (PHE)) แล้วจึงถูกดูดซึมที่เซลล์ลำไส้เล็ก เพื่อเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตต่อไป

ประโยชน์ของคลอโรฟิลล์

คลอโรฟิลล์ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนี้

  • บรรเทาอาการตับอ่อนอักเสบ (pancreatitis) การฉีดคลอโรฟิลล์เข้าเส้นเลือด (intravenously (by IV)) อาจช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดและอาการอื่นๆ ของผู้ป่วยตับอ่อนอักเสบเรื้อรังกลับช้ำ (Chronic relapsing pancreatitis) ได้
  • มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant effect) 
  • ช่วยเสริมสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง จากการที่โครงสร้างของคลอโรฟิลด์มีความคล้ายคลึงกับฮีโมโกลบิน (hemoglobin) จึงกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้หัวใจทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยรักษาภาวะโลหิตจาง (Anemia) และธาลัสซีเมีย (thalassemia)
  • ช่วยในการสมานแผล (wound-healing properties)

ภาวะที่ยังคงขาดหลักฐานว่าใช้คลอโรฟิลล์รักษาได้หรือไม่

  • แผลที่เกิดจากเชื้อไวรัสเริม (Herpes simplex virus (HSV)) งานวิจัยพบว่าการทาคลอโรฟิลล์ในรูปของเจลหรือสารละลายบนผิวหนังจะช่วยฟื้นฟูและลดจำนวนของแผลที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเริมได้
  • โรคงูสวัด (Shingles or Herpes zoster) งานวิจัยพบว่าการทาคลอโรฟิลล์ในรูปของเจลหรือสารละลายบนผิวหนังช่วยฟื้นฟูและลดความถี่ของอาการปวดจากโรคงูสวัดได้
  • มะเร็งปอด งานวิจัยพบว่าการฉีดคลอโรฟิลล์เข้าเส้นเลือดพร้อมกับยาทาพาลาพอร์ฟิน (Talaporfin) ตามด้วยการรักษาด้วยเลเซอร์อาจช่วยลดรอยโรคของผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะต้นได้ แต่ถึงกระนั้นผลของวิธีการนี้ก็คงอยู่ได้เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น
  • มะเร็งผิวหนัง งานวิจัยพบว่าการฉีดคลอโรฟิลล์เข้าเส้นเลือดหรือการทาบนผิวหนังร่วมกับการบำบัดด้วยแสงหรือเลเซอร์จะลดการกลับมาของมะเร็งผิวหนังทั่วไปที่เรียกว่า Basal cell carcinoma ได้

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้คลอโรฟิลล์

คลอโรฟิลล์จัดว่าน่าจะปลอดภัยสำหรับผู้รับประทานส่วนใหญ่ ส่วนการฉีดคลอโรฟิลล์เข้ากระแสเลือดหรือทาบนผิวหนังยังนับว่าอาจจะปลอดภัยหากกำกับดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่ผ่านการฝึกฝนมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อควรระวังคือ คลอโรฟิลล์ทำให้ผิวหนังอ่อนไหวต่อแสงมากขึ้น ดังนั้นหากคุณเป็นคนผิวสีอ่อนแล้วใช้คลอโรฟิลล์ ควรทาครีมกันแดดก่อนออกนอกอาคาร

คำเตือนและข้อควรระวังเป็นพิเศษ

ขณะนี้ยังคงขาดแคลนข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความปลอดภัยจากการใช้คลอโรฟิลล์ในกลุ่มผู้หญิงที่ต้องให้นมบุตรกับหญิงตั้งครรภ์ ดังนั้นคนในกลุ่มดังกล่าวควรเลี่ยงใช้สารชนิดนี้เพื่อความปลอดภัย

โฆษณาจาก HonestDocs
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad

การใช้คลอโรฟิลล์ร่วมกับยาชนิดอื่น

ควรใช้คลอโรฟิลล์ร่วมกับยายาที่เพิ่มความไวต่อแสงอาทิตย์ (Photosensitizing drugs) ด้วยความระมัดระวัง

ยาบางตัวจะเพิ่มความไวต่อแสงอาทิตย์ และคลอโรฟิลล์เองก็เพิ่มความไวได้เหมือนกัน ดังนั้นการรับประทานคลอโรฟิลล์ร่วมกับยาเหล่านั้นจะเพิ่มความไวต่อแสงยิ่งขึ้น จนอาจเพิ่มโอกาสถูกแดดเผา เกิดตุ่มหนอง หรือผื่นขึ้นบริเวณที่ผิวโดนแดดได้ แนะนำว่าควรสวมเสื้อผ้าปกปิดและทาครีมกันแดดเมื่อต้องออกกลางแจ้ง โดยยาที่เพิ่มความไวต่อแสงอาทิตย์มีดังนี้ amitriptyline (Elavil), Ciprofloxacin (Cipro), norfloxacin (Noroxin), lomefloxacin (Maxaquin), ofloxacin (Floxin), levofloxacin (Levaquin), sparfloxacin (Zagam), gatifloxacin (Tequin), moxifloxacin (Avelox), trimethoprim/sulfamethoxazole (Septra), tetracycline, methoxsalen (8-methoxypsoralen, 8-MOP, Oxsoralen), และ Trioxsalen (Trisoralen)

ปริมาณยาคลอโรฟิลล์ที่ควรใช้

อาจเริ่มต้นใช้คลอโรฟิลล์ขนาด 100-300 มิลลิกรัม/วัน

ปริมาณคลอโรฟิลล์ที่เหมาะสมกับแต่ละคนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สุขภาพของผู้ใช้ ผู้ใช้ควรอ่านคำแนะนำบนฉลากของผลิตภัณฑ์และปรึกษาเภสัชกร แพทย์ หรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อนใช้

ที่มาของข้อมูล
  1. Chlorophyll (https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-712/chlorophyll), 21 February 2019.
  2. Jennifer Berry, What are the benefits of chlorophyll? (https://www.medicalnewstoday.com/articles/322361.php), 4 July 2018.
  3. Vinod Kumar Mishra, Azamal Husen and R. K. Bachheti, Medicinal Uses of Chlorophyll: A Critical Overview (https://jeffreydachmd.com/wp-content/uploads/2013/07/Medicinal-uses-of-chlorophyll-Mishra-Hauppauge-Nova-Science-Publishers-2012.pdf),  ResearchGate, January 2011.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์