แปะก๊วย (Ginkgo)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 23, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 15 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,255,419 คน

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 12/03/2562

แปะก๊วย บำรุงสมอง

แปะก๊วย (Ginkgo) คือต้นไม้ใหญ่ที่มีใบรูปร่างคล้ายพัด แม้ว่าตอนแรกต้นแปะก๊วยจะเป็นพืชท้องถิ่นในประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี และเริ่มมีการเพาะปลูกต้นแปะก๊วยในยุโรปกันมาตั้งแต่ปี 1730 และประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ 1784 แล้ว คาดกันว่าต้นแปะก๊วยเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดโดยอาจมีอยู่ในโลกนี้ยาวนานกว่า 200 ล้านปีแล้ว

โฆษณาจาก HonestDocs
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad

ใบแปะก๊วยมักนำไปรักษาภาวะผิดปกติด้านความทรงจำอย่างโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's disease) และคาดว่ายังสามารถใช้กับภาวะที่เกิดจากการไหลเวียนโลหิตที่สมองติดขัดได้ด้วยโดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ โดยอาการจากภาวะเหล่านี้มีทั้งสูญเสียความทรงจำ วิงเวียน ตั้งสมาธิลำบาก และอารมณ์แปรปรวน บางคนยังใช้ใบแปะก๊วยรักษาอาการปวดขาขณะเดินเนื่องจากการไหลเวียนโลหิตไม่ดีได้ด้วย (claudication) แต่ยังไม่มีการศึกษาแน่ชัดในเรื่องดังกล่าว

รายการสรรพคุณของแปะก๊วยมีจำนวนมากเนื่องจากเป็นสมุนไพรที่ใช้กันมานาน โดยสายพันธุ์ Ginkgo biloba อาจเป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุยาวนานที่สุดในโลก ต้นแปะก๊วยสามารถมีชีวิตอยู่ได้หลายพันปี ทั้งยังมีข้อมูลการใช้แปะก๊วยในการรักษาด้วยการแพทย์ทางเลือก ควบคู่กับการใช้ยาแผนปัจจุบันในการรักษาโรคหอบหืด (Asthma)

ในอุตสาหกรรม มีการใช้สารสกัดใบแปะก๊วยในเครื่องสำอางกับในอาหารซึ่งจะมีการนำเนื้อเยื่อใยออกไปใช้ประกอบอาหารญี่ปุ่นและจีน

แปะก๊วยทำงานอย่างไร?

แปะก๊วยช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิตซึ่งส่งผลต่อการทำงานของสมองและขา มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์และเข้ายับยั้งการเปลี่ยนแปลงในสมองที่อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการจดจำและกระบวนการคิด

เมล็ดแปะก๊วยประกอบด้วยสารที่ใช้กำจัดแบคทีเรียที่ทำให้เกิดภาวะติดเชื้อภายในร่างกาย โดยเมล็ดยังประกอบด้วยสารพิษที่อาจทำให้เกิดอาการชักและหมดสติเช่นกัน

โฆษณาจาก HonestDocs
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad

ประโยชน์ของแปะก๊วย

ภาวะที่อาจใช้แปะก๊วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ภาวะวิตกกังวล (Anxiety) งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการทานสารสกัดแปะก๊วยสามารถลดอาการจากภาวะวิตกกังวลได้
  • สมองเสื่อม (Dementia) ที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's disease) โรคหลอดเลือดหัวใจ (vascular disease) หรือโรคอื่นๆ งานวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าการรับประทานแปะก๊วยยาวนานกว่าหนึ่งปีจะช่วยให้อาการจากโรคอัลไซเมอร์ โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือโรคสมองเสื่อมอื่นๆ ดีขึ้น ด้วยการรับประทาน 240 mg ต่อวัน อย่างไรก็ตาม มีข้อกังขาว่าการศึกษาเหล่านี้อาจจะไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากยังคงมีข้อมูลที่ขัดแย้งกันอยู่จึงยากที่จะชี้ชัดเกี่ยวกับสรรพคุณที่แท้จริงของแปะก๊วย อย่างที่กล่าวว่า แม้แปะก๊วยจะสามารถรักษาอาการของโรคสมองเสื่อมหลายชนิดได้ แต่แปะก๊วยไม่อาจป้องกันไม่ให้อัลไซเมอร์ทรุดลงกว่าเดิม งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยที่เรียกว่า EGb 761 ทุกวันนาน 22-24 สัปดาห์ อาจจะใช้ได้ดีเทียบเท่ากับยา donepezil (Aricept) หากเป็นการรักษาโรคอัลไซเมอร์ที่ไม่รุนแรง แต่งานวิจัยอื่นๆ ระบุว่าสารสกัดจากใบแปะก๊วยอาจจะมีประสิทธิภาพน้อยกว่าการใช้ยาตามปกติ donepezil (Aricept) และ tacrine (Cognex) การทานแปะก๊วยร่วมกับยาอย่าง donepezil หรือ rivastigmine  อาจไม่ดีไปกว่าการใช้ยารักษาอัลไซเมอร์เพียงอย่างเดียว
  • ปัญหาสายตาของผู้ป่วยเบาหวาน มีหลักฐานบางชิ้นกล่าวว่าการทานสารสกัดใบแปะก๊วยสามารถช่วยให้เรตินาเสียหายจากเบาหวานดีขึ้นได้
  • สูญเสียการมองเห็นที่เกี่ยวข้องกับต้อหิน การรับประทานสารสกัดใบแปะก๊วยเป็นเวลานานไม่ช่วยให้ความเสียหายที่มีอยู่ก่อนของดวงตาผู้เป็นต้อหินดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าแปะก๊วยช่วยป้องกันการเติบโตของต้อหิน
  • อาการปวดขาขณะเดินที่เกี่ยวข้องกับการไหลเวียนโลหิตที่ไม่ดี (โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย (peripheral vascular disease) มีงานวิจัยบางชิ้นพบว่า การทานสารสกัดใบแปะก๊วยอาจจะช่วยเพิ่มระยะทางที่ผู้ที่มีปัญหาการไหลเวียนเลือดไม่ดีให้ไกลขึ้นโดยไม่ปวดขา การทานแปะก๊วยยังช่วยลดความจำเป็นที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกด้วย อย่างไรก็ตาม หากมีอาการนี้อาจต้องทานแปะก๊วยนานอย่างน้อย 24 สัปดาห์กว่าจะเห็นผล แต่งานวิจัยเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวยังมีไม่มากนัก
  • กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual syndrome (PMS)) การทานสารสกัดใบแปะก๊วยสามารถช่วยบรรเทาอาการกดเจ็บที่เต้านมและอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ PMS แต่ข้อมูลดังกล่าวอาจต้องได้รับการศึกษาเพิ่มเติม
  • จิตเภท (Schizophrenia) งานวิจัยที่ถูกจัดทำขึ้นในจีน แสดงให้เห็นว่าการทานแปะก๊วยทุกวันร่วมกับใช้ยารักษาอาการทางจิต (haloperidol) สามารถลดผลข้างเคียงของยาได้บางประการ อย่างอาการกระหายน้ำและท้องผูก เป็นต้น
  • ภาวะเคลื่อนไหวผิดปกติทีเรียกว่าอาการยึกยือ (Tardive dyskinesia) ภาวะนี้เกิดจากการใช้ยาจิตเวชบางตัว โดยงานวิจัยกล่าวว่าการทานสารสกัดแปะก๊วย (EGb 761, Yi Kang Ning, Yang Zi Jiang Pharmaceuticals Ltd.) นาน 12 สัปดาห์สามารถลดความรุนแรงของอาการยึกยือในผู้ป่วยจิตเภทที่กำลังใช้ยาอยู่ได้
  • วิงเวียนบ้านหมุน (vertigo) การทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยสามารถทำให้อาการวิงเวียนและอาการตั้งสมดุลดีขึ้น

ภาวะที่แปะก๊วยอาจไม่สามารถรักษาได้

  • ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศจากการใช้ยาต้านซึมเศร้า แม้ว่างานวิจัยบางชิ้นจะกล่าวว่าการทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยจะช่วยแก้ปัญหาทางเพศจากการใช้ยาต้านซึมเศร้าได้ งานวิจัยที่ผ่านมาไม่นานมานี้กลับแย้งว่าแปะก๊วยอาจไม่ได้ช่วยในเรื่องนี้ นั่นคือช่วยให้เกิดความปรารถนาทางเพศ แต่ไม่ได้ช่วยเพิ่มสมรรถภาพในขณะมีเพศสัมพันธ์ 
  • ปัญหาทางจิตและความจำที่เกิดจากการทำเคมีบำบัด งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการทานสารสกัดใบแปะก๊วยที่เรียกว่า EGb 761 จำนวน 2 ครั้งต่อวัน เริ่มจากช่วงก่อนทำเคมีบำบัดครั้งที่ 2 และต่อเนื่องจนกว่าจะสิ้นสุดการทำเคมีบำบัด 1 เดือน ไม่ได้ช่วยป้องกันปัญหาทางจิตที่อาจจะเกิดจากการรักษาประเภทนี้ได้ (ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม)
  • ความดันโลหิตสูง งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการทานสารสกัดจากใบแปะก๊วย EGb 761 นาน 6 ปี ไม่ได้ลดความดันเลือดของผู้สูงอายุที่มีปัญหาความดันสูงแต่อย่างใด
  • โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง การรับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยหรือ Ginkgolide B ที่เป็นเคมีที่พบในสารสกัดแปะก๊วยไม่ได้ช่วยให้ความพิการของผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งมีอาการดีขึ้น
  • ความผิดปกติทางอารมณ์ตามฤดูกาล (Seasonal affective disorder) การทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยไม่อาจป้องกันอาการของภาวะผิดปกติทางอารมณ์ตามฤดูกาลได้
  • หูอื้อ (Tinnitus) การทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยไม่ได้ช่วยให้อาการหูอื้อดีขึ้น ยังไม่มีการศึกษามากพอที่จะสรุปได้ว่าแปะก๊วยช่วยในการรักษาหูอื้อด้วยแปะก๊วย
  • โรคหัวใจ (Heart disease) การทานสารสกัดจากแปะก๊วย (EGb 761) ไม่อาจลดโอกาสรอดชีวิตจากภาวะหัวใจวาย ปวดหน้าอก หรือหลอดเลือดสมอง (stroke) ในผู้สูงอายุได้

