Bupropion (Wellbutrin)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 17, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,249,856 คน

สรรพคุณของยา bupropion

ยา bupropion ใช้สำหรับรักษาโรคซึมเศร้า (depression) โดยยาจะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น และช่วยให้คุณรู้สึกดี ยาอาจออกฤทธิ์โดยไปช่วยปรับสมดุลของสารเคมีตามธรรมชาติในสมอง (สารสื่อประสาท)

วิธีใช้ยา bupropion

อ่านคำแนะนำในการใช้ยาที่ได้รับจากเภสัชกรก่อนใช้ยานี้ และในทุกครั้งที่มารับยาซ้ำ หากมีคำถามใดๆ ให้สอบถามจากแพทย์หรือเภสัชกร

รับประทานยานี้ตามแพทย์สั่ง โดยสามารถรับประทานก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ โดยทั่วไปจะรับประทานวันละ 3 ครั้ง ถ้ามีอาการข้างเคียงทางกระเพาะอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง คุณอาจรับประทานยานี้พร้อมอาหารเพื่อลดผลข้างเคียง สิ่งสำคัญคือในการรับประทานยาแต่ละครั้งจะต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อย 6 ชั่วโมง หรือรับประทานตามแพทย์สั่งเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการชัก

อย่ารับประทานยามากกว่า หรือน้อยกว่า หรือบ่อยครั้งกว่าที่แพทย์สั่ง การรับประทานยา bupropion มากกว่าขนาดยาที่แนะนำอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการชักได้ และห้ามรับประทานยามากกว่า 150 มิลลิกรัมต่อครั้ง และห้ามมากกว่า 450 มิลลิกรัมต่อวัน

ขนาดยาที่คุณได้รับจะขึ้นกับสภาวะโรคและการตอบสนองต่อการรักษาของคุณ แพทย์จะค่อยๆ ปรับเพิ่มขนาดยาขึ้นเพื่อลดการเกิดผลข้างเคียง เช่น อาการนอนไม่หลับ และเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการชัก เพื่อป้องกันไม่ให้มีอาการนอนหลับไม่หลับ อย่ารับประทานยานี้ใกล้กับเวลานอนมากเกินไป แจ้งแพทย์ทราบถ้าอาการนอนไม่หลับเป็นปัญหากับคุณ

คุณต้องใช้ยานี้เป็นประจำทุกวันตามที่แพทย์สั่งเพื่อให้ได้ผลจากการรักษาเต็มที่ เพื่อป้องกันไม่ให้ลืมรับประทานยา แนะนำให้รับประทานยานี้ในเวลาเดียวกันของทุกวัน

ห้ามหยุดยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ เพราะอาการบางอย่างอาจแย่ลงได้ถ้าหยุดยาอย่างกะทันหัน ซึ่งแพทย์อาจจำเป็นต้องปรับขนาดยาลงช้าๆ ก่อนหยุดยา

อาจต้องใช้เวลา 4 สัปดาห์หรือมากกว่านั้นก่อนที่จะได้ผลจากการรักษาเต็มที่ โดยจะต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องตามแพทย์สั่งแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้นหรืออาการแย่ลงให้ปรึกษาแพทย์

ผลข้างเคียงของยา bupropion

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา bupropion: คลื่นไส้, อาเจียน, ปากแห้ง, ปวดศีรษะ, ท้องผูก, เหงื่อออกมาก, ปวดข้อ, เจ็บคอ, ตาพร่ามัว, รู้สึกถึงรสชาติแปลกๆ ในปาก, ท้องเสีย หรือเวียนศีรษะ ถ้าอาการเหล่านี้ไม่ดีขึ้นหรือมีอาการแย่ลง ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์สั่งยานี้ให้กับคุณ เพราะว่าแพทย์ได้ประเมินแล้วว่าคุณจะได้รับประโยชน์จากยานี้มากกว่าความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง ผู้ป่วยหลายรายที่ใช้ยานี้ไม่เกิดอาการข้างเคียงร้ายแรงจากยา

ยานี้อาจทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น จึงแนะนำให้ตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำ และแจ้งแพทย์ทราบหากพบว่าความดันโลหิตสูง

แจ้งแพทย์ทันทีหากคุณมีอาการข้างเคียงที่พบได้น้อยแต่ร้ายแรง ได้แก่ เจ็บหน้าอก, เป็นลม, หัวใจเต้นเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ, การได้ยินผิดปกติ, ได้ยินเสียงผิดปกติในหู, ปวดศีรษะรุนแรง, อารมณ์ สภาพจิตใจเปลี่ยนแปลง (เช่น กระวนกระวาย, วิตกกังวล, สับสน, ประสาทหลอน, สูญเสียความทรงจำ), ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้ (สั่น), น้ำหนักลดหรือน้ำหนักเพิ่มอย่างผิดปกติ

แจ้งแพทย์ทันทีหากคุณมีอาการข้างเคียงที่พบได้น้อยแต่ร้ายแรงมาก ได้แก่ ปวดกล้ามเนื้อ กดเจ็บที่กล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง

ไปพบแพทย์ทันที หากคุณมีอาการข้างเคียงที่ร้ายแรงมาก ได้แก่ ปวดตา ตาบวม ตาแดง, รูม่านตาขยาย, การมองเห็นผิดปกติ (เช่น มองเห็นรุ้งรอบแสงไฟตอนกลางคืน)

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการชักได้ (พบได้น้อย) หากคุณมีอาการชักเกิดขึ้นให้รีบไปพบแพทย์ทันที ถ้าคุณมีอาการชักเกิดขึ้นขณะใช้ยา bupropion คุณไม่ควรใช้ยานี้ต่อ

ปฏิกิริยาการแพ้ยานี้ เป็นเรื่องที่พบได้น้อย อย่างไรก็ตามถ้าเกิดอาการใดๆ ของการแพ้ยาให้รีบไปพบแพทย์ทันที ได้แก่ ผื่น, คัน บวม (โดยเฉพาะที่หน้า ลิ้น คอ), เวียนศีรษะรุนแรง, หายใจลำบาก

อาการข้างเคียงที่กล่าวไว้ข้างต้นไม่ใช่อาการข้างเคียงทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นถ้าคุณมีอาการผิดปกติใดๆ ที่ไม่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ข้อควรระวังในการใช้ยา bupropion

ถ้าคุณแพ้ยา bupropion หรือแพ้สิ่งอื่นๆ ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อนได้รับยานี้ ผลิตภัณฑ์ยานี้อาจประกอบด้วยสารไม่ออกฤทธิ์อื่นซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการแพ้หรือปัญหาอื่นได้ ให้ปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนการใช้ยา bupropion ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะถ้าคุณ

  • มีอาการชัก หรือเป็นโรคที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการชัก ได้แก่ การบาดเจ็บที่สมอง การบาดเจ็บที่ศีรษะ เนื้องอกในสมอง  โรคเส้นเลือดขอดในสมอง (arteriovenous malformation) เป็นโรคอยากผอม (bulimia/anorexia nervosa)
  • ติดสุรา หรือติดยาบางชนิด (ยาในกลุ่ม benzodiazepines, ยาแก้ปวดที่ทำให้เสพติดได้, cocaine และยากระตุ้นประสาทบางชนิด)
  • เป็นโรคเบาหวาน
  • เป็นโรคหัวใจ เช่น หัวใจล้มเหลว, ความดันโลหิตสูง, เพิ่งมีอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด
  • เป็นโรคไต
  • เป็นโรคตับ เช่น ตับแข็ง
  • มีประวัติตนเองหรือคนในครอบครัวเป็นโรคทางจิตเวช เช่น โรคไบโพล่าร์
  • มีประวัติตนเองหรือคนในครอบครัวมีความคิดฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตาย
  • มีประวัติตนเองหรือคนในครอบครัวเป็นโรคต้อหินชนิดมุมปิด 

ไม่ควรใช้ยา bupropion ถ้าคุณหยุดการใช้ยาระงับประสาทที่ใช้เป็นประจำอย่างกะทันหัน (ยาในกลุ่ม benzodiazepines เช่น lorazepam), ถ้าคุณหยุดยารักษาอาการชักกะทันหัน หรือหยุดดื่มแอลกอฮอล์กะทันหัน เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการชักได้

แม้ว่าจะพบได้น้อย อาการซึมเศร้าเป็นสาเหตุของการคิดฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตายได้ ดังนั้นต้องแจ้งแพทย์ทันทีถ้าคุณมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย, อาการซึมเศร้าแย่ลง, หรือมีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ สภาพจิตใจ (มีอาการวิตกกังวล หรืออาการวิตกกังวลแย่ลง, กระวนกระวายใจ, ตื่นตระหนก, มีปัญหาในการนอนหลับ, หงุดหงิด, รู้สึกโกรธเกลียด, มีการกระทำที่วู่วาม, กระสับกระส่ายรุนแรง, พูดเร็ว, มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติ) โดยคุณต้องไปพบแพทย์ตามนัด ซึ่งแพทย์จะได้ติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและปรับเปลี่ยนยาได้ถ้าจำเป็น

ยา bupropion อาจทำให้มีอาการวิงเวียน หรือทำให้การประสานงานกันของร่างกายผิดปกติไป โดยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะยิ่งทำให้วิงเวียนมากขึ้น หรือส่งผลต่อการทำงานประสานกันผิดปกติมากขึ้น ห้ามขับรถ, ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือทำกิจกรรมใดๆ ที่ต้องอาศัยการตื่นตัว จนกว่าคุณจะทำกิจกรรมดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย แนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการชักได้

