Depakine (ดีพากินส์)

เผยแพร่ครั้งแรก 21 พ.ย. 2019 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

Depakine® หรือ Depakine®Chrono เป็นชื่อทางการค้าของยาโซเดียมวัลโพรเอต (Sodium valproate) มีข้อบ่งใช้รักษาโรคลมชัก (Seizure หรือ Epilepsy) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง ที่ทำหน้าที่ในการควบคุมการทำงานของร่างกายจนทำให้เกิดอาการชัก

ยา Depakine® สามารถใช้ได้กับโรคลมชักทุกรูปแบบ ได้แก่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
IPL เพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวหน้า 1 ครั้ง 379 บาท คุ่มสุดๆ ที่ MRT พระราม 9

ราคานี้วันเดียวเท่านั้น / จองผ่าน HD คุ้มกว่า / ผ่อน 0% ได้ / มีแอดมินใจดีดูแล

230
  1. อาการชักที่มีผลต่อทุกส่วนของสมอง (Generalized Seizures) ได้แก่ อาการชักแบบเหม่อลอย (Absence seizures) อาการชักแบบชักเกร็ง (Tonic seizures) อาการชักแบบชักกระตุก (Clonic seizures) อาการชักแบบชักกระตุกและเกร็ง (Tonic-clonic seizures) อาการชักแบบกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Atonic seizures) อาการชักแบบชักสะดุ้ง (Myoclonic seizures)

    นอกจากนี้ยังใช้เป็นยาปรับหรือควบคุมอารมณ์ในผู้ป่วยที่มีภาวะอารมณ์ดีผิดปกติ (Mania) ในผู้ป่วยอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder)
  2. อาการชักเฉพาะส่วน (Partial หรือ Focal Seizures) อาการชักประเภทนี้จะเกิดขึ้นกับสมองเพียงบางส่วน ทำให้เกิดอาการชักที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น

พบว่ามีมักการนำยา Depakine® มาใช้เพื่อเป็นยานอนหลับ เนื่องจากอาการข้างเคียงของยาทำให้เกิดอาการง่วงซึม อย่างไรก็ตาม การใช้เป็นยานอนหลับเป็นข้อบ่งใช้ที่ไม่ได้รับการรับรอง ทั้งทางด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย เนื่องจากการรับประทานยา Depakine® ส่งผลให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ค่อนข้างมาก

กลไกการออกฤทธิ์ของยา Depakine

ตัวยา Depakine ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ที่มีชื่อว่า GABA transaminase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ทำลายสารสื่อประสาท GABA (Gamma-aminobutyric acid) ในสมอง ทำให้ปริมาณสารสื่อประสาท GABA ในสมองสูงขึ้น และปิดช่องทางขนส่งโซเดียม (Na+) ที่มีชื่อว่า Voltage-dependent sodium channels ส่งผลให้การส่งกระแสประสาทภายในสมองลดลง ทำให้ไม่เกิดอาการชัก

ขนาดการใช้ยา Depakine®

ยาเม็ดเคลือบออกฤทธิ์เนิ่น ขนาดยาที่มีวางจำหน่าย ได้แก่ ขนาด 5, 10, 15, 20, 25 และ 30 มิลลิกรัม

ขนาดยาที่ใช้รักษาในผู้ใหญ่

มียารูปแบบยารับประทานและยาฉีด ดังนี้

  • ยารับประทานทั้งรูปแบบเม็ดและน้ำ เริ่มต้นรับประทาน 10-15 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน หลังอาหาร ปรับยาเพิ่มได้ทุก 2-3 วัน จนกระทั่งถึงปริมาณยาที่สามารถควบคุมอาการได้ภายใน 1 สัปดาห์

    ขนาดยาปกติที่ควบคุมอาการ ได้แก่ 20-30 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน โดยให้รับประทานยาเวลาเดียวกันของทุกวัน

  • ยาฉีด ขนาดยา 15 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ควรให้โดยการฉีดช้าๆ

ขนาดยาที่ใช้รักษาในเด็ก

รับประทาน 30 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน

มียารูปแบบยาเม็ด ยาน้ำรับประทาน และผงละลายสำหรับยาฉีด ดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
IPL เพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวหน้า 1 ครั้ง 379 บาท คุ่มสุดๆ ที่ MRT พระราม 9

ราคานี้วันเดียวเท่านั้น / จองผ่าน HD คุ้มกว่า / ผ่อน 0% ได้ / มีแอดมินใจดีดูแล

230
  • ยาเม็ดรับประทาน Depakine® Chrono CR tab เป็นยาเม็ดชนิดควบคุมการปลดปล่อย (Controlled release: CR) ขนาด 500 มิลลิกรัม ให้เพียงวันละ 1 ครั้ง เพราะตัวยาจะค่อย ๆ ปลดปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอตลอดทั้งวัน
  • ยาเม็ดรับประทาน Depakine® EC tab เป็นยาเม็ดเคลือบชนิดแตกตัวในลำไส้ (Enteric coated: EC) ขนาด 200 มิลลิกรัม ควรแบ่งให้วันละ 2 ครั้ง ห้ามหัก แบ่ง หรือบดเม็ดยา เพราะเม็ดยาจะเสียคุณสมบัติในการไปแตกตัวที่ลำไส้เพื่อทำการดูดซึม
  • ยาน้ำรับประทาน Depakine® ขนาด 200 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ควรแบ่งให้วันละ 2 ครั้ง รับประทาน 10-15 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน
  • ผงละลายสำหรับยาฉีด ขนาด 400 มิลลิกรัม/4 มิลลิลิตร

