ยา Prilosec (Omeprazole) คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ค. 21, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 11 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 480,731 คน

Prilosec เป็นชื่อผลิตภัณฑ์ยาโอเมพราโซล (Omeprazole) ใช้รักษาโรคกรดไหลย้อน (GERD)

โรคกรดไหลย้อนเกิดจากการที่กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับไปที่หลอดอาหาร (เป็นหลอดที่อยู่ระหว่างลำคอและกระเพาะอาหาร) ทำให้เกิดอาการเสียดท้องและเจ็บที่หลอดอาหารได้ ยา Prilosec ยังสามารถใช้รักษาอาการหลอดอาหารอักเสบ(erosive esophagitis) และกลุ่มอาการโซลลิงเจอร์-เอลลิสัน(Zollinger-Ellison Syndrome)  ซึ่งเป็นภาวะที่กระเพาะอาหารผลิตกรดมากเกินไปด้วย

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

และอาจใช้ยา Prilosec เพื่อป้องกันภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน (upper gastrointestinal bleeding) ในผู้ป่วยที่อยู่ในขั้นวิกฤติ และยังใช้ในการรักษาการติดเชื้อ H.Pylori (หรือ Helicobacter pylori) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ ยา Prilosec จัดเป็นยากลุ่ม proton pump inhibitors (PPIs) ซึ่งเป็นยาที่จะไปยับยั้งการผลิตกรดในกระเพาะอาหาร ยาชนิดนี้มีขายตามร้านขายยาทั่วไป(OTC) และที่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์  องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้รับรองยา prilosec ในปี 1989

คำเตือนเมื่อใช้ยา Prilosec

ผู้ป่วยควรใช้ยา Prilosec ตามที่แพทย์สั่งหรือถ้าหากซื้อยาตามร้านขายยาก็ควรทำตามคำแนะนำบนฉล่กยาอย่างเคร่งครัด หากใช้ยา Prilosec เองโดยไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์ ผู้ป่วยไม่ควรทานยานานเกิน 14 วันหรือห้ามทานยาเพื่อรักษาอาการมากกว่าหนึ่งครั้งต่อทุกๆสี่เดือนโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ก่อนโดยเด็ดขาด ยา Prilosec ไม่สามารถบรรเทาอาการได้ในทันทีหลังจากทานยา ซึ่งอาการของผู้ป่วยอาจดีขึ้นหลังจากทานยาไปแล้วประมาณ 4 วัน ทั้งนี้ ผู้ป่วยต้องติดต่อแพทย์หากพบว่ามีอาการแย่ลงหรืออาการป่วยไม่ได้ดีขึ้นเลย ภายหลังจากทานยาไปแล้ว 14 วัน (หรือ 2 สัปดาห์)

อีกทั้ง ผู้ป่วยยังต้องไปพบแพทย์ด้วย หากพบว่าตัวเองกลับมามีอาการอีกครั้งภายในเวลาไม่ถึง 4 เดือนหลังจากทานยา Prilosec จนหายป่วยแล้วเมื่อคราวก่อน ผู้ป่วยต้องทานยา Prilosec ต่อไปถึงแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม ห้ามหยุดทานยาเองโดยไม่ได้ปรึกษากับแพทย์ก่อน ยากลุ่ม proton pump inhibitors (PPIs) อย่าง prilosec อาจทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการแตกหักของกระดูกข้อมือ สะโพกหรือกระดูกสันหลังมากขึ้น ความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นหากผู้ป่วยทานยาชนิดนี้มากๆเป็นเวลานาน ผู้ป่วยบางคนที่ทานยา prilosec เป็นเวลานานบางคนมีเยื่อบุกระเพาะอาหารที่อ่อนแอลง

หากคุณมีข้อมูลดังต่อไปนี้ คุณต้องบอกแพทย์ก่อนก่อนใช้ยา Prilosec:

  • เป็นชาวเอเชีย
  • เคยมีภาวะระดับแม็กนีเซียมในเลือดต่ำ
  • เคยเป็นโรคตับมาก่อน

ผู้ป่วยต้องไปพบแพทย์ หากได้ทานยา prilosec เองโดยไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์แล้วมีอาการดังต่อไปนี้:

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02
  • มีอาการเสียดท้องเป็นเวลากว่าสามเดือนหรือนานกว่านั้น
  • เวียนหัวอย่างรุนแรง เหงื่อออก หรือรู้สึกวิงเวียนพร้อมๆกับมีอาการเสียดท้อง
  • ปวดทรวงอกหรือไหล่
  • หายใจถี่ๆหรือหายใจดังฮืดฮาด
  • ปวดร้าวไปที่แขน คอหรือไหล่
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • คลื่นไส้อาเจียน โดยเฉพาะอาเจียนเป็นเลือด
  • ปวดท้อง
  • กลืนอาหารลำบากหรือรู้สึกเจ็บเวลากลืน
  • อุจจาระมีสีดำหรืออุจจาระเป็นเลือด

หากผู้ป่วยมีอายุมากกว่า 50 ปี ผู้ป่วยต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทานยา prilosec ซึ่งหากทานยาชนิดนี้แล้ว ผู้ป่วยอาจมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรงได้ และอาจเสี่ยงต่อการแตกหักของกระดูกด้วย

การตั้งครรภ์กับการใช้ยา Prilosec

ยา prilosec จัดเป็นยาประเภท Pregnancy Category C โดยองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา ซึ่งหมายความว่า ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่ายา Norco จะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์อย่างไรบ้าง ก่อนที่จะทานยา prilosec ผู้ป่วยต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนว่ากำลังตั้งครรภ์หรือมีแผนที่จะมีลูกหรือไม่ ซึ่งผู้ป่วยที่กำลังตั้งครรภ์ควรใช้ยาประเภทนี้ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้จริงๆเท่านั้น ยา prilosec สามารถส่งผ่านไปยังน้ำนมของแม่ได้ และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะส่งผลต่อทารกที่ต้องดื่มนมแม่หรือไม่  ผู้ป่วยที่ต้องให้นมลูกควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทานยาชนิดนี้

ผลข้างเคียงจากการทานยา Prilosec (Omeprazole)

ผลข้างเคียงทั่วๆไปจากการใช้ยา Prilosec

ผู้ป่วยต้องแจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยามีอาการรุนแรงหรือไม่หายสักที เช่น:

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • มีแก้ส
  • ท้องผูก
  • ปวดศีรษะ

ผลข้างเคียงร้ายแรงจากการใช้ยา Prilosec

ผู้ป่วยต้องไปพบแพทย์หรือเข้ารับการรักษาโดยทันทีที่มีอาการข้างเคียงร้ายแรง ดังต่อไปนี้:

  • มีผื่นขึ้น เป็นลมพิษ หรือมีอาการคัน
  • มีอาการบวมที่ใบหน้า คอ ลิ้น ริมฝีปาก ตา มือ เท้า หรือหน้าแข้ง
  • เสียงแหบ
  • ลำบากในการหายใจหรือการกลืน
  • เหนื่อยล้าอย่างแรง
  • หัวใจเต้นเร็ว แรง ผิดปกติ
  • วิงเวียนศีรษะหรือเวียนหัวอย่างรุนแรง
  • กล้ามเนื้อกระตุก
  • มีอาการชัก
  • ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
  • ท้องเสีย ถ่ายเป็นน้ำ
  • เป็นไข้
  • ปวดช่องท้อง

ปฏิกิริยาของยา Prilosec (Omeprazole)

ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงยาที่ทาน ไม่ว่าจะเป็นยาที่แพทย์สั่งหรือยาที่ซื้อทานเอง ยาเสพติดและยาเพื่อความบันเทิงต่างๆที่ใช้ สมุนไพรและสารอาหารหรืออาหารเสริมต่างๆที่ทาน โดยเฉพาะยา:

  • ยาปฏิชีวนะบางชนิด เช่น ยาแอมพิซิลลิน (Ampicillin) เช่น ยา Principen และ Unasyn
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants) มักจะเรียกว่า "ยาเจือจางเลือด" (blood thinner) เช่น ยาวาฟาริน (Coumadin และJantoven)  ยา rivaroxaban (Xarelto) และยา apixaban (Eliquis)
  • ยาอะทาซานาเวียร์ (Atazanavir) เช่นยา Reyataz
  • ยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepine) เช่นยา diazepam (Valium)
  • ยาซิลอสทาซอล(Cilostazol) เช่น ยา Pletal
  • ยาต้านเกล็ดเลือด (โคลพิโดเกรล - clopidogrel) เช่น ยา Plavix
  • ยาไซโคลสปอริน (Cyclosporin) เช่น Neoral และ Sandimmune
  • ยาไดจอกซิน (Digoxin) เช่น Lanoxicaps และ Lanoxin
  • ยาไดซัลฟิแรม(Disulfiram) เช่น Antabuse
  • ยาขับปัสสาวะ (Diuretics) มักจะเรียกว่า ยาขับน้ำ (water pills)
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารธาตุเหล็ก
  • ยารักษาเชื้อรา คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) เช่น ยาไนโซรัล (Nizoral)
  • ยาเมโธเทรกเซท (Methotrexate)  เช่น Rheumatrex และ Trexall
  • ยาเนวฟินนาเวียร์ (Nelfinavir) เช่น Viracept
  • ยาเฟนิโทอิน (Phenytoin) เช่น Dilantin
  • ยาซาควินาเวียร์ (Saquinavir) เช่น Invirase
  • ยาทราโคลิมัส (tacrolimus) เช่น Prograf และ Advagraf
  • ยาโวริโคนาโซล Voriconazole เช่น ยา Vfend และยาต้านเชื้อรา (antifungal หรือ anti-yeast) อื่นๆ

ขนาดของยา Prilosec (Omeprazole)

ยา prilosec มีทั้งที่เป็นยาเม็ดชนิดปล่อยตัวยาช้า (delayed-release tablet) ยาแคปซูลชนิดปล่อยตัวยาช้า (delayed-release capsule)  ยาผงแห้งสำหรับผสมน้ำให้เป็นยาแขวนตะกอน (powder for suspension) และยาบรรจุในห่อ

ปริมาณยาสำหรับผู้ใหญ่โดยปกติ

  • ใช้รักษาโรคกรดไหลย้อน  แผลในกระเพาะอาหาร หลอดอาหารอักเสบ และการติดเชื้อแบคทีเรีย H. pylori ให้ทานขนาด 20-40 มิลลิกรัม (mg) ต่อวัน
  • ใช้ป้องกันการมีเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน ให้ทานขนาด 40 mg ต่อวัน
  • ใช้รักษากลุ่มอาการโซลลิงเจอร์-เอลลิสัน(Zollinger-Ellison Syndrome): ขนาดยาที่ทานอาจแตกต่างกันออกไปและสามารถทานได้มากถึง 120 mg สามครั้งต่อวันเลยทีเดียว 
  • สำหรับยาที่ขายตามร้านขายยา (โดยไม่มีใบสั่งยา) ที่ผู้ป่วยใช้รักษาอาการเสียดท้องซึ่งสามารถใช้ได้นานถึง 2 สัปดาห์ ทานยาได้ 20 mg ต่อวัน

สำหรับยาแคปซูลชนิดปล่อยตัวยาอย่างช้าๆนั้น ผู้ป่วยควรทานอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนมื้ออาหาร ควรจะกลืนยาทั้งเม็ดหรือแคปซูลแล้วตามด้วยน้ำเปล่าหนึ่งแก้วเสมอ อย่าเคี้ยว บด หรือแบ่งยาออกเป็นชิ้นๆ ส่วนยาผงแบบแขวนตะกอน ผู้ป่วยต้องผสมผงยากับน้ำก่อน  ผู้ป่วยสามารถทานยาผงหรือตัวยาของแคปซูลชนิดปล่อยตัวยาช้าผ่านท่อป้อนอาหารได้ ซึ่งก็ต้องสอบถามกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึงวิธีการใช้ยาแบบนี้ให้ปลอดภัย

การทานยา Prilosec เกินขนาด

อาการที่เกิดจากการทานยาเกินขนาด ได้แก่:

  • คลื่นไส้อาเจียน
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • เหงื่อออกมาก
  • ผิวหนังแดง
  • มองไม่ชัด
  • รู้สึกมึนงง
  • ปวดศีรษะ
  • ปากแห้ง

หากผู้ป่วยรู้สึกว่าตัวเองทานยาเกินขนาดแล้ว ผู้ป่วยควรติดต่อศูนย์พิษวิทยา (poison control center) 

เมื่อลืมทานยา Prilosec

หากผู้ป่วยลืมทานยา Prilosec ผู้ป่วยต้องทานทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่ถ้าใกล้ถึงเวลาที่ต้องทานยาเม็ดต่อไป ผู้ป่วยไม่ต้องทานทดแทนเม็ดที่ลืม และให้ทานยาเม็ดต่อไปเลย ห้ามทานยาเพิ่มเองโดยเด็ดขาด

ลักษณะของยา Prilosec

Prilosec 20 mg  สีม่วง

Prilosec 20 mg  สีม่วง

Omeprazole 10 mg-TEV  มีสีน้ำตาล-ลาเวนเดอร์

Omeprazole 10 mg-TEV  มีสีน้ำตาล-ลาเวนเดอร์

Omeprazole 20 mg-TEV มีสีม่วง

Omeprazole 20 mg-TEV มีสีม่วง

Prilosec 10 mg  มีสีม่วง เป็นแคปซูล

Prilosec 10 mg  มีสีม่วง เป็นแคปซูล

 

Prilosec 20 mg  มีสีม่วง เป็นแคปซูล

Prilosec 40 mg  มีสีม่วง เป็นแคปซูล

Prilosec 10 mg  มีสีชมพู-ม่วง

Prilosec 40 mg  มีสีชมพู-ม่วง

Omeprazole 10 mg-MYL  มีสีเขียว เป็นแคปซูล

Omeprazole 20 mg-MYL  มีสีเขียว เป็นแคปซูล

Omeprazole 20 mg-KU  มีสีขาว-เหลือง  เป็นแคปซูล

Omeprazole 20 mg-APO  มีสีน้ำตาล-ชมพู  เป็นแคปซูล

Omeprazole 10 mg-APO  มีสีน้ำตาล-ชมพู  เป็นแคปซูล

Omeprazole 40 mg-APO  มีสีน้ำตาล-ชมพู  เป็นแคปซูล

คำถามที่พบบ่อย Prilosec FAQ

Q: ยา Prilosec จะทำให้น้ำหนักขึ้นไหม

A: ผู้ป่วยที่ทานยา Prilosec แล้วน้ำหนักขึ้นมีไม่ถึง 1% เลยด้วยซ้ำ  การทานยา Prilosec แทบจะไม่ทำให้น้ำหนักผู้ป่วยขึ้นเลย

Q: เพิ่งได้รับคำแนะนำให้ใช้ยา Prilosec ข้อปฏิบัติในการใช้ยาระบุว่าให้ทานแค่ 14 วันเท่านั้น  แล้วถ้าทานต่อไปอีกจะปลอดภัยไหม หรือควรทานแค่ 14 วันต่อเดือนหรือสามเดือนดี

A: ยาPrilosec (omeprazole) แต่ก่อนมีเฉพาะแบบที่ต้องให้แพทย์สั่งจ่ายยาเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีขายทั่วไปโดยไม่ต้องมีใบสั่งยาแล้ว  แนวทางการรักษาของยาที่ขายตามร้านขายยา เช่น ยาPrilosec OTC นั้นจะต่างจากยาที่แพทย์สั่งให้ ถึงแม้จะเป็นยาชนิดเดียวกันก็ตาม  บนฉลากยา Prilosec OTC ซึ่งขายทั่วไปนั้นจะระบุว่า ไม่ควรใช้ยานานเกิน 14 วัน เว้นแต่แพทย์จะสั่งให้ทานเท่านั้น ซึ่งยา Prilosec (omeprazole) ที่แพทย์สั่งจ่ายนั้นได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ให้ใช้รักษาได้นานเกิน 14 วัน  ถ้าคุณยังมีอาการอยู่นานกว่า 14 วัน คุณอาจต้องไปปรึกษากับแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพ  หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยา Prilosec (omeprazole) ตามแพทย์สั่ง หรือยา Prilosec OTC ตามร้านขายยา

Q: ฉันได้ใช้ยา prilosec ที่มีความแรงของยาตามแพทย์สั่งเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงก่อนทานอาหารเบาๆตามที่แพทย์แนะนำ และตอนนี้รู้สึกเจ็บปวดแสบร้อนและมีลมดัน รู้สึกเหมือนท้องเป็นลูกโป่งที่กำลังจะแตกเลย อาการแบบนี้เป็นปกติเมื่อทานยา Prilosec หรือเปล่า

A: ในการศึกษาทางการแพทย์ ผู้ป่วยที่ทานยา Prilosec ได้รายงานว่าตนมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ ท้องเสีย อาเจียน ท้องอืดท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยว และท้องผูก ปรึกษาแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านสุขภาพเกี่ยวกับอาการที่คุณเป็น ก่อนจะจัดการกับอาการเหล่านั้น

Q: มียาอื่นที่ราคาถูกกว่า สามารถใช้รักษาแทนยา Prilosec และมีประสิทธิภาพเหมือนกันบ้างไหม

A: ยา Prilosec มีตัวยาสามัญชนิดหนึ่งชื่อ omeprazole ซึ่งอาจเป็นตัวยาที่คุณต้องหาข้อมูลด้วย อันดับแรกคุณอาจต้องติดต่อกับบริษัทประกันภัย ปรึกษาพูดคุยกับแพทย์ก่อนและขอตำรับยา(formulary) ตำรับยาเป็นรายชื่อยาที่จำเป็นต้องใช้และมีระดับการคุ้มครองต่างกันตามยาที่อยู่ในแผนการรักษาของคุณ จากนั้นคุณจำเป็นจะต้องไปติดต่อกับผู้ที่ให้บริการด้านสุขภาพของคุณ พิจารณาตามยาที่คุณจำเป็นต้องใช้และรายการตำรับยาที่ครอบคลุมยาต่างๆ เพื่อเลือกการรักษาให้เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

Q: ฉันทานยา Prilosec มาประมาณ 10 ปีแล้ว ฉันต้องกังวลถึงผลข้างเคียงจากการใช้ยาเป็นเวลานานไหม ทำไมหมอไม่ลองหาวิธีอะไรสักอย่างรักษาอาการไส้เลื่อนกระบังลม (Hiatal hernia)ที่ฉันเป็น แทนที่จะให้ฉันทานยานานหลายปีโดยไม่มีแผนหรือเป้าหมายที่จะให้หยุดยาเลย

A: หวังว่ายา Prilosec จะใช้ได้ผลกับคุณ ผู้ป่วยที่มีอาการไส้เลื่อนกระบังลมหลายคนได้ทานยา prilosec ตามที่แพทย์สั่งแล้วดูเหมือนจะรักษาได้ผลดีทีเดียว เราไม่แน่ใจว่าทำไมแพทย์ถึงเลี่ยงการผ่าตัดรักษาไส้เลื่อน บางทีคุณอาจต้องไปคุยกับแพทย์ถึงเรื่องนี้ แต่ถ้าแพทย์เลือกที่จะรักษาคุณด้วยการทานยาต่อ ก็ไม่มีข้อกังวลใดๆเกี่ยวกับผลข้างเคียงจาการทานยา Prilosec เป็นเวลานาน ข้อกังวลเพียงอย่างเดียวที่ต้องกังวลในตอนนี้คือยาที่ใช้ยับยั้งกรดในกระเพาะอาหาร (เช่นเดียวกับยา prilosec) อาจจะไปลดการดูดซึมแคลเซียม ดังนั้น จึงคาดว่าการใช้ยา prilosec เป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการหักหรือเคลื่อนของกระดูกสะโพกได้ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงนี้ค่อนข้างน้อยและการได้รับแคลเซียมและวิตามิน D อย่างเพียงพอจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ และต้องย้ำอีกครั้งว่าคุณสามารถปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ได้  โดยรวมแล้ว ทางเราคิดว่าการรักษาด้วยวิธีนี้น่าจะได้ผลกับคุณดี ซึ่งถ้าคุณทานยารักษาต่อไปก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อคุณ

Q: ฉันได้ทานยา prilosec เมื่อไม่นานมานี้ มีงานวิจัยไหนที่บอกว่ายา prilosec อาจทำให้เกิดปัญหาที่เกี่ยวกับหัวใจไหม

A: ในปี 2007 องค์การอาหารและยา(FDA) ได้จัดทำการทบทวนเรื่องความปลอดภัยของยา Prilosec (omeprazole) และยา Nexium (esomeprazole) การรีวิวได้รับการกระตุ้นมาจากการศึกษาระยะยาวเล็กๆ 2 การศึกษาซึ่งเห็นว่าปัญหาหัวใจวายเพิ่มขึ้นในผู้ป่วยที่ทั้งทานยา prilosec หรือ nexium เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัด หลังจากการรีวิวข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่แล้ว องค์การอาหารและยา (FDA) สรุปว่าผลที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มาจากตัวยาโดยตรงและการใช้ยาเหล่านี้เป็นเวลานานก็ไม่ได้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีปัญหาหัวใจแต่อย่างใด FDAแนะนำให้ใช้ยาเหล่านี้ต่อไปได้ ปรึกษากับผู้ให้บริการด้านสุขภาพหากคุณมีข้อกังวลใดๆเกี่ยวกับการรักษาด้วยยา prilosec

Q: ยา Prilosec ทำให้น้ำหนักขึ้นและมีเหงื่อออกมากในตอนกลางคืนหรือไม่ เพราะฉันเป็นมาแล้วเกือบ 2 เดือน

A: ตามข้อมูลในเอกสารกำกับยาแล้ว อาการข้างเคียงที่พบมากที่สุดที่ได้รับการรายงานจากผู้ป่วยที่ทานยา Prilosec (omeprazole) ได้แก่ อาการปวดหัว (6.9%) ปวดช่องท้อง (5.2 %) คลื่นไส้ (4.0 %) ท้องเสีย (3.7%) อาเจียน (3.2%) และมีแก้ส (2.7%) ในการวิจัยทางคลินิก มีการรายงานถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นซึ่งได้รับการรายงานจากความสมัครใจของผู้ป่วยและจากระบบเฝ้าระวัง จากการศึกษางานวิจัยทางการแพทย์พบว่า มีผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนรายงานว่ามีเหงื่อออกในตอนกลางคืน  ซึ่งสาเหตุของการมีเหงื่อออกตอนกลางคืนและผลจากการทานยารักษานั้นไม่เป็นที่ปรากฏทราบได้

