Amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน) - ยาปฏิชีวนะ/ยาฆ่าเชื้อ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 12, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 13 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,594,413 คน

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 20/03/2562

Amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน) เป็นชื่อสามัญของยาปฏิชีวนะ (หรือที่เราเรียกกันว่ายาฆ่าเชื้อ) ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียได้หลากหลายชนิด เช่น

โฆษณาจาก HonestDocs
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad
  • E.coli (เชื้อในลำไส้ใหญ่ของมนุษย์ ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและอุจจาระร่วง)
  • Staphylococcus spp. (เชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ตามผิวหนัง ทำให้แผลเป็นหนอง ผิวหนังอักเสบ)
  • Streptococcus spp. (เป็นสาเหตุของการเกิดโรคปอดบวม ไข้สมองอักเสบ)
  • H. influanzae (ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็ก)
  • H. pylori (ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร)

อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin) มีคุณสมบัติรักษาเฉพาะโรคจากการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ไม่สามารถใช้รักษาโรคติดเชื้อไวรัสได้ เช่น ไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ หากไม่มีหลักฐานหรืออาการที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชัดเจน 

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) อนุมัติให้ใช้อะม็อกซีซิลลินตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1980 ปัจจุบันอะม็อกซีซิลลินมีชื่อทางการค้ามากมาย เช่น Amoxil (อะม็อกซิล), Polymox (โพลีม็อกซ์), Larotid (ลาโรติด) และ Moxatag (ม็อกซาแท็ก)


ข้อควรระวังในการใช้ยา Amoxicillin

  1. ควรรับประทานยา/ฉีดยาให้ครบตามใบสั่งของแพทย์ ห้ามหยุดยาเอง แม้ว่าอาการเจ็บป่วยจะดีขึ้นแล้ว
    การได้รับยาไม่ครบอาจทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำรุนแรงและเพิ่มอัตราการเกิดเชื้อดื้อยา (เชื้อดื้อยา หมายถึง เชื้อแบคทีเรียที่สามารถสร้างกลไกการป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกยาปฏิชีวนะทำลาย ในปัจจุบันยาปฏิชีวนะถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย และบ่อยครั้งที่มีการนำไปใช้อย่างไม่เหมาะสม ทำให้อัตราการเกิดเชื้อดื้อยาพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก Superbug (ซูเปอร์บั๊ก)  เป็นคำเรียกเชื้อดื้อยาที่ดื้อต่อยาปฏีชีวนะส่วนใหญ่ แม้กระทั่งยาปฏิชีวนะประสิทธิภาพสูง ทำให้การรักษาผู้ติดเชื้อเป็นไปอย่างยากลำบาก)
  2. อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้เฉียบพลันรุนแรง (Anaphylaxis) ผู้ป่วยจะมีผื่นขึ้นตามตัว หายใจหอบ หายใจลำบาก นำไปสู่การเสียชีวิตได้ หากมีประวัติแพ้ยา โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ ควรแจ้งแพทย์ก่อนรับการรักษาทุกครั้ง  
  3. อะม็อกซีซิลลินจะทำปฏิกิริยากับยาคุมกำเนิดบางชนิด ทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาควบคู่กัน
  4. อาจต้องลดขนาดยาในการรักษาผู้ป่วยสูงอายุ
  5. ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับยา วิตามิน และอาหารเสริมทุกชนิดที่ใช้ เนื่องจากอาจมีปฏิกิริยาระหว่างยาเกิดขึ้นได้
  6. การใช้ยาอาจมีอันตรายหากผู้ป่วยมีภาวะดังต่อไปนี้
  • ภูมิแพ้
  • โรคไต
  • โรคตับ
  • อุจจาระร่วง   
  • หอบหืด
  • ผื่นลมพิษ
  • โรคติดเชื้อโมโนนิวคลีโอสิส (infectious mononucleosis)
  • โรคเฟนนิลคีโตนยูเรีย Phenylketonuria (PKU)

การใช้ยา Amoxicillin ในหญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร

อะม็อกซีซิลลินปลอดภัยต่อหญิงตั้งครรภ์ แต่อะม็อกซีซิลลินสามารถผ่านน้ำนมได้ และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพ้ยาในทารก ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา

การใช้ยา Amoxicillin ในสัตว์เลี้ยง

ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียในสุนัขและแมว รูปแบบยามีทั้งแบบน้ำและแคปซูล มีผลข้างเคียงน้อย ให้ยาพร้อมกับอาหารได้ และควรให้ยาครบตามจำนวนแพทย์สั่ง ห้ามหยุดยาเอง

ผลข้างเคียงของยา Amoxicillin

   ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

  • ท้องไส้ปั่นป่วน
  • ท้องเสีย
  • อาเจียน
  • การติดเชื้อรา

   ผลข้างเคียงรุนแรง หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรหยุดยาและไปพบแพทย์ทันที

  • ผื่นขึ้นตามตัว
  • ผื่นลมพิษ
  • ผื่นผิวหนังลอก
  • หน้าบวม ปากบวม ลิ้นบวม
  • ตัวเหลืองตาเหลือง
  • เลือดออกง่าย มีรอยช้ำง่าย
  • ชัก
  • อ่อนเพลียผิดปกติ
  • เจ็บหน้าอก
  • หายใจลำบาก/หายใจหอบ
  • อุจจาระเป็นมูกเลือด

ปฏิกิริยาระหว่างยา Amoxicillin และยาอื่นๆ

ยาที่ทำปฏิกิริยาระหว่างยากับอะม็อกซีซิลลิน ได้แก่

  • ยาเม็ดคุมกำเนิด – ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดจะลดลง
  • Allopurinol (ยารักษาโรคเกาต์, ลดระดับกรดยูริก และนิ่วในไต)
  • Probenecid (ยารักษาโรคเกาต์)
  • ยาปฏิชีวนะ เช่น Chloramphenicol, sulfonamides, macrolides และ tetracycline

นอกจากนี้ยาอะม็อกซีซิลลิน สามารถทำให้ผลตรวจปัสสาวะผิดปกติได้ ผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องตรวจปัสสาวะควรแจ้งแพทย์หากใช้ยานี้

Amoxicillin กับแอลกอฮอล์

การดื่มแอลกอฮอล์ไม่มีผลต่อประสิทธิภาพของยาอะม็อกซีซิลลิน แต่เนื่องจากผลข้างเคียงของยาคือ อาการท้องไส้ปั่นป่วน การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้อาการเหล่านี้แย่ลงได้

ขนาดการใช้ยา Amoxicillin

ขนาดยาที่ใช้ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของการติดเชื้อ รูปแบบยาที่ใช้ในผู้ใหญ่มีทั้งยาเม็ดและแคปซูล แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าหนึ่งแก้วตามหลังการรับประทานยา และไม่จำเป็นต้องรับประทานพร้อมมื้ออาหาร 

  • สำหรับรักษาการติดเชื้อหู คอ จมูก คือ 500 มิลลิกรัม ทุก 12 ชม. หรือ 250 มก. ทุก 8 ชม. 
  • สำหรับการติดเชื้อรุนแรง คือ 875 มก. ทุก 12 ชม, 500 มก. ทุก 8 ชม. หรือ 750 - 1000 มิลลิกรัม 3 ครั้ง ต่อวัน (ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อ)
  • ติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ คือ 3 กรัม (3000 มิลลิกรัม) 2 ครั้ง ต่อวัน
  • การใช้ยาในเด็กจะคำนวณปริมาณยาตามน้ำหนัก รูปแบบยาที่ใช้ในเด็กมีทั้งยาน้ำและยาเม็ดเคี้ยว 
    • ขนาดยาในเด็กอายุมากกว่า 3 เดือนที่มีการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง คือ 40 มก. ต่อน้ำหนัก 1 กก. ต่อวัน โดยแบ่งยารับประทาน 3 ครั้งต่อวัน ทุก 8 ชม. หรือ 45 มก.ต่อน้ำหนัก 1 กก. ต่อวัน แบ่งยารับประทาน 2 ครั้งต่อวัน ทุก 12 ชม.

การใช้ยา Amoxicillin เกินขนาด

มีโอกาสน้อยมากที่จะมีการใช้ยาเกินขนาด หากพบการใช้ยาเกินขนาด สามารถโทรปรึกษา/สอบถามข้อมูลได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 1367 สายด่วนศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง 

หากผู้รับประทานยาเกินขนาดมีอาการหมดสติ หยุดหายใจ หรือภาวะฉุกเฉินอื่นๆ โทรเรียกสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 1669

ถ้าลืมรับประทานยา Amoxicillin ต้องทำอย่างไร ?