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา Depakine

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ตามปกติเมื่อใช้ยาในขนาดรักษา ได้แก่

ข้อแนะนำการใช้ยา Depakine® อย่างปลอดภัย

เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา คุณควรปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • ไม่ปรับเปลี่ยนขนาดและเวลารับประทานยาด้วยตนเอง
  • ไม่ปรับเพิ่มหรือลดขนาดยาด้วยตนเอง
  • ให้กลืนยาทั้งเม็ด ห้ามหัก แบ่ง บด หรือเคี้ยวยา เนื่องจากเม็ดยามีสารเคลือบควบคุมการปลดปล่อยยา
  • ในระหว่างที่รับประทานยานี้ ห้ามดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือซื้อยามารับประทานเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์
  • ยาจะมีประโยชน์ในการรักษาอาการโรคลมชักในเด็ก ยาจะช่วยลดความถี่ของอาการชักลงจนหยุดชัก ผู้ปกครองต้องให้เด็กกินยานี้อย่างต่อเนื่องตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ห้ามหยุดกินยานี้เอง แม้เด็กจะไม่มีอาการแล้วก็ตาม
  • ยานี้อาจทำให้รับประทานอาหารได้มากขึ้น ควรระมัดระวังการรับประทานอาหารมากเกินไป
  • ควรมีการตรวจวัดระดับน้ำตาลอย่างใกล้ชิด เนื่องจาก Depakine® ส่งผลต่อผลการตรวจคีโตนในปัสสาวะ
  • ควรแจ้งแพทย์หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ ปวดท้องรุนแรง อาหารท้องเสียต่อเนื่องที่รักษาไม่หาย อาเจียน ท้องผูก ผื่นขึ้นตามตัว ภาวะเลือดออกที่ผิดปกติ มีเลือดในปัสสาวะ ปวดเมื่อย อ่อนแรง ใบหน้าบวมตาเหลือง ตัวเหลือง

ข้อควรระวังในการใช้ยา Depakine®

  • ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากทำให้ทารกทวิรูป (อวัยวะเด็กพิการแต่กำเนิด)
  • ระวังการใช้ในผู้ป่วยเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี เนื่องจากมีข้อมูลการเสียชีวิตจากภาวะตับวาย
  • ระวังการใช้ในที่ใช้ยากันชักร่วมกันหลายชนิด
  • ยานี้อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม ควรระมัดระวังการขับขี่ยานพาหนะ และการใช้เครื่องจักร
  • มีข้อห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคตับชนิดเฉียบพลัน (Acute liver disease) หรือมีการทำงานของตับผิดปกติ (Hepatic dydfunction)
  • ควรมีการติดตามอาการปวดเมื่อย อ่อนแรง หน้าบวม ภาวะเบื่ออาหาร (Anorexia) ดีซ่าน และ อาการอาเจียน ที่เกิดในผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพบภาวะตับวายเกิดขึ้นในช่วงเวลาภายใน 6 เดือนของการรักษาในผู้ป่วยบางราย
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่แพ้ยา valproic acid และ อนุพันธ์ของยา
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบกำจัดยูเรีย (Urea cycle disorders)
  • หากใช้ยาและมีอาการหายใจไม่สะดวก ลำคอตีบตัน ผื่นขึ้นตามตัว เนื้อเยื่ออ่อนต่างๆ บวม เช่น บริเวณตาและปาก ควรหยุดยาและพบแพทย์ทันที เนื่องจากผู้ใช้อาจเกิดอาการแพ้ยาได้

ยา Depakine® จัดเป็นยาอันตราย สามารถซื้อได้ตามร้านขายยาแต่ต้องจ่ายโดยเภสัชกรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม แนะนำว่าผู้ป่วยควรรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้สามารถควบคุมอาการชัก ติดตามผลข้างเคียง และรับการรักษาอย่างถูกต้อง

การซื้อยาควรเป็นเพื่อการซื้อยาเพิ่มเติมระหว่างรอนัดหมายครั้งต่อไปเท่านั้น เนื่องจากแพทย์ต้องติดตามดูอาการและปรับยาต่อเนื่องเพื่อให้ควบคุมอาการชักได้


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Rxlist, DEPAKENE (https://www.rxlist.com/depakene-drug.htm), 5 November 2019.
MIMs Thailand, Depakine Chrono (https://www.mims.com/thailand/drug/info/depakine-depakine%20chrono/?type=brief), 5 November 2019.
Medscape, Valproic acid (Rx) (https://reference.medscape.com/drug/depakene-stavzor-valproic-acid-343024), 5 November 2019.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน ผู้อ่านไม่ควรเลือกใช้ยาเองจากการอ่านบทความ ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง เพราะแต่ละท่านอาจมีสาเหตุของโรค โรคประจำตัว และประวัติการรักษาที่ต่างกัน ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

มีคำถามเพิ่มเกี่ยวกับยานี้? ถามคุณหมอของเราทางออนไลน์ได้เลย

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม