มะเร็งและโรคร้าย

โรคไข้สมองอักเสบ โรคทางสมอง และระบบประสาท

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที
โรคไข้สมองอักเสบ โรคทางสมอง และระบบประสาท

ไข้สมองอักเสบเป็นโรคที่ประชาชนตื่นตัวมากในภาคเหนือขณะนี้ โรคนี้มีมานานแล้ว แต่เนื่องจากมีการส่งเสริมการนำเข้า พร้อมทั้งแนะนำวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคนี้ได้ จึงทำให้ประชาชนคิดว่าเป็นโรคใหม่ จึงสมควรที่จะมาทำความรู้จักกับโรคนี้

a15.gif โรคไข้สมองอักเสบ เป็นโรคที่ทำให้เกิดโรคทางสมองและระบบประสาทเป็นส่วนใหญ่ ตามศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า ENCEPHALITIS เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสหลายชนิด แต่ที่เป็นสาเหตุมากที่สุดในประเทศไทยขณะนี้คือ เชื้อไวรัสแจแปนนีส เอนเซปฟาไลตีส (JAPANESE ENCEPHALITIS) ซึ่งพบว่าเป็นสาเหตุสูงถึง 65-82% ส่วนใหญ่ในเนื้อหาต่อไปนี้ จึงจะเป็นเรื่องจองไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัส JE นี้ เนื่องจากพบได้บ่อย มีการเกิดโรคได้รุนแรงกว่าชนิดอื่น ๆ อัตราตายสูงและมีความพิการทางระบบประสาทหลงเหลือได้สูง

a15.gif โรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัส JE เป็นโรคที่พบได้ไม่น้อยในประเทศไทย จากสถิติจากกองระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่ามีผู้ป่วยทั่วประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี ตั้งแต่ 655 ราย (1.9 ต่อแสนคนของประชากร) ขึ้นปี 2512 มาเป็น 1,784 ราย (4.5 ต่อแสน) ในปี 2516 และตั้งแต่ปี 2517 เป็นต้นมามีรายงานผู้ป่วยมากกว่า 1,500 รายทุกปี และมีการระบาดใหญ่ 2 ครั้งในปี 2523 และ 2526 ซึ่งพบผู้ป่วยจำนวน 2,413 และ 2,084 ราย ตามลำดับ (3.3-5.2 ต่อแสน) แม้ว่าไข้สมองอักเสบจากเชื้อ JE มีประปรายทั่วไปทุกภาค แม้แต่ในกรุงเทพมหานคร แต่พบมากสูงสุดในภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน เชียงราย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ฯลน รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ นครราชสีมา ขอนแก่น บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ฯลฯ ส่วนทางภาคกลางได้แก่ นครปฐม ราชบุรี ลพบุรี ชลบุรี ปราจีนบุรี ฯลฯ ได้ประปราย รวมทั้งชานเมืองกรุงเทพมหานคร แถวพระโขนง บางกะปิ บางเขน หนองจอก ลาดกระบัง ฯลฯ ส่วนทางภาคใต้ที่พบได้ประปรายเช่นกัน พบมากในช่วงอายุตั้งแต่ 1-25 ปี โดยส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 5-9 ปี อายุ 1-4 ปี อายุ 10-14 ปี และอายุ 15-24 ปี ตามลำดับ ส่วนอายุเกิน 45 ปี หรือน้อยกว่า 1 ปี นั้นพบได้น้อย พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง อาจเนื่องจากเพศชายออกนอกบ้านมากกว่าเพศหญิง

เนื่องจากประเทศไทย เป็นประเทศในโซนร้อน จึงมีฝนตกได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะภาคกลางและภาคใต้ ทำให้มีโรคนี้ได้ทั้งปี แต่มักชุกชุมช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงสิงหาคม แต่มีรายงานของภาคเหนือ ที่อาจพบได้เร็ว คือตั้งแต่พฤษภาคม ถึงเดือนกันยายน เดือนที่มีผู้ป่วยมากที่สุดคือเดือนกรกาคมคม

ลักษณะการเกิดโรค

a15.gif โรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อ JE มีวงจรการเกิด ซึ่งเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยในการเกิดโรค คือมีพื้นที่เหมาะกับการแพร่พันธุ์ของยุง Culex tritaeniorrhynchus หรือ Culex Gelidus ได้แก่ ทุ่งนา ซึ่งมีสัตว์เลี้ยงที่สำคัญ ในการแพร่พันธุ์คือหมู นอกจากนี้ยังพบว่าในม้า วัว ควายเองก็พบมีเชื้อไวรัสนี้เช่นกัน ในช่วงฤดูฝนยุงจะทวีจำนวนมากขึ้น และบางตัวก็มีเชื้อ JE อยู่ เมื่อยุงไปกัดสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะลูกหมูที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน เชื้อโรคจะเข้าไปเจริญเติบโตในลูกหมู เกิดมีเชื้อโรคในกระแสเลือด (VIREMIA) เป็นการขยายจำนวนอย่างรวดเร็ว ยุงตัวอื่นที่มากัดลูกหมูในระยะนี้จะไปกัดคนที่ไม่มีภูมิคุ้มกันของโรคนี้ เกิดการติดเชื้อในคนได้ แต่เมื่อลูกหมูมีภูมิคุ้มกันแล้ว ระยะ VIREMIA ก็จะหายไป ยุงที่กัดมักเป็นยุงนอกบ้าน และออกหากินเวลาค่ำ ถึงเวลากลางคืน และยุงเหล่านี้มักเพาะพันธุ์ในท้องทุ่งนา ที่มีน้ำขัง โรคนี้จึงมักเป็นในชนบทและชานเมือง


อาการและอาการแสดงของโรค

a15.gif หลังจากถูกยุงกัดแล้ว  4- 14 วัน จึงจะมีอาการของโรคขึ้น แต่บางคนที่ได้รับเชื้ออาจจะไม่เกิดโรค บางรายก็อาจมีอาการไม่มาก เช่น คล้ายในกลุ่มของการติดเชื้อของเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และส่วนใหญ่จะมีอาการทางสมองเกิดขึ้น ซึ่งแบ่งเป็นระยะ 4 ระยะ ได้แก่ 

ระยะที่ 1 ระยะเริ่มต้น ระยะนี้กินเวลา 2-3 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ มีอาการคล้ายหวัด ไอ เบื้ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ชาตามมือ เท้า เอะอะ โวยวาย



ระยะที่ 2 ระยะเฉียบพลัน หลังจากผ่านระยะเริ่มต้นแล้ว จะมีอาการไข้สูง อาการชักทั้งตัว พบบ่อยในเด็ก และผู้ใหญ่ ระยะนี้ผู้ป่วยจะมีอาการไม่รู้สึกตัว ระดับตั้งแต่น้อยจนมาก คือแค่ซึม หลับ หรืออาจจะกระตุ้นไม่ฟื้น จนถึงระดับโคม่าไปเลย ช่วงนี้จะกินเวลา 3-4 วัน ถ้ามาโรงพยาบาลอาจตรวจพบอาการสมองส่วนบน ได้แก่ เขี่ยหัวแม่เท้าจะกระกดขึ้น รีเฟล็กซ์ที่เคาะบริเวณเข่าและข้อพับ แขนจะเร็วกว่าปกติ เวลาจับตรวจข้อเท้าจะมีอาการสั่นไม่หยุด หรือพบเป็นครั้งครา บางรายอาจมีอาการ่อนแรงของแขนขา 2 ข้างหรือข้างใดข้างหนึ่ง เนื่องจากสมองบวมและอักเสบ มักพบอาการคอแข็ง จากการที่มีกาอักเสบของเยื่อหุ้มสมอดร่วมด้วย หรืออาจมีการยิ้มปากเบี้ยว หรือกลอกตาไม่ได้เต็มที่ จากการอัมพาตของประสาทสมองคู่ต่าง ๆ บริเวณก้านสมอง ถ้ามีการกดของสมองมมาก ก็จะทำให้แขนขาอ่อนปวกเปียก เคาะรีเฟล็กซ์ไม่ขึ้นตามปกติ และหยุดหายใจได้อันเป็นระยะรุนแรง
การเจาะน้ำไขสันหลัง ช่วงนี้จะพบมีความดันในน้ำไขสันหลังสูง และมีเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น แต่จะมีระดับน้ำตาลปกติ และโปรตีนในน้ำไขสันหลังสูงขึ้นเล็กน้อย การตรวจเลือดอาจพบมีเม็ดเลือดขาวสูงขึ้น เช่น เดียวกันระยะนี้ถ้าอาการรุนแรงอาจมีระดับความรู้สึกตัวเลวลงเรื่อ ยๆ และอาจตายภายใน 10 วัน

ระยะที่ 3 ระยะต่อจากระยะเฉียบพลันเป็นช่วง 7-10 วันต่อมา ซึ่งความรุนแรงของโรคน้อยลง แต่จะพบภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ ปอดบวม การติดเชื้อทางระบบทางเดินปัสสาวะ การมีแผลกดทับ อันเป็นปัญหาที่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ระยะที่ 4 ระยะพักฟื้น ช่วงนี้อยู่ในระยะเวลาเฉลี่ย 4-7 สัปดาห์ จะเป็นช่วงที่เหมือนเด็กหัดใหม่ เช่น การฝึกเดิน ฝึกพูด ความเข้าใจ ความสามารถในการกลืน จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามความรุนแรงของโรค ผู้ป่วยอาจฟื้นจากการอัมพาตของแขนขา และสามารถเดินได้ พูดได้ แต่ความคิดอาจจะช้าลง การตอบสนองต่าง ๆ ไม่เหมือนปกติ หรือมีอาการรุนแรง อาจต้องให้อาหารทางสายยางเป็นเวลานาน ๆ หรือเดินไม่ได้ พูดไม่ได้ มีอาการเกร็งตลอดเวลา มีความพิการทางสมองอย่างมาถึงปัญญาอ่อน

การวินิจฉัยของโรคนี้กระทำได้โดยอาศัย

  1. ประวัติและอาการดังกล่าวมาแล้ว มักต้องทราบถึงสิ่งแวดล้อมข้างเคียง เช่น บ้านอยู่ใกล้ทุ่งนา หรือเลี้ยงหมูในบริเวณบ้านหรือใกล้บ้าน รวมทั้งสัตว์อื่น ๆ เช่น วัว ควาย ม้า เป็นต้น
  2. การกรวดน้ำไขสันหลังมักพบเซลล์เม็ดเลือดขาวสูง ระดับน้ำตาลปกติ ระดับโปรตีนสูงกว่าปกติเล็กน้อย จนถึงสูงมาก
  3. การตรวจเลือดมักพบเม็ดเลือดขาวสูง
  4. การหาระดับแอนติบอดีในน้ำไขสันหลังในช่วงเฉียบพลันโดยวิธีพิเศษ และการทำแอนติบดีในเลือด 2 ครั้ง ห่างกัน 10-14 วัน วันแรกตอนระยะเฉียบพลัน

        การวินิจฉัยแยกโรคควรแยกโรคจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น อาจเกิดตามหลังเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดผื่นแดงตามตัว เช่น หัด อีสุก อีใส หรือตามหลังคางทูมและเชื้อไวรัสอื่น ๆ

การรักษาโรคไข้สมองอักเสบ

a15.gif ไม่มีการรักษาเฉพาะ นอกจากการรักษาแบบประคัดประคอง และรักษาตามอาการ เช่น ลดสมองบวม ให้น้ำเกลือ ในช่วงที่กินไม่ได้เอง และป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การระวังเรื่องปัญหาการหายใจ การสำลักอาหารและเสมหะเข้าปอด การพลิกตัวบ่อย ๆ เพื่อป้องกันแผลกดทับ การรักษาในช่วงพักฟื้น จะเป็นเรื่องของกายภาพบำบัด และกิจกรรมบำบัด เพื่อช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพถทางกล้ามเนื้อ และการฝึกทักษะต่าง ๆ

การพยากรณ์โรค

a15.gif อัตราตายของผู้ป่วยสูงถึง 17-38% ผู้ป่วยที่รอดชีวิตนั้นพบความพิการทางสมอง 57-68.5% ซึ่งเป็นความพิการทางสมองรุนแรงถึง 18% ความพิการทางสมองรุนแรง ได้แก่ การช่วยเหลือตนเองไม่ได้ อัมพาตของแขนขา ปัญญาเสื่อมพูดไม่ได้ บางรายมีอัมพาตของ ประสาทสมอง ตาบอด บางรายมีลมบ้าหมู รายที่มีความพิการทางสมองน้อยหรือปานกลางอาจมีการอัมพาตของแขนขาอยู่ระยะหนึ่งแล้วดีขึ้น แต่อาจพูดไม่ได้ หรือความจำเสื่อม การเรียนเลวลงหรือเรียนช้า การเขียนหนังสืออาจจะทำไม่ได้หรือไม่ดีเท่าที่ควรเป็น เพราะความสามารถในการใช้มือที่ละเอียดนั้นทำไม่ได้ ปัญหาทางอารมณ์และพฤติกรรม คือ มีอารมณ์ห้าว โกรธง่าย ทุบตี ทำร้ายคนอื่นพูดจาหยาบคายหรือมีอารมณ์อ่อนไหวง่ายกว่าปกติ

การป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ

a15.gif แม้ว่าโรคนี้จะเกิดได้ในอัตราต่ำกว่าโรคติดต่อชนิดอื่นที่นำโดยยุง เช่น ไข้เลือดออก ไข้มาเลเรีย แต่มีอัตราตายที่สูงและอัตราป่วย ตลอดจนความพิการสูงดังกล่าวมาแล้ว อันมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของชาติตลอดจนจำนนประชากรที่สติปัญญาต่ำกว่าปกติจากโรคนี้ จึงจำเป็นต้องมีการป้องกันโรคนี้อย่างจริงจัง ซึ่งอาจจะทำได้โดย

  1. กำจัดยุง และแหล่งเพาะพันธุ์ยุงโดยการฉีดยากันยุง หรือกำจัดแหล่งน้ำขังแต่ทำยาก เพราะส่วนใหญ่ยุงเหล่านี้จะอยู่ตามทุ่งนาและชานเมือง
  2. การป้องกันมิให้ยุงกัด โดยเฉพาะการใช้ยากันยุง นอนในมุ้งมิดชิด หลีกเลี่ยงการเล่นนอกบ้านตอนพลบค่ำ
  3. การเลี้ยงหมู วัว ควาย ควรห่างจากบ้านพอควร
  4. การฉีดวัคซีนในคน ปัจจุบันมีวัคซีนที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่นในขณะนี้ นำมาฉีดแก่ประชาชนในช่วงที่ประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะแจกจ่ายวัคซีนได้ด้วยตนเอง

 

a15.gif จากการศึกษาประเมินผลและผลข้างเคียงของวัคซีนไข้สมองอักเสบในต่างประเทศ คือ ญี่ปุ่น เกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเวลานานถึง 30 ปี และในประเทศไทย ซึ่งเคยศึกษาที่จังหวัดกำแพงเพชรเมื่อ พ.ศ. 2528 แสดงชัดเจนว่า การใช้วัคซีนชนิด inactivated killed vaccine จากสมองหมู โดยชนิด Nakayama อย่างเดียวก็มีผลป้องกันไข้สมองอักเสบจากเชื้อนี้ได้ถึง 100% และมีผลข้างเคียงน้อยมากอันได้แก่ ไข้ต่ำ ๆ หรือปวด บริเวณที่ฉีดวัคซีนซึ่งหายเองได้ จึงมีข้อแนะนำในการฉีดวัคซีนคือ ฉีดได้ทุกอายุ แต่ควรจะสูงกว่า 1 ปี และกระตุ้นต่อไปอย่างน้อยทุก 3-4 ปี แต่ควรระวังในการเลือกฉีด

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่