อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin) คืออะไร ?


Amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน) เป็นชื่อสามัญของยาปฏิชีวนะ (หรือที่เราเรียกกันว่ายาฆ่าเชื้อ) ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียได้หลากหลายชนิด เช่น

  • E.coli (เชื้อในลำไส้ใหญ่ของมนุษย์ ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและอุจจาระร่วง)
  • Staphylococcus spp. (เชื้อแบคทีเรียซึ่งอาศัยอยู่ตามผิวหนัง ทำให้แผลเป็นหนอง ผิวหนังอักเสบ)
  • Streptococcus spp. (เชื้อซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคปอดบวม ไข้สมองอักเสบ)
  • H. influanzae (ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็ก)
  • H. pylori (ทำให้เกิดโรคกระเพาะ)

ตัวยามีคุณสมบัติรักษาเฉพาะโรคจากการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ไม่สามารถใช้รักษาโรคติดเชื้อไวรัสได้ เช่น ไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ ไม่แนะนำให้ใช้ยาหากไม่มีหลักฐานหรืออาการที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชัดเจน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) อนุมัติให้ใช้อะม็อกซีซิลลินตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1980 ปัจจุบันอะม็อกซีซิลลินมีชื่อทางการค้ามากมาย เช่น Amoxil (อะม็อกซิล), Polymox (โพลีม็อกซ์), Larotid (ลาโรติด) และ Moxtag (ม็อกซ์แท็ก)

ข้อควรระวังในการใช้ยา

1. ควรรับประทานยา/ฉีดยาให้ครบตามใบสั่งของแพทย์ ห้ามหยุดยาเอง แม้ว่าอาการเจ็บป่วยจะดีขึ้นแล้ว การได้รับยาไม่ครบอาจทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำรุนแรงและเพิ่มอัตราการเกิดเชื้อดื้อยา (เชื้อดื้อยา หมายถึง เชื้อแบคทีเรียที่สามารถสร้างกลไกการป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกยาปฏิชีวนะทำลาย ในปัจจุบันยาปฏิชีวนะถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย และบ่อยครั้งที่มีการนำไปใช้อย่างไม่เหมาะสม ทำให้อัตราการเกิดเชื้อดื้อยาพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก Superbug (ซูเปอร์บั๊ก)  เป็นคำเรียกเชื้อดื้อยาที่ดื้อต่อยาปฏีชีวนะส่วนใหญ่ แม้กระทั่งยาปฏิชีวนะประสิทธิภาพสูง ทำให้การรักษาผู้ติดเชื้อเป็นไปอย่างยากลำบาก  )

2. อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้เฉียบพลันรุนแรง (anaphylaxis) ผู้ป่วยจะมีผื่นขึ้นตามตัว หายใจหอบ หายใจลำบาก นำไปสู่การเสียชีวิตได้ หากมีประวัติแพ้ยา โดนเฉพาะยาปฏิชีวนะ ควรแจ้งแพทย์ก่อนรับการรักษาทุกครั้ง  

3. อะม็อกซีซิลลินจะทำปฏิกิริยากับยาคุมกำเนิดบางชนิด ทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาควบคู่กัน

4. อาจต้องลดขนาดยาในการรักษาผู้ป่วยสูงอายุ

5. ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับยา วิตามิน และอาหารเสริมทุกชนิดที่ใช้ เนื่องจากอาจมีปฏิกิริยาระหว่างยาเกิดขึ้นได้

6. การใช้ยาอาจมีอันตรายหากผู้ป่วยมีภาวะดังต่อไปนี้

  • ภูมิแพ้
  • โรคไต
  • โรคตับ
  • อุจจาระร่วง
  • หอบหืด
  • ผื่นลมพิษ
  • โรคติดเชื้อโมโนนิวคลีโอสิส (infectious mononucleosis)
  • โรคเฟนนิลคีโตนยูเรีย Phenylketonuria (PKU)

การใช้ยาในหญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร

สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย แต่อะม็อกซีซิลลินสามารถผ่านน้ำนมได้ และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพ้ยาในทารก