ภาวะที่ยังคงขาดหลักฐานและยังไม่มีข้อสรุปว่าใช้แปะก๊วยรักษาได้หรือไม่

  • สูญเสียการมองเห็นจากอายุ  (age-related macular degeneration) งานวิจัยบางชิ้นกล่าวว่าการทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยอาจช่วยให้อาการและระยะการมองเห็นของผู้ที่มีปัญหาสูญเสียการมองเห็นจากอายุที่มากขึ้นได้
  • ไข้ละอองฟาง (Hayfever (allergic rhinitis)) งานวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าการใช้ยาหยอดตาที่ประกอบด้วยสารสกัดจากแปะก๊วยสามารถลดอาการตาแดง ตาบวม จากภาวะไข้ละอองฟางได้
  • อาการแพ้ความสูง (Altitude sickness) งานวิจัยเกี่ยวกับผลของสารสกัดจากใบแปะก๊วยกับอาการแพ้ความสูงนั้นยังคงไม่สอดคล้องกัน บ้างก็กล่าวว่าการทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยสามารถลดอาการจากภาวะนี้ได้ แต่งานวิจัยอื่นกลับกล่าวว่า การกินสารสกัดจากใบแปะก๊วยก่อนปีนเขาไม่อาจป้องกันอาการนี้ได้
  • โรคสมาธิสั้น (Attention deficit-hyperactivity disorder (ADHD)) ผลจากการทานแปะก๊วยกับอาการที่เกี่ยวข้องกับ ADHD ยังคงไม่ชัดเจน มีหลักฐานบางชิ้นกล่าวว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารสกัดจากใบแปะก๊วยและโสมอเมริกาอาจช่วยให้อาการ ADHD อย่างวิตกกังวล อยู่ไม่สุข และความหุนหันพลันแล่นของเด็กอายุ 3-17 ปีดีขึ้นได้จริง แต่งานวิจัยอื่นกลับแสดงให้เห็นว่าการทานสารสกัดแปะก๊วยไม่ได้ช่วยให้อาการของ ADHD ดีขึ้นแต่อย่างใดเมื่อนำไปเทียบกับยา methylphenidate ที่ใช้รักษาเด็ก ADHD อายุ 6-14 ปี อีกทั้งการทานสารสกัดจากแปะก๊วยร่วมกับ methylphenidate อาจไม่ช่วยให้เด็กมีอาการดีขึ้นเมื่อเทียบกับเด็กที่มีการใช้ยา methylphenidate เพียงอย่างเดียว
  • ออทิสติก (Autism) งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการทานสารสกัดจากแปะก๊วยในผู้ป่วยออทิสติกยังไม่มีงานวิจัยชัดเจนในการช่วยให้อาการดีขึ้นได้
  • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (chronic obstructive pulmonary disease (COPD)) งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการทานสารสกัดจากแปะก๊วยไม่อาจช่วยให้การทำงานของปอดของผู้เป็น COPD ดีขึ้น
  • เสพย์ติดโคเคน งานวิจัยกล่าวว่าการทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยไม่มีผลช่วยผู้ที่เสพติดโคเคนแต่อย่างใด
  • การทำงานทางจิต ข้อสรุปเรื่องการใช้สารสกัดจากใบแปะก๊วยกับเรื่องการทำงานทางจิตและความทรงจำยังคงไม่แน่ชัด งานวิจัยบางชิ้นพบว่าแปะก๊วยอาจช่วยในเรื่องความจำ ความเร็วในการคิด และสมาธิของผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี แต่งานวิจัยอื่นกลับไม่พบประโยชน์เหล่านี้ จำต้องมีการศึกษาเรื่องแปะก๊วยกับการทำงานทางจิตของผู้ใหญ่เพิ่มเติม
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colorectal cancer) งานวิจัยกล่าวว่าการใช้สารสกัดจากใบแปะก๊วย (EGb 761, ONC) ทางเส้นเลือด (intravenously (by IV)) ร่วมกับยาต้านมะเร็งอาจให้ผลดีต่อผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่ลุกลามไปบ้างแล้ว
  • Dyslexia งานวิจัยกล่าวว่าการทานสารสกัดใบแปะก๊วย (EGb 761) นาน 30 วันโดยประมาณ จะลดอาการจาก dyslexia ในเด็กที่มีอายุ 5-16 ปีได้ แต่ข้อมูลดังกล่าวยังต้องการการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
  • โรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia) การทานยาเม็ดที่เป็นสารสกัดจากใบแปะก๊วย ร่วมกับแคปซูล coenzyme Q-10 (Bio Quinone Q10, Pharma Nord) นาน 84 วันอาจทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นแต่ในด้านการรักษาโรคนั้นข้อมูลยังไม่ชัดเจน
  • สูญเสียการได้ยิน มีหลักฐานที่กล่าวว่าการทานแปะก๊วยอาจช่วยการสูญเสียการได้ยินในระยะสั้น แต่ยังคงไม่แน่ชัดว่าประโยชน์เช่นนี้มาจากแปะก๊วยจริงหรือไม่
  • ปวดศีรษะไมเกรน งานวิจัยพบว่าการทาน Ginkgolide B ที่เป็นเคมีที่พบในสารสกัดใบแปะก๊วยอาจช่วยป้องกันไมเกรนในเด็กและสตรีได้
  • การสัมผัสรังสี มีหลักฐานงานวิจัยที่กล่าวว่าการทานสารสกัดจากใบแปะก๊วย (EGb 761, Tanakan Ipsen) อาจลดผลเสียจากการฉายรังสีบนร่างกายได้
  • ผิวหนังเป็นพิษจากการสัมผัสรังสี งานวิจัยกล่าวว่าการทาครีมที่ประกอบด้วยสารสกัดจากแปะก๊วย ว่านหางจระเข้ และ metal esculetina (Radioskin 2) ร่วมกับผลิตภัณฑ์อีกหนึ่งตัว (Radioskin 1) อาจช่วยปรับความชุ่มชื้นของผิวและลดผลเสียที่เกิดจากการบำบัดรังสีรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมได้
  • ภาวะหลอดเลือดผิดปกติ (Raynaud's syndrome) บางงานวิจัยกล่าวว่าการทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยเป็นเวลา 10 สัปดาห์อาจลดจำนวนการเกิดความเจ็บปวดต่อสัปดาห์ของผู้ป่วยโรคเรย์เนาด์ได้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากงานวิจัยอื่นกลับแย้งว่าแปะก๊วยไม่มีสรรพคุณเช่นนี้ หรือบ้างก็กล่าวว่าแปะก๊วยมีประสิทธิภาพด้อยกว่ายา nifedipine
  • เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ บางงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการทานสารสกัดจากใบแปะก๊วยทุกวันนาน 8 สัปดาห์ไม่ได้ช่วยฟื้นฟูการทำงานทางเพศของผู้หญิงที่หมดอารมณ์ทางเพศได้ อย่างไรก็ตาม หากเป็นการทานผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของแปะก๊วย โสม แดมเมียนา L-arginine วิตามินรวม และแร่ธาตุต่างๆ (ArginMax for Women) นาน 4 อาทิตย์อาจช่วยฟื้นฟูสมรรถนะทางเพศของผู้หญิงได้
  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ผลจากการใช้แปะก๊วยกับการฟื้นฟูผู้ป่วยที่เคยประสบกับโรคหลอดเลือดสมองนั้นยังไม่แน่ชัด บ้างก็กล่าวว่าผู้ป่วยจะดีขึ้นหลังการรักษาด้วยแปะก๊วย แต่ข้อมูลจากการศึกษาคุณภาพสูงกลับไม่พบประโยชน์เช่นนี้
  • โรคด่างขาว (Vitiligo) มีงานวิจัยที่กล่าวว่าการทานสารสกัดจากใบแปะก๊วย (Ginkgo Plus, Seroyal) อาจลดขนาดและการแพร่กระจายของด่างผิวหนังได้
  • ระดับคอเลสเตอรอลสูง
  • โรคหลอดเลือดแข็ง (atherosclerosis)
  • ลิ่มเลือดอุดตัน
  • ภาวะย่อยอาหารผิดปกติ
  • ปวดผิวหนัง