Q: ฉันทานยา prilosec OTC (ที่ไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์) มานานหลายปีแล้ว พอจะมียาอื่นๆที่ใช้รักษาอีกไหม

A: คำถามของคุณเกี่ยวกับทางเลือกในการใช้ยา Prilosec OTC [omeprazole] พอดีเลย (http://www.everydayhealth.com/drugs/prilosec) จากคำถามของคุณ ดูเหมือนว่าคุณจะไม่พอใจกับผลจากการใช้ยา omeprazole อีกต่อไปแล้ว ผลิตภัณฑ์ยาอื่นๆในกลุ่ม proton pump inhibitors (PPIs) ของยาต้านแผลเปื่อย ได้แก่ AcipHex (ยา Rabeprazole)  Kapidex (ยา dexlansoprazole) Nexium (ยา esomeprazole) Prevacid (ยา lansoprazole) และ Protonix (ยา pantoprazole) ถึงแม้ว่ายาทั้งหมดที่ว่ามานี้จะออกฤทธิ์เช่นเดียวกับยา Prilosec แต่ยาเหล่านี้ก็มีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร ซึ่งผู้ป่วยหลายๆคนที่ใช้ยาอย่างน้อยหนึ่งชนิดในนี้ก็มีอาการทุเลาลง

Q: ยา Prilosec ทำให้ความดันโลหิตสูงไหม

A: ยา Prilosec (omeprazole) เป็นยาประเภทหนึ่งในยากลุ่ม proton pump inhibitors (PPIs) ยา PPIs นี้จะลดหรือปิดกั้นการผลิตกรดในกระเพาะอาหาร ยาPrilosec จะใช้เพื่อรักษาอาการของโรคกรดไหลย้อน (โรคGERD) เพื่อกระตุ้นการรักษาอาการหลอดอาหารอักเสบ และเพื่อรักษาหรือป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร อาการข้างเคียงทั่วๆไปของยา Prilosec ได้แก่ มีแก้ส ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และปวดหัว จากข้อมูลการสั่งใช้ยา Prilosec พบว่า เกิดภาวะความดันโลหิตสูงในผู้ป่วยที่ทานยานี้ในช่วงหลังจากยาออกวางจำหน่ายในท้องตลาดแล้ว (post-marketing experience) ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่ยา Prilosec ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) นั่นเอง ในช่วงหลังจากที่ยาออกสู่ตลาด ผู้ป่วยได้รายงานอย่างสมัครใจว่าพวกเขามีอาการข้างเคียงจากการทานยาหรือไม่ และเนื่องจากเป็นการทำอย่างสมัครใจ จึงมีผู้ป่วยบางรายที่รายงานถึงอาการข้างเคียง แต่บางรายก็ไม่ได้รายงาน จึงยากที่จะสรุปว่าผลข้างเคียงจากการทานยาเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด และยังเป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่าอาการที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลจากการทานยาหรือมาจากสาเหตุอื่นด้วย ซึ่งแตกต่างจากผลข้างเคียงที่รายงานในช่วงที่ทำการวิจัยเชิงคลินิก ก่อนที่องค์การอาหารและยา (FDA) จะรับรองยาชนิดนี้ด้วย ในงานวิจัยเชิงคลินิก ผู้วิจัยมีการควบคุมแบบ  tight control ที่ครอบคลุมถึงการรายงานอาการข้างเคียงและสามารถระบุได้ว่าอาการเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับยาที่ใช้หรือไม่  ดังนั้น ความดันโลหิตที่สูงนั้นอาจมาจากการทานยา Prilosec หรือไม่ใช่ก็ได้ แต่ทั้งนี้ ก็ยังมีรายงานถึงอาการข้างเคียงจากผู้ที่ใช้ยา คุณควรไปตรวจวัดความดันโลหิตกับแพทย์ เพราะแพทย์คือคนที่จะให้คำแนะนำในการตัดสินใจรักษาอาการตามสภาพอาการของคุณได้ดีที่สุด

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์