การใช้ยาในสัตว์เลี้ยง

ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียในสุนัขและแมว รูปแบบยามีทั้งแบบน้ำและแคปซูล มีผลข้างเคียงน้อย ให้ยาพร้อมกับอาหารได้ ควรให้ยาครบตามจำนวนแพทย์สั่ง ห้ามหยุดยาเอง

ผลข้างเคียงของยา

   ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

  • ท้องไส้ปั่นป่วน
  • ท้องเสีย
  • อาเจียน
  • การติดเชื้อรา

   ผลข้างเคียงรุนแรง หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรหยุดยาและไปพบแพทย์ทันที

  • ผื่นขึ้นตามตัว
  • ผื่นลมพิษ
  • ผื่นผิวหนังลอก
  • หน้าบวม ปากบวม ลิ้นบวม
  • ตัวเหลืองตาเหลือง
  • เลือดออกง่าย มีรอยช้ำง่าย
  • ชัก
  • อ่อนเพลียผิดปกติ
  • เจ็บหน้าอก
  • หายใจลำบาก/หายใจหอบ
  • อุจจาระเป็นมูกเลือด

ปฏิกิริยาระหว่างยาอะม็อกซีซิลลินและยาอื่น ๆ

การเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาเกิดขึ้นเมื่อได้รับยามากกว่าหนึ่งชนิดเข้าไปในร่างกายพร้อม ๆ กัน ยาเหล่านั้นอาจทำปฏิกิริยาต่อกัน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ของยา โดยอาจมีฤทธิ์เพิ่ม/ลดประสิทธิภาพ หรืออาจทำให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นการแจ้งรายการยา/วิตามิน/สมุนไพรที่ใช้ให้แพทย์ทราบจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ยาที่ทำปฏิกิริยาระหว่างยากับอะม็อกซีซิลลิน ได้แก่

  • ยาเม็ดคุมกำเนิด – ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดจะลดลง
  • Allopurinol (ยารักษาโรคเกาต์, ลดระดับกรดยูริก และนิ่วในไต )
  • Probenecid (ยารักษาโรคเกาต์)
  • ยาปฏิชีวนะ เช่น chloramphenicol, sulfonamides, macrolides และ tetracycline

นอกจากนี้ยาอะม็อกซีซิลลิน สามารถทำให้ผลตรวจปัสสาวะผิดปกติได้ ผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องตรวจปัสสาวะควรแจ้งแพทย์หากกำลังได้รับยา

อะม็อกซีซิลลินกับแอลกอฮฮล์

การดื่มแอลกอฮอล์ไม่มีผลต่อประสิทธิภาพของยาอะม็อกซีซิลลิน แต่เนื่องจากผลข้างเคียงของยาคืออาการท้องไส้ปั่นป่วน การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้อาการเหล่านี้แย่ลงได้

ขนาดการใช้ยา

ขนาดยาที่ใช้ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของการติดเชื้อ รูปแบบยาที่ใช้ในผู้ใหญ่มีทั้งยาเม็ดและแคปซูล แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าหนึ่งแก้วตามหลังการรับประทานยา ไม่จำเป็นต้องรับประทานพร้อมมื้ออาหาร ขนาดยาทั่วไป สำหรับรักษาการติดเชื้อหู คอ จมูก คือ 500 มิลลิกรัม ทุก 12 ชม. หรือ 250 มก. ทุก 8 ชม. และสำหรับการติดเชื้อรุนแรง คือ 875 มก. ทุก 12 ชม หรือ 500 มก. ทุก 8 ชม.การใช้ยาในเด็กจะคำนวณปริมาณยาตามน้ำหนัก รูปแบบยาที่ใช้ในเด็กมียาน้ำและยาเม็ดเคี้ยว ขนาดยาในเด็กอายุมากกว่า 3 เดือนที่มีการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างคือ 40 มก. ต่อน้ำหนัก 1 กก. ต่อวัน โดยแบ่งยารับประทาน 3 ครั้งต่อวัน ทุก 8 ชม. หรือ 45 มก.ต่อน้ำหนัก 1 กก. ต่อวัน แบ่งยารับประทาน 2 ครั้งต่อวัน ทุก 12 ชม.