จำเป็นต้องรวบรวมหลักฐานให้มากขึ้นเพื่อให้ข้อมูลด้านประสิทธิผลของแปะก๊วยเพิ่มเติม

ผลข้างเคียงและความปลอดภัยของแปะก๊วย

  • การรับประทานสารสกัดใบแปะก๊วยจัดว่าค่อนข้างปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ส่วนมากเมื่อบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงเล็กน้อยขึ้นอย่างปวดท้อง ปวดศีรษะ วิงเวียน ท้องผูก หัวใจเต้นแรง และปฏิกิริยาแพ้บนผิวหนัง เป็นต้น
  • ผลแปะก๊วยและเนื้อเยื่อในอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้ที่ผิวหนังและสร้างความระคายเคืองแก่เยื่อเมือกบุผิว (mucous membranes) อีกทั้งแปะก๊วยอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาแพ้รุนแรงต่อคนที่เป็นภูมิแพ้ต้นพอยซันไอวี่ (poison ivy) หรือน้ำมันเม็ดมะม่วงหิมพานต์ (cashew shell)
  • มีข้อกังวลว่าการสารสกัดจากใบแปะก๊วยอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลฟกช้ำและเลือดออกได้ โดยแปะก๊วยจทำให้เลือดบางและลดความสามารถในการก่อตัวเป็นลิ่มเลือด ผู้ที่รับประทานแปะก๊วยบางคนจะมีภาวะเลือดออกในตา สมอง และปอดภายหลังการผ่าตัด และสารสกัดใบแปะก๊วยก็ยังอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้บนผิวหนังผู้ใช้บางรายได้ด้วย
  • การรับประทานเม็ดแปะก๊วยเผาหรือต้นแปะก๊วยดิบนั้นจัดว่าอาจจะไม่ปลอดภัย โดยการรับประทานเม็ดแปะก๊วยมากกว่า 10 เม็ดต่อวันอาจทำให้เกิดอาการชีพจรเต้นต่ำ ชัก หมดสติ และช็อกได้
  • การรับประทานเม็ดแปะก๊วยสดจัดว่าค่อนข้างไม่ปลอดภัย โดยการทานสดนี้อาจทำให้เกิดอาการชักและเสียชีวิตได้ เพราะเม็ดแปะก๊วยสดนั้นเป็นพิษและจัดว่าค่อนข้างอันตรายเกินกว่าจะทานสด
  • ณ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือว่าแปะก๊วยที่นำไปทาบนผิวหนังนั้นปลอดภัยหรือไม่

คำเตือนและข้อควรระวังเป็นพิเศษ

สตรีมีครรภ์และแม่ที่ต้องให้นมบุตร แปะก๊วยจัดว่าอาจจะไม่ปลอดภัยที่จะใช้ระหว่างมีครรภ์ โดยอาจทำให้คลอดก่อนกำหนดหรือมีเลือดออกมากระหว่างคลอดได้หากรับประทานในเวลาใกล้เคียงกัน ณ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าแปะก๊วยปลอดภัยจะบริโภคระหว่างให้นมบุตรหรือไม่ จึงควรงดการบริโภคแปะก๊วยขณะที่คุณตั้งครรภ์และต้องให้นมบุตรไปก่อน

เด็กและทารก สารสกัดใบแปะก๊วยจัดว่าค่อนข้างปลอดภัยเมื่อรับประทานในช่วงเวลาอันสั้น บางงานวิจัยกล่าวว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดใบแปะก๊วยกับโสมอเมริกาอาจมีความปลอดภัยสำหรับเด็กเมื่อใช้ในระยะสั้น แต่สำหรับเม็ดแปะก๊วยนั้นไม่ควรจัดให้เด็กรับประทานเพราะจัดว่าค่อนข้างไม่ปลอดภัย เพราะเม็ดแปะก๊วยสดอาจทำให้เด็กมีอาการชักและเสียชีวิตได้

ภาวะเลือดออกผิดปกติ แปะก๊วยอาจทำให้ภาวะเลือดออกผิดปกติทรุดลงได้ ดังนั้นผู้ป่วยภาวะนี้ควรงดการใช้แปะก๊วย

เบาหวาน แปะก๊วยอาจรบกวนการควบคุมเบาหวานของผู้ป่วย ดังนั้นหากผู้ป่วยเบาหวานต้องการบริโภคแปะก๊วย ควรเฝ้าระวังระดับน้ำตาลในเลือดอย่างใกล้ชิด

ชัก ขณะนี้มีข้อกังวลว่าแปะก๊วยอาจทำให้เกิดอาการชักได้ หากคุณเคยประสบกับอาการชักมาก่อนควรงดใช้แปะก๊วย

Deficiency of the enzyme glucose-6-phosphate dehydrogenase (G6PD) แปะก๊วยอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจางรุนแรงในผู้ที่มีภาวะขาดเอนไซม์ G6PD ซึ่งจนกว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมผู้ป่วยภาวะนี้ควรเลี่ยงหรือใช้แปะก๊วยอย่างระมัดระวัง

ภาวะมีบุตรยาก แปะก๊วยอาจทำให้ตั้งครรภ์ยากขึ้น ดังนั้นควรปรึกษาการใช้แปะก๊วยกับผู้เชี่ยวชาญในกรณีที่คุณกำลังพยายามมีบุตร

การผ่าตัด แปะก๊วยอาจชะลอการเกิดลิ่มเลือดขึ้นซึ่งจะทำให้มีเลือดออกมากระหว่างและหลังการผ่าตัด ดังนั้นควรหยุดใช้แปะก๊วยก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 2 อาทิตย์

การใช้แปะก๊วยร่วมกับยาชนิดอื่น

ห้ามใช้แปะก๊วยร่วมกับยาเหล่านี้

แปะก๊วยสามารถชะลอการเกิดลิ่มเลือดขึ้น ซึ่ง Ibuprofen เองก็มีฤทธิ์เช่นนี้ ดังนั้นการทานแปะก๊วยร่วมกับ Ibuprofen จะทำให้เกิดลิ่มเลือดยากขึ้นและเพิ่มโอกาสการเกิดแผลฟกช้ำและเลือดออกมากขึ้นตาม

  • ยาชะลอการเกิดลิ่มเลือด (Anticoagulant / Antiplatelet drugs) กับแปะก๊วย

แปะก๊วยสามารถชะลอการเกิดลิ่มเลือด ดังนั้นการทานแปะก๊วยร่วมกับยาชะลอการเกิดลิ่มเลือดจะเพิ่มโอกาสการเกิดแผลฟกช้ำและเลือดออกมากขึ้น โดยตัวอย่างยาที่ชะลอการเกิดลิ่มเลือดมีดังนี้ aspirin, clopidogrel (Plavix), diclofenac (Voltaren, Cataflam, และอื่น ๆ), ibuprofen (Advil, Motrin, และอื่น ๆ), naproxen (Anaprox, Naprosyn, และอื่น ๆ), dalteparin (Fragmin), enoxaparin (Lovenox), heparin, warfarin (Coumadin), และอื่นๆ

  • Warfarin (Coumadin) กับแปะก๊วย

แปะก๊วยสามารถชะลอการเกิดลิ่มเลือด ดังนั้นการทานแปะก๊วยร่วมกับ Warfarin (Coumadin) ที่ใช้ชะลอการเกิดลิ่มเลือดเช่นกันจะเพิ่มโอกาสการเกิดแผลฟกช้ำและเลือดออกมากขึ้น ดังนั้นควรทำการตรวจเลือดเป็นประจำและอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนปริมาณยา Warfarin (Coumadin) ตามความจำเป็น

ใช้แปะก๊วยร่วมกับยาเหล่านี้ด้วยความระมัดระวัง

  • Alprazolam (Xanax) กับแปะก๊วย

การทานแปะก๊วยร่วมกับ alprazolam จะลดผลกระทบของยา alprazolam ลง

  • Buspirone (BuSpar) กับแปะก๊วย

การทานแปะก๊วยจะส่งผลต่อสมอง โดยยา Buspirone (BuSpar) เองก็ส่งผลต่อสมองเช่นกัน ผู้ที่ทานยา Buspirone (BuSpar) หรือยาอื่น ๆ ร่วมกับแปะก๊วยอาจมีอาการตื่นเต้นเกินเหตุได้ แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าอาการเหล่านี้เกิดจากแปะก๊วยหรือยาตัวอื่น

  • Efavirenz (Sustiva) กับแปะก๊วย

Efavirenz เป็นยาที่ใช้รักษาภาวะติดเชื้อ HIV การทาน Efavirenz ร่วมกับสารสกัดแปะก๊วยจะลดผลของ Efavirenz ลง ดังนั้นก่อนทานแปะก๊วยควรปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อน

  • Fluoxetine (Prozac) กับแปะก๊วย

การทานแปะก๊วยร่วมกับ St. John's wort ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่าง ๆ กับ fluoxetine (Prozac) อาจทำให้คุณรู้สึกฉุนเฉียว ตื่นเต้น ยุกยิก และอารมณ์ดีหรือคึกคักมากว่าปกติ (hypomania) แต่หากเป็นการบริโภคแปะก๊วยกับ fluoxetine (Prozac) จะยังคงต้องการการศึกษาเพิ่มเติม

  • ยาที่สร้างความเปลี่ยนแปลงกับตับ (Cytochrome P450 1A2 (CYP1A2) substrates) กับแปะก๊วย

ยาบางตัวจะถูกเปลี่ยนแปลงและทำลายลงโดยตับ แปะก๊วยอาจเข้าไปลดความเร็วของการกำจัดยาบางตัวโดยตับลง ดังนั้นการทานแปะก๊วยร่วมกับยาเหล่านี้จะเพิ่มฤทธิ์ของยาและผลข้างเคียงมากขึ้น ก่อนการทานแปะก๊วยจึงควรปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ โดยยาที่มีการเปลี่ยนแปลงโดยตับมีตัวอย่างดังนี้ clozapine (Clozaril), cyclobenzaprine (Flexeril), fluvoxamine (Luvox), haloperidol (Haldol), imipramine (Tofranil), mexiletine (Mexitil), olanzapine (Zyprexa), pentazocine (Talwin), propranolol (Inderal), tacrine (Cognex), theophylline, zileuton (Zyflo), zolmitriptan (Zomig), และอื่นๆ

  • ยาที่สร้างความเปลี่ยนแปลงกับตับ (Cytochrome P450 2C9 (CYP2C9) substrates) กับแปะก๊วย

ยาบางตัวจะถูกเปลี่ยนแปลงและทำลายลงโดยตับ แปะก๊วยอาจเข้าไปลดความเร็วของการกำจัดยาบางตัวโดยตับลง ดังนั้นการทานแปะก๊วยร่วมกับยาเหล่านี้จะเพิ่มฤทธิ์ของยาและผลข้างเคียงมากขึ้น ก่อนการทานแปะก๊วยจึงควรปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ โดยยาที่มีการเปลี่ยนแปลงโดยตับมีตัวอย่างดังนี้ amitriptyline (Elavil), diazepam (Valium), zileuton (Zyflo), celecoxib (Celebrex), diclofenac (Voltaren), fluvastatin (Lescol), glipizide (Glucotrol), ibuprofen (Advil, Motrin), irbesartan (Avapro), losartan (Cozaar), phenytoin (Dilantin), piroxicam (Feldene), tamoxifen (Nolvadex), tolbutamide (Tolinase), torsemide (Demadex), warfarin (Coumadin) และอื่น ๆ

  • ยาที่สร้างความเปลี่ยนแปลงกับตับ (Cytochrome P450 2D6 (CYP2D6) substrates) กับแปะก๊วย