ผู้สูงอายุอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงมากกว่าปกติ โดยเฉพาะอาการวิงเวียนศีรษะ และการสูญเสียความทรงจำ โดยอาการวิงเวียนศีรษะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม

ระหว่างการตั้งครรภ์ ยานี้ควรใช้เฉพาะในกรณีที่ประเมินแล้วว่ามีความจำเป็นจริงๆ เนื่องจากโรคความผิดปกติทางอารมณ์ สภาพจิตใจที่ไม่ได้รับการรักษา (เช่น ภาวะซึมเศร้า, ภาวะซึมเศร้าจากการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล (seasonal affective disorder), โรคไบโพล่าร์ (bipolar disorder) ถือเป็นสภาวะที่ร้ายแรงได้ ดังนั้นห้ามหยุดยานี้เองโดยแพทย์ไม่ได้สั่ง

ถ้าคุณวางแผนจะตั้งครรภ์, กำลังตั้งครรภ์ หรือคิดว่าตนเองอาจจะตั้งครรภ์ ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับประโยชน์และความเสี่ยงของการใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์

ยา bupropion ผ่านไปยังน้ำนมได้ และอาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ต่อทารกที่ดูดนม โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนการให้นมบุตร

คำเตือนในการใช้ยา bupropion

ยา bupropion เป็นยาต้านเศร้าชนิดหนึ่งที่ใช้รักษาโรคทางจิตเวชได้หลายโรค ได้แก่ โรคซึมเศร้า, โรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติทางอารมณ์ สภาพจิตใจ และใช้ในการเลิกบุหรี่ด้วย

ยาต้านเศร้าเป็นยาที่จะช่วยป้องกันการคิดฆ่าตัวตาย/ป้องกันไม่ให้ฆ่าตัวตาย และยังมีประโยชน์สำคัญอื่นๆ อย่างไรก็ตามมีข้อมูลจากการศึกษาพบว่า มีผู้ป่วยจำนวนน้อย (โดยเฉพาะผู้ที่อายุน้อยกว่า 25 ปี) ที่ใช้ยาต้านเศร้าสำหรับรักษาโรคใดๆ ก็ตาม จะมีอาการซึมเศร้าเกิดขึ้นใหม่ หรืออาการซึมเศร้าแย่ลง รวมถึงมีความผิดปกติทางอารมณ์ สภาพจิตใจ หรือมีความคิดฆ่าตัวตาย พยายามฆ่าตัวตาย จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่คุณจะต้องปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ที่จะได้รับจากยาต้านเศร้า แม้ว่าคุณจะไม่ได้ใช้ยานี้เพื่อรักษาโรคทางอารมณ์หรือสภาพจิตใจก็ตาม

ให้แจ้งแพทย์ทันที ถ้าคุณมีอาการของภาวะซึมเศร้า อาการของภาวะซึมเศร้าแย่ลง หรือมีอาการทางจิตเวชอื่นๆ มีความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมอย่างผิดปกติ เช่น มีความคิดฆ่าตัวตาย หรือพยายามฆ่าตัวตาย หรือมีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์/สภาพจิตใจ เช่น มีอาการวิตกกังวล หรืออาการวิตกกังวลแย่ลง, ตื่นตระหนก, มีปัญหาในการนอนหลับ, หงุดหงิด, รู้สึกโกรธเกลียด, มีการกระทำที่วู่วาม, กระสับกระส่ายรุนแรง, พูดเร็ว โดยจะต้องสังเกตอาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิดเมื่อเริ่มใช้ยาต้านเศร้าหรือเมื่อมีการปรับขนาดยา

หากคุณใช้ยา bupropion เพื่อเลิกบุหรี่ และระหว่างใช้ยามีอาการดังกล่าวข้างต้น คุณจะต้องหยุดยา bupropion และปรึกษาแพทย์ทันที และแจ้งแพทย์ทันทีหากมีอาการดังกล่าวภายหลังจากที่หยุดยาไปแล้ว

ใครบ้างที่ไม่ควรใช้ยา bupropion

สภาวะต่อไปนี้ถือเป็นข้อห้ามในการใช้ยา bupropion ดังนั้นต้องแจ้งแพทย์ทราบหากคุณมีสภาวะดังต่อไปนี้

  • มีการแพร่กระจายของมะเร็งไปที่สมอง
  • มีก้อนเนื้องอกที่สมองหรือไขสันหลัง
  • มีอาการของการถอนแอลกอฮอล์
  • มีอาการฟุ้งพล่านระดับอ่อน (Mild Degree of Mania)
  • มีอาการฟุ้งพล่าน-ซึมเศร้า (Manic-Depression)
  • เป็นโรคทางจิตเวช
  • มีความคิดฆ่าตัวตาย 
  • เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง 
  • ติดยาเสพติด
  • เป็นโรคอยากผอม (bulimia/anorexia nervosa)
  • มีความรู้สึกโกรธต่อบางสิ่งเป็นพิเศษ
  • เป็นผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการชักได้ง่าย (lower seizure threshold)
  • เป็นต้อหินชนิดมุมปิด
  • มีความดันโลหิตสูง
  • เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด
  • เป็นโรคตับอย่างรุนแรง
  • มีอาการชัก
  • น้ำหนักลด
  • มีอาการชักจากการหยุดยา benzodiazepine กะทันหัน
  • ติดยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท หรือติดยาระงับประสาท 
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นต้อหินมุมปิด 
  • แพ้ยา bupropion
  • แพ้ยา Bupropion/Diethylpropion

การใช้ยา bupropion ร่วมกับยาอื่น

การเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา (drug interactions) อาจเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ของยาหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงร้ายแรง ข้อมูลที่ระบุนี้ไม่ได้ครอบคลุมการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งหมด ดังนั้นคุณต้องแจ้งแพทย์และเภสัชกรทราบทุกครั้งว่าคุณกำลังรับประทานยา อาหารเสริม สมุนไพร ใดอยู่ในขณะนี้ อย่าเริ่มยา หยุดยา หรือเปลี่ยนแปลงขนาดยาต่างๆ เอง โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์

ยาบางชนิดที่อาจเกิดปฏิกิริยากับยา bupropion หากคุณกำลังใช้ยาเหล่านี้ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบ

  • Codeine
  • Pimozide
  • Tamoxifen
  • Sibutramine
  • Iomeprol
  • Rifampin (rifampicin)
  • Metoclopramide
  • Atomoxetine
  • Theophylline
  • Steroids
  • Insulin
  • Hydrocodone, oxycodone
  • Valbenazine
  • Flecainide
  • Tramadol
  • Metoprolol
  • Tetrabenazine
  • Aripiprazole
  • Ritonavir

การใช้ยาในกลุ่ม MAO inhibitors ร่วมกับยา bupropion อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างยาที่ร้ายแรง (อาจถึงแก่ชีวิต) ดังนั้นให้หลีกเลี่ยงการใช้ยาในกลุ่ม MAO inhibitors (isocarboxazid, linezolid, methylene blue, moclobemide, phenelzine, procarbazine, rasagiline, safinamide, selegiline, tranylcypromine) ระหว่างใช้ยานี้ และไม่ควรใช้ยาในกลุ่ม MAO inhibitors ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนและหลังใช้ยา bupropion โดยให้สอบถามจากแพทย์ว่าจะต้องเริ่มยาและหยุดยานี้อย่างไร

ยา bupropion อาจรบกวนผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ/ผลการตรวจทางการแพทย์บางชนิด ได้แก่ การตรวจสแกนสมองสำหรับโรคพาร์กินสัน, การตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด amphetamines (ยาบ้า) ซึ่งอาจทำให้ผลออกมาไม่ถูกต้องได้ ดังนั้นต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการและแพทย์ทราบว่าคุณกำลังใช้ยานี้อยู่

การได้รับยา bupropion เกินขนาด

หากมีใครก็ตามที่ได้รับยา bupropion เกินขนาด จนทำให้เกิดอาการที่ร้ายแรง เช่น หมดสติ หรือหายใจลำบาก ให้รีบเรียกรถพยาบาลทันที โทร 1669

อาการของการได้รับยาเกินขนาดอาจได้แก่ อาการชัก, ประสาทหลอน, หัวใจเต้นเร็ว, หัวใจเต้นช้า, หมดสติ

หมายเหตุ

ห้ามแบ่งยานี้ให้ผู้อื่นใช้

อาจต้องมีการนัดตรวจติดตามอาการ และตรวจเลือดเป็นระยะเพื่อติดตามอาการและผลข้างเคียงจากยา ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

หากลืมรับประทานยา bupropion

ถ้าคุณลืมรับประทานยานี้ ให้ข้ามมื้อที่ลืมไป และรับประทานมื้อถัดไปตามปกติ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่า

การเก็บรักษายา bupropion

เก็บรักษายาที่อุณหภูมิห้อง ห่างจากแสงแดดและความชื้น ยา bupropion ชนิดเม็ดอาจมีกลิ่นแปลกๆ ได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติและยังรับประทานได้อยู่ ไม่เก็บยาในห้องอาบน้ำ เก็บยาทุกชนิดให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่เทยานี้ทิ้งในห้องน้ำหรือในท่อระบายน้ำ ให้ทิ้งผลิตภัณฑ์ยานี้อย่างเหมาะสมเมื่อยาหมดอายุหรือเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้ยานี้อีก

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์