การใช้ยาเกินขนาด

มีโอกาสน้อยมากที่จะมีการใช้ยาเกินขนาด หากพบการใช้ยาเกินขนาด สามารถโทรปรึกษา/สอบถามข้อมูลได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 1367 สายด่วนศูนย์พิษรามาธิบดี เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง หากผู้รับประทานยาเกินขนาดมีอาการหมดสติ หยุดหายใจ หรือภาวะฉุกเฉินอื่น ๆ โทรเรียกสายด่วนช่วยชีวิตได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 1669

ถ้าลืมรับประทานยาต้องทำอย่างไร ?

ถ้าลืมรับประทานยา ให้รับประทานยาทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าเป็นเวลาที่ใกล้กับมื้อต่อไป ให้ข้ามไปรับประทานยามื้อต่อไปเลยโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า การกินยาไม่สม่ำเสมอจะทำให้การติดเชื้อหายยาก หายช้าลง

ตัวอย่างรูปแบบยา Amoxicillin

Trimox 250 มก. , แคปซูลสีแดงชมพู

Trimox 250 มก., แคปซูลสีแดงชมพู

Trimox 500 มก. , แคปซูลสีแดงชมพู

Trimox 500 มก., แคปซูลสีแดงชมพู

Amoxil 125 มก. ยาเม็ดเคี้ยวรูปไข่สีชมพู

Amoxil 125 มก. ยาเม็ดเคี้ยวรูปไข่สีชมพู

Amoxil 250 มก. ยาเม็ดเคี้ยวรูปไข่สีชมพู

Amoxil 250 มก. ยาเม็ดเคี้ยวรูปไข่สีชมพู

คำถามที่พบบ่อย

คำถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของยา

ถาม 1 : ยา amoxicilli(อะม็อกซีซิลลิน) คือยาอะไร ?

ยาอะม็อกซีซิลลินเป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่ม Penicillin (เพนิซิลิน) ซึ่งมีกลไกฆ่าเชื้อแบคทีเรีย คือยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ มีผลกับทั้งแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบ ใช้รักษาการติดเชื้อได้หลากหลายชนิด เช่น การติดเชื้อในหู, ทางเดินปัสสาวะ, ทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและล่าง, หนองใน, เชื้อ E.coli และ salmonella ซึ่งทำให้เกิดลำไส้อักเสบติดเชื้อรุนแรง กระเพาะอาหารอักเสบจากเชื้อ  H. Pylori และป้องกันการเกิดเยื่อบุหัวใจอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียในช่องปากในผู้ป่วยหัวใจผิดปกติที่เข้ารับการผ่าตัด-ทำฟัน

วิธีใช้ยา อาจรับประทานตามมื้ออาหาร ทุก 8 หรือ 12 ชั่วโมง ขนาดยาที่ใช้จะแตกต่างกันไปตามความรุนแรงและชนิดของการติดเชื้อ สามารถรับประทานพร้อมอาหาร นม หรือน้ำผลไม้ได้ มีเพียง Moxatag สูตรยาพิเศษของอะม็อกซีซิลลิน ที่ต้องรับประทานยาภายใน 1 ชั่วโมงหลังมื้ออาหาร ผู้ป่วยโรคไตอาจต้องปรับขนาดยาตามค่าการทำงานของไต ผู้ป่วยควรรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอและครบตามแพทย์กำหนด ห้ามหยุดยาเองแม้อาการจะดีขึ้นแล้ว  ไม่ควรซื้อยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรอื่นมารับประทานร่วมกับอะม็อกซีซิลลินโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยจะพิจารณาใช้ยาเมื่อมีหลักฐานหรืออาการที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียอย่างชัดเจน ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยา

ผลข้างเคียงของยาที่พบบ่อย ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ผื่น และการเกิดลำไส้อักเสบ การใช้อะม็อกซีซิลลินรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อโมโนนิวคลีโอสิสอาจทำให้เกิดผื่น ซึ่งอาจแยกกับการแพ้ยาได้ยาก หากมีปัญหาการหายใจ ผื่นคัน ผื่นลมพิษ เลือดออกง่ายหรือช้ำง่าย ท้องเสียติดต่อกันหลายวัน เจ็บคอ ไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย แผลในปาก ตกขาวผิดปกติ สับสน เวียนศีรษะ นอนไม่หลับ รู้สึกกระวนกระวาย ควรรีบไปพบแพทย์ การใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานมีผลเสียคือทำให้เกิด Superinfection (การติดเชื้อแทรกซ้อน เช่น เชื้อรา เนื่องจากการกินยาปฏิชียวะติดต่อกันนาน ๆ จะทำลายแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้เชื้ออื่น ๆ เจริญเติบโตขึ้นมาก่อโรคได้) ผู้ใช้ยามีโอกาสเกิดการแพ้ยาตั้งแต่ระดับไม่รุนแรงจนถึงปฏิกิริยาภูมิแพ้เฉียบพลันรุนแรง (anaphylaxis) ได้  โดยเฉพาะยาในรูปแบบของยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ หากสงสัยว่าเกิดอาการแพ้ ควรหยุดยา และไปพบแพทย์ทันที ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาในกลุ่มเพนิซิลลินมีความเสี่ยงสูงที่จะแพ้ยาอะม็อกซีซิลลินด้วยเช่นกัน แพทย์อาจเปลี่ยนไปใช้ยาชนิดอื่นที่มีประสิทธิภาพในการักษาทัดเทียมกัน

ถาม2 : ยา amoxicillin-clavulanate ต่างกับยาamoxicillin อย่างไร  

amoxicillin-clavulanate ยาอะม็อกซีซิลลิน-คลาวูลาเนท เรียกสั้นว่า อะม็อกซีคลาฟ หรือชื่อทางการค้าที่นิยมใช้ Augmentin (อ็อกเมนติน) คือยาปฏิชีวนะที่ประกอบด้วยตัวยา 2 ชนิด คือ อะม็อกซีซิลลินและโพแทสเซียมคลาวูเนท ดังที่เคยกล่าวไปกับคำถามก่อนหน้า ยาอะม็อกซีซิลลินซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่ม Penicillin (เพนิซิลิน) มีกลไกการฆ่าเชื้อแบคทีเรียโดยยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ ทำให้แบคทีเรียขาดเกราะป้องกันและถูกทำลาย ต่อมาแบคทีเรียรุ่นใหม่ ๆ มีการผลิตสารพิเศษออกมาสกัดกั้นกลไกการยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ของยาในกลุ่มเพนิซิลลิน ทำให้ยาไม่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียเหล่านี้ได้อีกต่อไป จึงมีการเพิ่มโพแทสเซียมคลาวูเนทเข้าไปเพื่อทำลายสารพิเศษของแบคทีเรีย ให้ยาปฏิชีวนะสามารถยังยั้งการสร้างผนังเซลล์ได้ดังเดิม กล่าวได้ว่ายาอะม็อกซีซิลลิน-คลาวูลาเนท/อ็อกเมนติน ก็คือยาอะม็อกซีซิลลินที่ติดอาวุธเพิ่มให้สามารถต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียรุ่นใหม่ได้