ยาบางตัวจะถูกเปลี่ยนแปลงและทำลายลงโดยตับ แปะก๊วยอาจเข้าไปลดความเร็วของการกำจัดยาบางตัวโดยตับลง ดังนั้นการทานแปะก๊วยร่วมกับยาเหล่านี้จะเพิ่มฤทธิ์ของยาและผลข้างเคียงมากขึ้น ก่อนการทานแปะก๊วยจึงควรปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ โดยยาที่มีการเปลี่ยนแปลงโดยตับมีตัวอย่างดังนี้ amitriptyline (Elavil), clozapine (Clozaril), codeine, desipramine (Norpramin), donepezil (Aricept), fentanyl (Duragesic), flecainide (Tambocor), fluoxetine (Prozac), meperidine (Demerol), methadone (Dolophine), metoprolol (Lopressor, Toprol XL), olanzapine (Zyprexa), ondansetron (Zofran), tramadol (Ultram), trazodone (Desyrel), และอื่น ๆ

  • ยาที่สร้างความเปลี่ยนแปลงกับตับ (Cytochrome P450 3A4 (CYP3A4) substrates) กับแปะก๊วย

ยาบางตัวจะถูกเปลี่ยนแปลงและทำลายลงโดยตับ แปะก๊วยอาจเข้าไปลดความเร็วของการกำจัดยาบางตัวโดยตับลง ดังนั้นการทานแปะก๊วยร่วมกับยาเหล่านี้จะเพิ่มฤทธิ์ของยาและผลข้างเคียงมากขึ้น ก่อนการทานแปะก๊วยจึงควรปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ โดยยาที่มีการเปลี่ยนแปลงโดยตับมีตัวอย่างดังนี้ lovastatin (Mevacor), clarithromycin (Biaxin), cyclosporine (Neoral, Sandimmune), diltiazem (Cardizem), estrogens, indinavir (Crixivan), triazolam (Halcion), และอื่น ๆ

  • ยาที่สำหรับเบาหวาน (Antidiabetes drugs) กับแปะก๊วย

ยาเบาหวานถูกใช้เพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด และแปะก๊วยเองก็มีฤทธิ์ในการเพิ่มหรือลดระดับอินซูลินของผู้ป่วยเบาหวานประเภท 2 เช่นกัน ดังนั้นการทานแปะก๊วยร่วมกับยาสำหรับเบาหวานอาจลดประสิทธิภาพของยาลง ควรเฝ้าระวังระดับน้ำตาลในเลือดของคุณอย่างใกล้ชิด โดยอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนปริมาณยาเบาหวานที่ใช้ลงตามความจำเป็น ตัวอย่างยาสำหรับเบาหวานมี glimepiride (Amaryl), glyburide (DiaBeta, Glynase PresTab, Micronase), insulin, pioglitazone (Actos), rosiglitazone (Avandia), chlorpropamide (Diabinese), glipizide (Glucotrol), tolbutamide (Orinase), และอื่น ๆ

  • ยาที่เพิ่มโอกาสการชัก (Seizure threshold lowering drugs) กับแปะก๊วย

ยาบางชนิดจะเพิ่มโอกาสการชักขึ้น และการรับประทานแปะก๊วยก็ทำให้บางคนมีอาการชักขึ้นมา ทำให้การทานยากลุ่มนี้ร่วมกับแปะก๊วยจะทำให้โอกาสมีอาการพุ่งสูงขึ้นมาก จึงไม่ควรทานแปะก๊วยร่วมกับยาดังที่กล่าวไป ตัวอย่างยาที่เพิ่มโอกาสชักมี anesthesia (propofol, และอื่น ๆ), antiarrhythmics (mexiletine), antibiotics (amphotericin, penicillin, cephalosporins, imipenem), antidepressants (bupropion, และอื่น ๆ), antihistamines (cyproheptadine, และอื่น ๆ), immunosuppressants (cyclosporine), narcotics (fentanyl, others), stimulants (methylphenidate), theophylline, และอื่น ๆ

  • ยาที่ใช้ป้องกันการชัก (Anticonvulsants) กับแปะก๊วย

ยาบางชนิดถูกใช้เพื่อป้องกันการชักที่ส่งผลต่อสารเคมีในสมอง แปะก๊วยเองก็ส่งผลต่อสารเคมีในสมองเช่นกัน ซึ่งจะเป็นการลดประสิทธิภาพของยาที่ใช้ป้องกันการชักลง ตัวอย่างยาที่ป้องกันการชักมี phenobarbital, primidone (Mysoline), valproic acid (Depakene), gabapentin (Neurontin), carbamazepine (Tegretol), phenytoin (Dilantin), และอื่นๆ

  • Trazodone (Desyrel) กับแปะก๊วย

Trazodone (Desyrel) ส่งผลต่อสารเคมีในสมอง แปะก๊วยเองก็ส่งผลต่อสารเคมีในสมองเช่นกัน ดังนั้นการทาน Trazodone (Desyrel) ร่วมกับแปะก๊วยจะเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงร้ายแรงในสมอง โดยผู้ที่ใช้ Trazodone ร่วมกับอาจเข้าสู่ภาวะโคม่าได้ จึงไม่ควรทานแปะก๊วยร่วมกับ Trazodone (Desyrel) 

คอยสังเกตอาการเมื่อต้องใช้แปะก๊วยร่วมกับยาเหล่านี้

Hydrochlorothiazide ถูกใช้เพื่อลดการบวมและควบคุมความดันโลหิต การทาน Hydrochlorothiazide ร่วมกับแปะก๊วยอาจเพิ่มความดันโลหิตขึ้นได้ ดังนั้นก่อนรับประทานแปะก๊วยให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนใช้ยาความดันโลหิตสูง

  • Omeprazole (Prilosec) กับแปะก๊วย

Omeprazole (Prilosec) เป็นยาที่เปลี่ยนแปลงและถูกทำลายโดยตับ แปะก๊วยอาจส่งผลให้กระบวนการทำลายนี้เกิดขึ้นเร็วเกิน ดังนั้นการทาน Omeprazole (Prilosec) ร่วมกับแปะก๊วยจะลดประสิทธิภาพที่ควรเป็นของยาลง

ปริมาณยาที่ใช้

ปริมาณหรือขนาดยาที่ใช้ดังต่อไปนี้ได้ถูกศึกษาจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

รับประทาน:

  • สำหรับภาวะวิตกกังวล สารสกัดจากใบแปะก๊วย (EGb 761) 80-160 mg เป็นจำนวน 3 ครั้งต่อหนึ่งวันนาน 4 สัปดาห์
  • สำหรับโรคสมองเสื่อม สารสกัดจากใบแปะก๊วย 60-480 mg ต่อวัน โดยแบ่งปริมาณยาสำหรับกินออกเป็น 2 หรือ 3 ขนาด ให้ใช้นาน 1 ปี การศึกษาส่วนมากกล่าวว่าการใช้ในปริมาณที่ 120-240 mg ต่อวันจะให้ประสิทธิผลที่ดีที่สุดที่ 240 mg ส่วนการศึกษาทางคลินิกส่วนมากในเรื่องประสิทธิผลของใบแปะก๊วยกับโรคสมองเสื่อมนั้นได้ให้มีการใช้สารสกัด EGb 761 กับ LI 1370
  • สำหรับอาการปวดขาเนื่องจากการไหลเวียนโลหิตไม่ดี (claudication, peripheral vascular diseaseสารสกัดจากใบแปะก๊วย (EGb 761) 120-240 mg ต่อวันโดยแบ่งเป็น 2 หรือ 3 ขนาด ให้ใช้นาน 6.1 ปี ซึ่งการใช้ในปริมาณที่สูงกว่านี้อาจจะให้ผลที่ดีขึ้น
  • สำหรับอาการวิงเวียน (vertigoสารสกัดจากใบแปะก๊วย EGb 761 160 กรัม โดยใช้ทุกวันหนึ่งครั้งหรือแบ่งเป็น 2 ขนาด สำหรับ 1 วันนาน 3 เดือน
  • สำหรับสูญเสียการมองเห็นจากต้อหิน สารสกัดจากใบแปะก๊วย 120-160 mg โดยแบ่งเป็น 2 หรือ 3 ครั้ง ต่อวัน
  • สำหรับจิตเภท สารสกัดจากใบแปะก๊วย EGb 761 120-360 mg ต่อวันนาน 8-16 สัปดาห์
  • สำหรับภาวะเคลื่อนไหวผิดปรกติที่เรียกว่า tardive dyskinesia สารสกัดจากใบแปะก๊วย EGb 761 80 mg 3 ครั้งต่อวันนาน 12 สัปดาห์

สำหรับการใช้ทั้งหมดควรเริ่มจากปริมาณที่น้อยหรือไม่เกิน 120 mg ต่อวันเพื่อเลี่ยงผลข้างเคียงบนระบบทางเดินอาหาร แล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณที่ใช้จนถึงปริมาณที่กำหนดของแต่ละภาวะตามความจำเป็น ปริมาณที่ใช้อาจแปรเปลี่ยนไปตามสูตรของผลิตภัณฑ์ที่คุณเลือกใช้ โดยนักวิจัยส่วนมากได้ใช้สูตรสารสกัดใบแปะก๊วยมาตรฐานเป็นพื้น บางคนอาจเลือกใช้ทิงเจอร์มาตรฐานของใบแปะก๊วยดิบที่ 1:5 0.5 mL ในเวลา 3 ครั้งต่อวันก็ได้

ควรเลี่ยงการใช้ส่วนจากต้นแปะก๊วยดิบมาบริโภคเพราะส่วนต่างๆ นั้นมีความเป็นพิษในระดับที่เป็นอันตราย ซึ่งพบได้กระทั่งเมล็ดแปะก๊วยเอง เคมีที่พบนั้นจะทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้รุนแรงได้

ที่มาของข้อมูล

Hong-Feng Zhang et al., An Overview of Systematic Reviews of Ginkgo biloba Extracts for Mild Cognitive Impairment and Dementia (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/p...)

Saskia PA Nicolaï et al., Ginkgo biloba for intermittent claudicatio (https://www.cochranelibrary.co...)

...

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์