ถ้าลืมรับประทานยา ให้รับประทานยาทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าเป็นเวลาที่ใกล้กับมื้อต่อไป ให้ข้ามไปรับประทานยามื้อต่อไปเลยโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า และการกินยาไม่สม่ำเสมอจะทำให้การติดเชื้อหายยาก หรือหายช้าลง

ตัวอย่างรูปแบบยา Amoxicillin

Amoxicillin-Trimox 250 มก. , แคปซูลสีแดงชมพู

                                             Trimox 250 มก., แคปซูลสีแดงชมพู

Amoxicillin-Trimox 500 มก. , แคปซูลสีแดงชมพู

                                              Trimox 500 มก., แคปซูลสีแดงชมพู

Amoxicillin-Amoxil 125 มก. ยาเม็ดเคี้ยวรูปไข่สีชมพู

                                               Amoxil 125 มก. ยาเม็ดเคี้ยวรูปไข่สีชมพู

Amoxicillin-Amoxil 250 มก. ยาเม็ดเคี้ยวรูปไข่สีชมพู

                                              Amoxil 250 มก. ยาเม็ดเคี้ยวรูปไข่สีชมพู

คำถามที่พบบ่อย

คำถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของยา

ถาม 1 : ยา amoxicilli(อะม็อกซีซิลลิน) คือยาอะไร ?

ยาอะม็อกซีซิลลินเป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่ม Penicillin (เพนิซิลิน) ซึ่งมีกลไกฆ่าเชื้อแบคทีเรีย คือ ยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ มีผลกับทั้งแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบ 

ใช้รักษาการติดเชื้อได้หลากหลายชนิด เช่น การติดเชื้อในหู ทางเดินปัสสาวะ ทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและล่าง หนองใน เชื้อ E.coli และ Salmonella ซึ่งทำให้เกิดลำไส้อักเสบติดเชื้อรุนแรง กระเพาะอาหารอักเสบจากเชื้อ H. Pylori และป้องกันการเกิดเยื่อบุหัวใจอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียในช่องปากในผู้ป่วยหัวใจผิดปกติที่เข้ารับการผ่าตัด-ทำฟัน

วิธีการใช้ยา 

อาจรับประทานตามมื้ออาหาร ทุก 8 หรือ 12 ชั่วโมง ซึ่งขนาดยาที่ใช้จะแตกต่างกันไปตามความรุนแรงและชนิดของการติดเชื้อ สามารถรับประทานพร้อมอาหาร นม หรือน้ำผลไม้ได้ 

มีเพียง Moxatag สูตรยาพิเศษของอะม็อกซีซิลลิน ที่ต้องรับประทานยาภายใน 1 ชั่วโมงหลังมื้ออาหาร ผู้ป่วยโรคไตอาจต้องปรับขนาดยาตามค่าการทำงานของไต ผู้ป่วยควรรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอและครบตามแพทย์กำหนด ห้ามหยุดยาเองแม้อาการจะดีขึ้นแล้ว ไม่ควรซื้อยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรอื่นมารับประทานร่วมกับอะม็อกซีซิลลินโดยไม่ปรึกษาแพทย์ 

ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยจะพิจารณาใช้ยาเมื่อมีหลักฐานหรืออาการที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียอย่างชัดเจน ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยา

ผลข้างเคียงของยาที่พบบ่อย ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ผื่น และการเกิดลำไส้อักเสบ การใช้อะม็อกซีซิลลินรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อโมโนนิวคลีโอสิสอาจทำให้เกิดผื่น ซึ่งอาจแยกกับการแพ้ยาได้ยาก 

หากมีปัญหาการหายใจ ผื่นคัน ผื่นลมพิษ เลือดออกง่ายหรือช้ำง่าย ท้องเสียติดต่อกันหลายวัน เจ็บคอ ไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย แผลในปาก ตกขาวผิดปกติ สับสน เวียนศีรษะ นอนไม่หลับ รู้สึกกระวนกระวาย ควรรีบไปพบแพทย์ 

การใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานมีผลเสียคือทำให้เกิด Superinfection (การติดเชื้อแทรกซ้อน เช่น เชื้อรา เนื่องจากการกินยาปฏิชีวนะติดต่อกันนานๆ จะทำลายแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้เชื้ออื่นๆ เจริญเติบโตขึ้นมาก่อโรคได้) 

ผู้ใช้ยามีโอกาสเกิดการแพ้ยาตั้งแต่ระดับไม่รุนแรงจนถึงปฏิกิริยาภูมิแพ้เฉียบพลันรุนแรง (anaphylaxis) ได้ โดยเฉพาะยาในรูปแบบของยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ หากสงสัยว่าเกิดอาการแพ้ ควรหยุดยา และไปพบแพทย์ทันที ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาในกลุ่มเพนิซิลลินมีความเสี่ยงสูงที่จะแพ้ยาอะม็อกซีซิลลินด้วยเช่นกัน แพทย์อาจเปลี่ยนไปใช้ยาชนิดอื่นที่มีประสิทธิภาพในการักษาทัดเทียมกัน

ถาม2 : ยา amoxicillin-clavulanate ต่างกับยาamoxicillin อย่างไร  

amoxicillin-clavulanate ยาอะม็อกซีซิลลิน-คลาวูลาเนท เรียกสั้นว่า อะม็อกซีคลาฟ หรือชื่อทางการค้าที่นิยมใช้ Augmentin (อ็อกเมนติน) คือ ยาปฏิชีวนะที่ประกอบด้วยตัวยา 2 ชนิด คือ อะม็อกซีซิลลินและโพแทสเซียมคลาวูเนท 

ดังที่เคยกล่าวไปกับคำถามก่อนหน้า ยาอะม็อกซีซิลลินซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่ม Penicillin (เพนิซิลิน) มีกลไกการฆ่าเชื้อแบคทีเรียโดยยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ ทำให้แบคทีเรียขาดเกราะป้องกันและถูกทำลาย 

ต่อมาแบคทีเรียรุ่นใหม่ๆ มีการผลิตสารพิเศษออกมาสกัดกั้นกลไกการยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ของยาในกลุ่มเพนิซิลลิน ทำให้ยาไม่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียเหล่านี้ได้อีกต่อไป จึงมีการเพิ่มโพแทสเซียมคลาวูเนทเข้าไปเพื่อทำลายสารพิเศษของแบคทีเรีย ให้ยาปฏิชีวนะสามารถยังยั้งการสร้างผนังเซลล์ได้ดังเดิม กล่าวได้ว่ายาอะม็อกซีซิลลิน-คลาวูลาเนท/อ็อกเมนติน ก็คือยาอะม็อกซีซิลลินที่ติดอาวุธเพิ่มให้สามารถต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียรุ่นใหม่ได้

ผลข้างเคียงของยา Amoxicillin ที่พบบ่อย ได้แก่ ท้องเสียถ่ายเหลว คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นผิวหนัง ผื่นคัน และช่องคลอดอักเสบ ผลข้างเคียงพบได้น้อย ได้แก่ ลำไส้ปั่นป่วน ผายลมบ่อย และปวดศีรษะ ผลข้างเคียงจะพบมากขึ้นตามขนาดยา

ผลข้างเคียงของอ็อกเมนตินมักไม่รุนแรงและเป็นเพียงชั่วคราว ผู้ใช้ยาส่วนใหญ่สามารถทนผลข้างเคียงได้ดี มีน้อยกว่า 3%เท่านั้นที่ทนไม่ได้จนเลิกใช้ยา เช่นเดียวกับยาอะม็อกซีซิลลิน ไม่ควรซื้ออ็อกเมนตินมารับประทานเอง ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ 

โดยจะพิจารณาใช้ยาเมื่อมีหลักฐานหรืออาการที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียชัดเจน ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดเชื้อดื้อยา ขนาดการใช้ยาทั่วไป คือ 500 มก. 1 เม็ด ทุก 12 ชั่วโมง หรือ 250 มก. 1 เม็ด ทุก 8 ชั่วโมง 

สำหรับการติดเชื้อรุนแรงหรือการติดเชื้อทางเดินหายใจ 875 มก. ทุก 12 ชั่วโมง หรือ 500 มก. ทุก 8 ชั่วโมง แนะนำให้รับประทานยาตอนเริ่มมื้ออาหาร เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายดูดซึมโพแทสเซียมคลาวูเนทได้ดีที่สุด หากรับประทานก่อนอาหารนานเกินไป ผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารอาจทำให้รับประทานอาหารได้น้อย


ถาม 3 : หลังรับประทานยา amoxicillin จำเป็นต้องรอ 4 ชั่วโมงก่อนจึงรับประทานโยเกิร์ตหรือนมได้หรือไม่

ไม่จำเป็น สามารถรับประทานได้ทันที อะม็อกซีซิลลินไม่ทำปฏิกิริยากับนมรวมถึงผลิตภัณฑ์จากนม

ถาม 4 : วางขวดยาน้ำแขวนตะกอนไว้ข้างนอกตู้เย็น ประมาณ 11 ชั่วโมง ยาจะเสียหรือไม่

ไม่เสีย สามารถนำยาไปใช้ได้ตามปกติ ยาน้ำแขวนตะกอนอะม็อกซีซิลลิน สามารถเก็บในอุณหภูมิห้องได้นาน 10 วัน โดยไม่มีผลต่อประสิทธิภาพของยา

คำถามเกี่ยวกับการใช้ยา

ถาม 1 : amoxicillin ใช้รักษาแผลน้ำร้อนลวกได้หรือไม่

ส่วนมากแผลพุพองจากน้ำร้อนลวกจะหายได้เองโดยไม่ต้องรับประทานยาฆ่าเชื้อ ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการดูแลแผล

ถาม 2 : หลังรับประทาน amoxicillin เพื่อรักษาหูชั้นกลางอักเสบมาประมาณ 1 สัปดาห์ อาการปวดดีขึ้น แต่การได้ยินยังเหมือนเดิม มีเสียงดังหึ่งๆ ในหู และรู้สึกหูอื้อตลอดเวลา ควรทำอย่างไร

โดยทั่วไปอาการของหูชั้นกลางอักเสบจะดีขึ้นภายใน 2-3 วันแรกหลังเริ่มรับประทานยา ในกรณีที่อาการไม่ดีขึ้น ควรกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง เพราะอาจต้องการยาตัวอื่นเพื่อช่วยบรรเทาอาการ เช่น ยาลดน้ำมูก ส่วนยาฆ่าเชื้อให้รับประทานต่อเนื่องให้ครบตามที่แพทย์สั่ง

ถาม 3 : amoxicillin รักษาโรคหลอดลมอักเสบได้หรือไม่

หลอดลมที่อักเสบติดเชื้อจะตีบแคบลง มีเสมหะเหนียวข้น ทำให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก โดยอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียก็ได้ หลอดลมอักเสบมีทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง

  • แบบเฉียบพลันมักเกิดหลังจากการเป็นไข้หวัดรุนแรง ภูมิคุ้นกันของร่างกายอ่อนแอ อาการจะดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์
  • หลอดลมอักเสบเรื้อรัง มักเกิดจากการระคายเคืองจากควันบุหรี่  หรืออาจจะเกิดจากการมีหลอดลมอักเสบซ้ำๆ

หากไม่รักษา อาจทำให้หายใจลำบาก เนื้อปอดถูกทำลาย หรืออาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ หลอดลมอักเสบจากเชื้อไวรัส อาการจะดีขึ้นเองภายใน 1 สัปดาห์ 

ยาปฏิชีวนะ เช่น amoxicillin ซึ่งฆ่าได้เฉพาะเชื้อแบคทีเรียจึงไม่มีบทบาทในการรักษา ในทางตรงกันข้าม หากเป็นหลอดลมอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียอาจต้องการการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ปัจจัยสำคัญในการรักษา คือ ผู้ป่วยต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ บรรเทาอาการไข้และปวดศีรษะด้วยยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล สำหรับผู้สูบบุหรี่ ควรงดจนกว่าจะหายดี

คำถามเกี่ยวกับการใช้ยาในหญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร

ถาม 1 : มารดาที่รับประทานยาamoxicillin 500 มก. ทุก 8 ชม. ยาจะผ่านน้ำนมได้มากเพียงใดและจะมีผลต่อเด็กทารกหรือไม่

ยาอะม็อกซีซิลลินรวมถึงยาในกลุ่มเพนนิซิลลินทุกชนิดสามารถผ่านน้ำนมได้  ปัจจุบันยังไม่พบว่ามีผลร้ายแรงต่อทารก มีเพียงเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพ้ยาเท่านั้น ยังมียาอีกหลายตัวที่สามารถผ่านน้ำนมและอาจมีผลต่อทารกได้ มารดาให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนเริ่มรับประทานยา อาหารเสริม หรือสมุนไพร

ถาม 2 : หญิงตั้งครรภ์สามารถใช้ amoxicillin ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่

ใช้ได้อย่างปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) จัด amoxicillin ให้อยู่ในยาประเภท B คือ ผลการทดลองไม่พบความเสี่ยงของอันตรายที่จะเกิดกับสัตว์ทดลอง แต่ไม่มีการทำการทดลองในมนุษย์ สำหรับยาประเภท B จะพิจารณาให้เมื่อการใช้ยามีผลดีมากกว่าผลเสีย ทั้งต่อแม่และเด็ก

ถาม 3 : Amoxicillin ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้หรือไม่

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลว่า Amoxicillin ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้

คำถามเกี่ยวกับการใช้ยาในเด็ก

ถาม 1 : การใช้ Amoxicillin มีผลให้พฤติกรรมหรืออารมณ์ของเด็กแปรปรวนหรือไม่

ผลข้างเคียงทำให้พฤติกรรมหรืออารมณ์แปรปรวนนั้นพบได้น้อยมาก เด็กอาจมีอาการซุกซนผิดปกติ กระวนกระวาย วิตกกังวล นอนไม่หลับ สับสน  หากผู้ปกครองสังเกตเห็นความผิดปกติเหล่านี้ ควรพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยแยกโรคอื่นๆ

ถาม 2 : เด็กอายุ 2 เดือน ผสมยากับนมชงให้ดื่มได้หรือไม่

ได้ แต่ต้องมั่นใจว่าทารกได้รับปริมาณยาตามที่กำหนด และให้รีบดื่มยาทันทีเมื่อผสมนมเสร็จ

คำถามเกี่ยวกับผลข้างเคียงของยา

ถาม 1 : amoxicillin ทำให้เกิดอาการไอได้หรือไม่ 

ยังไม่พบรายงานว่าอะม็อกซีซิลลินมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการไอ หากมีอาการไอมากผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและการรักษาต่อไป

ถาม 2 : amoxicillin ทำให้ความดันโลหิตสูงได้หรือไม่

ยังไม่พบรายงานว่าอะม็อกซีซิลลินมีผลทำให้เกิดความดันโลหิตสูง หากตรวจพบว่ามีความดันโลหิตสูง ควรไปพบแพทย์ทันที ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมักไม่มีอาการ แต่จะเกิดการทำลายอวัยวะต่างๆ ไปอย่างช้าๆ 

ปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรค เช่น การสูบบุหรี่ ความอ้วน ความเครียด การรับประทานเกลือมากเกินไป การรักษาเริ่มจากการปรับอาหาร การออกกำลังกาย หากไม่สามารถควบคุมความดันได้อาจต้องใช้ยา

ถาม 3 : Amoxicillin ทำให้ผมร่วงได้หรือไม่

ยังไม่พบรายงานผลข้างเคียงดังกล่าว หากผมร่วงผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและแนวทางการรักษา

ถาม 4  : ยา amoxicillin มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานหรือไม่ อย่างไรบ้าง

ยังไม่มีการวิจัยที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าการได้รับยา amoxicillin มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน แต่อาจทำให้ผลการตรวจน้ำตาลในปัสสาวะผิดเพี้ยนไปได้ ผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องตรวจปัสสาวะ ควรแจ้งแพทย์ก่อนการตรวจทุกครั้ง

ถาม 5 : ขณะนี้รับประทานยา Prednisone ต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน ตามสูตรของแพทย์โรคภูมิแพ้ คือ สัปดาห์แรกกิน 4 เม็ดต่อวัน  สัปดาห์ที่สอง3เม็ดต่อวัน  สัปดาห์ที่สาม 2 เม็ดต่อวัน และ 1 เม็ดต่อวัน ในสัปดาห์สุดท้าย  ตอนนี้เข้าช่วงสัปดาห์ที่สาม ที่ผ่านมาไม่มีปัญหาอะไร แต่ตั้งแต่เริ่มกินยา amoxicillin ร่วมด้วย มีอาการปวดท้องมาก ไม่ทราบว่าอาการนี้เป็นผลมาจากยา amoxicillin หรือไม่

อาการปวดท้องเป็นหนึ่งในผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยของยาอะม็อกซีซิลลิน (อื่นๆ เช่น คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย)  แต่ถ้าปวดท้องรุนแรงมาก ถ่ายเป็นมูกเลือก มีไข้ ตัวเหลืองตาเหลือง เบื่ออาหาร ฉี่สีเข้ม อุจจาระสีซีด อาจแสดงถึงโรคร้ายแรงอื่น ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

ถาม 6 : มีผื่นลมพิษขึ้นตามตัวหลังเริ่มรับประทานยา และหลังจากหยุดยาแล้ว 3 สัปดาห์ ผื่นยังไม่หายไป เป็นผลข้างเคียงของยาหรือไม่

ผื่นลมพิษไม่ใช่ผลข้างเคียงของยา ในกรณีนี้อาจเกิดจากการแพ้ยา แนะนำให้ไปแจ้งแพทย์ หากทดสอบแล้วแพ้ยาจริง จะมีการบันทึกในประวัติทางการแพทย์และออกใบแพ้ยาให้

คำถามเกี่ยวกับการใช้ยาร่วมกับยาอื่น

ถาม 1 :  การรับประทานวิตามินรวม คู่กับ amoxicillin จะทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลงหรือมีผลเสียอย่างไรบ้าง

สามารถรับประทานวิตามินรวมกับ amoxicillin ร่วมกันได้โดยไม่มีปัญหา แนะนำให้รับประทานห่างกันสักสองชั่วโมง

ถาม 2 :  ยา amoxicillin ทำปฏิกิริยากับยาฆ่าเชื้อไวรัส acyclovir หรือไม่

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่แสดงว่ายาทั้งสองทำปฏิกิริยาต่อกัน

คำถามเกี่ยวกับการใช้ยาในสัตว์เลี้ยง

ถาม 1 : ทราบมาว่ายาฆ่าเชื้อสำหรับปลา Fish mox คือตัวยาเดียวกันกับ amoxicillin แต่มีสารอื่นเจือปนอยู่ด้วย สามารถใช้ Fish mox ในมนุษย์ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่

Fish mox คือ ยาฆ่าเชื้ออะม็อกซีซิลลิน ซึ่งผลิดขึ้นมาสำหรับรักษาอาการติดเชื้อในปลาโดยเฉพาะ ลักษณะยาจะเป็นแคปซูล ใช้โดยเทผงยาข้างในแคปซูลลงในตู้ปลา ห้ามนำมาใช้ในมนุษย์โดยเด็ดขาด เพราะส่วนประกอบและกระบวนการผลิตต่างจากยาของมนุษย์ ประสิทธิภาพของยาไม่เท่ากัน และอาจเกิดการแพ้รุนแรงได้ 


ที่มาของข้อมูล

National Committee for Clinical Laboratory Standards. Methods for Dilution Antimicrobial Susceptibility Tests for Bacteria that Grow Aerobically – Fourth Edition; Approved Standard NCCLS Document M7-A4, Vol. 17, No. 2. NCCLS, Wayne, PA, January 1997. 

National Committee for Clinical Laboratory Standards. Performance Standards for Antimicrobial Disk Susceptibility Tests – Sixth Edition; Approved Standard NCCLS Document M2-A6, Vol. 17, No. 1. NCCLS, Wayne, PA, January 1997. 

Swanson-Biearman B, Dean BS, Lopez G, Krenzelok EP. The effects of penicillin and cephalosporin ingestions in children less than six years of age. Vet Hum Toxicol. 1988;30:66-67. 

ผศ.นพ.พิสนธิ์ จงตระกูล, ปรับพฤติกรรมใช้ยา ลดเสี่ยงเชื้อดื้อยา (https://www.dmh.go.th/news-dmh...)

Drug.com, AMOXICILLIN 1000 MG DISPERSIBLE TABLETS (https://www.drugs.com/uk/pdf/leaflet/1067987.pdf), September 2017


บทความน่าอ่าน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์