ผลข้างเคียงของยาที่พบบ่อย ได้แก่ ท้องเสียถ่ายเหลว, คลื่นไส้, อาเจียน, ผื่นผิวหนัง, ผื่นคัน และช่องคลอดอักเสบ ผลข้างเคียงพบได้น้อย ได้แก่ ลำไส้ปั่นป่วน ผายลมบ่อย และปวดศีรษะ ผลข้างเคียงจะพบมากขึ้นตามขนาดยาที่ผู้ป่วยได้รับ ผลข้างเคียงของอ็อกเมนตินมักไม่รุนแรงและเป็นเพียงชั่วคราว ผู้ใช้ยาส่วนใหญ่สามารถทนผลข้างเคียงได้ดี มีน้อยกว่า 3%เท่านั้นที่ทนไมได้จนเลิกใช้ยา เช่นเดียวกับยาอะม็อกซีซิลลิน ไม่ควรซื้ออ็อกเมนตินมารับประทานเอง ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยจะพิจารณาใช้ยาเมื่อมีหลักฐานหรืออาการที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียชัดเจน ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดเชื้อดื้อยา ขนาดการใช้ยาทั่วไปคือ 500 มก. 1 เม็ด ทุก 12 ชั่วโมง หรือ 250 มก. 1 เม็ด ทุก 8 ชั่วโมง สำหรับการติดเชื้อรุนแรงหรือการติดเชื้อทางเดินหายใจ 875 มก. ทุก 12 ชั่วโมง หรือ 500 มก. ทุก 8 ชั่วโมง แนะนำให้รับประทานยาตอนเริ่มมื้ออาหาร เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายดูดซึมโพแทสเซียมคลาวูเนทได้ดีที่สุด หากรับประทานก่อนอาหารนานเกินไป ผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารอาจทำให้รับประทานอาหารได้น้อย

ถาม 3 : หลังรับประทานยา amoxicillin จำเป็นต้องรอ 4 ชั่วโมงก่อนจึงรับประทานโยเกิร์ตหรือนมได้หรือไม่

ไม่จำเป็น สามารถรับประทานได้ทันที อะม็อกซีซิลลินไม่ทำปฏิกิริยากับนมรวมถึงผลิตภัณฑ์จากนม

ถาม 4 : วางขวดยาน้ำแขวนตะกอนไว้ข้างนอกตู้เย็น ประมาณ 11 ชั่วโมง ยาจะเสียหรือไม่

ไม่เสีย สามารถนำยาไปใช้ได้ตามปกติ ยาน้ำแขวนตะกอนอะม็อกซีซิลลิน สามารถเก็บในอุณหภูมิห้องได้นาน 10 วัน โดยไม่มีผลต่อประสิทธิภาพของยา

คำถามเกี่ยวกับการใช้ยา

ถาม 1 : amoxicillin ใช้รักษาแผลน้ำร้อนลวกได้หรือไม่

ส่วนมากแผลพุพองจากน้ำร้อนลวกจะหายได้เองโดยไม่ต้องรับประทานยาฆ่าเชื้อ ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการดูแลแผล

ถาม 2 : หลังรับประทาน amoxicillin เพื่อรักษาหูชั้นกลางอักเสบมาประมาณ 1 สัปดาห์ อาการปวดดีขึ้น แต่การได้ยินยังเหมือนเดิม มีเสียงดังหึ่ง ๆ ในหู และรู้สึกหูอื้อตลอดเวลา ควรทำอย่างไร

โดยทั่วไปอาการของหูชั้นกลางอักเสบจะดีขึ้นภายใน 2-3 วันแรกหลังเริ่มรับประทานยา ในกรณีที่อาการไม่ดีขึ้น ควรกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง เพราะอาจต้องการยาตัวอื่นเพื่อช่วยบรรเทาอาการ เช่น ยาลดน้ำมูก ส่วนยาฆ่าเชื้อให้รับประทานต่อเนื่องให้ครบตามที่แพทย์สั่ง

ถาม 3 : amoxicillin รักษาโรคหลอดลมอักเสบได้หรือไม่

หลอดลมที่อักเสบติดเชื้อจะตีบแคบลง มีเสมหะเหนียวข้น ทำให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก โดยอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียก็ได้ หลอดลมอักเสบมีทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง

  • แบบเฉียบพลันมักเกิดหลังจากการเป็นไข้หวัดรุนแรง ภูมิคุ้นกันของร่างกายอ่อนแอ อาการจะดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์
  • หลอดลมอักเสบเรื้อรัง มักเกิดจากการระคายเคืองจากควันบุหรี่  หรืออาจจะเกิดจากการมีหลอดลมอักเสบซ้ำ ๆ

หากไม่รักษา อาจทำให้หายใจลำบาก เนื้อปอดถูกทำลาย หรืออาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ หลอดลมอักเสบจากเชื้อไวรัส อาการจะดีขึ้นเองภายใน 1 สัปดาห์ ยาปฏิชีวนะเช่น amoxicillin ซึ่งฆ่าได้เฉพาะเชื้อแบคทีเรียจึงไม่มีบทบาทในการรักษา ในทางตรงกันข้าม หากเป็นหลอดลมอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียอาจต้องการการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ปัจจัยสำคัญในการรักษา คือ ผู้ป่วยต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ บรรเทาอาการไข้และปวดศีรษะด้วยยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล สำหรับผู้สูบบุหรี่ ควรงดจนกว่าจะหายดี

คำถามเกี่ยวกับการใช้ยาในหญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร

ถาม 1 : มารดาที่รับประทานยาamoxicillin 500 มก. ทุก 8 ชม. ยาจะผ่านน้ำนมได้มากเพียงใดและจะมีผลต่อเด็กทารกหรือไม่ ยาอะม็อกซีซิลลินรวมถึงยาในกลุ่มเพนนิซิลลินทุกชนิดสามารถผ่านน้ำนมได้  ปัจจุบันยังไม่พบว่ามีผลร้ายแรงต่อทารก มีเพียงเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพ้ยาเท่านั้น ยังมียาอีกหลายตัวที่สามารถผ่านน้ำนมและอาจมีผลต่อทารกได้ มารดาให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนเริ่มรับประทานยา อาหารเสริม หรือสมุนไพร

ถาม 2 : หญิงตั้งครรภ์สามารถใช้ amoxicillin ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่

ใช้ได้อย่างปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) จัด amoxicillin ให้อยู่ในยาประเภท B คือ ผลการทดลองไม่พบความเสี่ยงของอันตรายที่จะเกิดกับสัตว์ทดลอง แต่ไม่มีการทำการทดลองในมนุษย์ สำหรับยาประเภท B จะพิจารณาให้เมื่อการใช้ยามีผลดีมากกว่าผลเสีย ทั้งต่อแม่และเด็ก

ถาม 3 : Amoxicillin ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้หรือไม่

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลว่า Amoxicillin ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้

คำถามเกี่ยวกับการใช้ยาในเด็ก

ถาม 1 : การใช้ Amoxicillin มีผลให้พฤติกรรมหรืออารมณ์ของเด็กแปรปรวนหรือไม่

ผลข้างเคียงทำให้พฤติกรรมหรืออารมณ์แปรปรวนนั้นพบได้น้อยมาก เด็กอาจมีอาการซุกซนผิดปกติ กระวนกระวาย วิตกกังวล นอนไม่หลับ สับสน  หากผู้ปกครองสังเกตเห็นความผิดปกติเหล่านี้ ควรพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยแยกโรคอื่น ๆ

ถาม 2 : เด็กอายุ 2 เดือน ผสมยากับนมชงให้ดื่มได้หรือไม่ ได้ แต่ต้องมั่นใจว่าทารกได้รับปริมาณยาตามที่กำหนด และให้รีบดื่มยาทันทีเมื่อผสมนมเสร็จ

คำถามเกี่ยวกับผลข้างเคียงของยา

ถาม 1 : amoxicillin ทำให้เกิดอาการไอได้หรือไม่ ยังไม่พบรายงานว่าอะม็อกซีซิลลินมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการไอ หากมีอาการไอมากผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและการรักษาต่อไป

ถาม 2 : amoxicillin ทำให้ความดันโลหิตสูงได้หรือไม่

ยังไม่พบรายงานว่าอะม็อกซีซิลลินมีผลทำให้เกิดความดันโลหิตสูง หากตรวจพบว่ามีความดันโลหิตสูง ควรไปพบแพทย์ทันที ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมักไม่มีอาการ แต่จะเกิดการทำลายอวัยวะต่าง ๆ ไปอย่างช้า ๆ ปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรค เช่น การสูบบุหรี่ ความอ้วน ความเครียด การรับประทานเกลือมากเกินไป การรักษาเริ่มจากการปรับอาหาร การออกกำลังกาย หากไม่สามารถควบคุมความดันได้อาจต้องใช้ยา

ถาม 3 : Amoxicillin ทำให้ผมร่วงได้หรือไม่

ยังไม่พบรายงานผลข้างเคียงดังกล่าว หากผมร่วงผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและแนวทางการรักษา

ถาม 4  : ยา amoxicillin มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานหรือไม่ อย่างไรบ้าง ยังไม่มีการวิจัยที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าการได้รับยา amoxicillin มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน แต่อาจทำให้ผลการตรวจน้ำตาลในปัสสาวะผิดเพี้ยนไปได้ ผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องตรวจปัสสาวะ ควรแจ้งแพทย์ก่อนการตรวจทุกครั้ง

ถาม 5 : ขณะนี้รับประทานยา Prednisone ต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน ตามสูตรของแพทย์โรคภูมิแพ้ คือ สัปดาห์แรกกิน 4 เม็ดต่อวัน  สัปดาห์ที่สอง3เม็ดต่อวัน  สัปดาห์ที่สาม 2 เม็ดต่อวัน และ 1 เม็ดต่อวัน ในสัปดาห์สุดท้าย  ตอนนี้เข้าช่วงสัปดาห์ที่สาม ที่ผ่านมาไม่มีปัญหาอะไร แต่ตั้งแต่เริ่มกินยา amoxicillin ร่วมด้วย มีอาการปวดท้องมาก ไม่ทราบว่าอาการนี้เป็นผลมาจากยา amoxicillin หรือไม่ อาการปวดท้องเป็นหนึ่งในผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยของยาอะม็อกซีซิลลิน (อื่น ๆ เช่น คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย)  แต่ถ้าปวดท้องรุนแรงมาก ถ่ายเป็นมูกเลือก มีไข้ ตัวเหลืองตาเหลือง เบื่ออาหาร ฉี่สีเข้ม อุจจาระสีซีด อาจแสดงถึงโรคร้ายแรงอื่น ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

ถาม 6 : มีผื่นลมพิษขึ้นตามตัวหลังเริ่มรับประทานยา และหลังจากหยุดยาแล้ว 3 สัปดาห์ ผื่นยังไม่หายไป เป็นผลข้างเคียงของยาหรือไม่ ผื่นลมพิษไม่ใช่ผลข้างเคียงของยา ในกรณีนี้อาจเกิดจากการแพ้ยา แนะนำให้ไปแจ้งแพทย์ หากทดสอบแล้วแพ้ยาจริง จะมีการบันทึกในประวัติทางการแพทย์และออกใบแพ้ยาให้

คำถามเกี่ยวกับการใช้ยาร่วมกับยาอื่น

ถาม 1 :  การกินวิตามินรวมคู่กับ amoxicillin จะทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลงหรือมีผลเสียอย่างไรบ้าง

สามารถรับประทานวิตามินรวมกับ amoxicillin ร่วมกันได้โดยไม่มีปัญหา แนะนำให้รับประทานห่างกันสักสองชั่วโมง

ถาม 2 :  ยา amoxicillin ทำปฏิกิริยากับยาฆ่าเชื้อไวรัส acyclovir หรือไม่

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่แสดงว่ายาทั้งสองทำปฏิกิริยาต่อกัน

คำถามเกี่ยวกับการใช้ยาในสัตว์เลี้ยง

ถาม 1 : ทราบมาว่ายาฆ่าเชื้อสำหรับปลา Fish mox คือตัวยาเดียวกันกับ amoxicillin แต่มีสารอื่นเจือปนอยู่ด้วย สามารถใช้ Fish mox ในมนุษย์ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่

Fish mox คือยาฆ่าเชื้ออะม็อกซีซิลลิน ซึ่งผลิดขึ้นมาสำหรับรักษาอาการติดเชื้อในปลาโดยเฉพาะ ลักษณะยาจะเป็นแคปซูล ใช้โดยเทผงยาข้างในแคปซูลลงในตู้ปลา ห้ามนำมาใช้ในมนุษย์โดยเด็ดขาด เพราะส่วนประกอบและกระบวนการผลิตต่างจากยาของมนุษย์ ประสิทธิภาพของยาไม่เท่ากัน และอาจเกิดการแพ้รุนแรงได้ 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *