Loratadine (Claritin) คือยาอะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 27, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,075,949 คน

Loratadine มีจำหน่ายในชื่อการค้า Claritin และ Claritin-D (มี Loratadine และ Pseudoephedrine เป็นส่วนประกอบ)

ยาลอราทาดีน (Loratadine) เป็นยาในกลุ่ม antihistamine จัดเป็นยา OTC ในอเมริกา (ในไทยจัดเป็นยาอันตรายและต้องจำหน่ายโดยเภสัชกร) ยานี้ใช้สำหรับลดอาการแพ้ต่างๆ ซึ่งทำให้เกิดอาการจาม น้ำมูกไหล ผื่นคัน ลมพิษ . Antihistamine ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการหลั่ง Histamine ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายสร้างเพื่อต่อต้านสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ Loratidine ได้รับการอนุมัติโดย U.S. FDA ในปี ค.ศ. 1993 ผู้ผลิตคือ Bayer Healthcare

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

ข้อควรระวังในการใช้ Loratidine

ไม่ควรใช้ Loratadine ในกรณี ดังนี้

  • คนที่แพ้ยา
  • ผู้มีภาวะทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องทางเมตาบอลิซึมของร่างกายชนิดphenylketonuria
  • มีภาวะไตวายหรือตับวาย

การใช้ Loratadine ในหญิงตั้งครรภ์

เนื่องจากเป็นยาในหมวด pregnancy category B ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ หญิงตั้งครรภ์ กำลังจะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินยา Loratidine ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ขณะให้นมบุตร

Loratadine สำหรับสุนัข

Loratadine ไม่ได้ทำให้เกิดอาการง่วงนอนเท่า Benadryl (diphenhydramine) สามารถใช้ยานี้รักษาอาการภูมิแพ้ในสุนัขและควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนใช้ ไม่ควรให้ loratadine หากสุนัขมีโรคตับและไม่ได้กินยาอื่นๆ ร่วม เช่น antihistamines ตัวอื่น, cimetidine, erythromycin หรือ ketoconazole ซึ่งอาจมีปฏิกิริยากับ loratadine ควรให้ Loratidine กับสุนัขในรูปแบบแคปซูลหรือยาเม็ดเท่านั้น เพราะชนิดน้ำจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจแรงเกินไปสำหรับสุนัข

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของ Loratadine

  • ง่วงนอน
  • เหน็ดเหนื่อย
  • ปวดท้อง
  • ปวดหัว
  • ตาแห้ง ปากแห้ง คอแห้ง
  • ท้องร่วง

นอกจากนี้ อาจเกิดอาการ paradoxical เช่น รู้สึกตื่นเต้น กระวนกระวายใจ เกิดจากการกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งตรงข้ามกับอาการง่วงนอน

ผลข้างเคียงที่รุนแรงของ Loratadine

  • ภาวะตับถูกทำลายหรืออักเสบ
  • แน่นหน้าอกหรือหายใจผ่านท่อลำบาก
  • เป็นลมหมดสติ
  • ชัก
  • เกล็ดเลือดต่ำ (thrombocytopenia)

ปฎิกิริยาของ Loratadine ต่อยาอื่น

  • ปฎิกิริยาของ loratadine ต่อยาอื่นมีไม่มากนัก
  • ควรแจ้งแพทย์และเภสัชกรเกี่ยวกับยา วิตามิน อาหารเสริม (รวมถึงผงโปรตีน) สมุนไพร ยาเสพติดทั้งที่ถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย
  • ไม่ควรใช้ loratadine ร่วมกับ Ranexa (ranolazine) ซึ่งเป็นยาสำหรับรักษาโรคหัวใจขาดเลือดเรื้อรัง
  • ควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะใช้ loratadine ร่วมกับยาต่อไปนี้
    • Cordarone, Nexterone , Pacerone (amiodarone)
    • Prezista (darunavir)
    • Sprycel (dasatinib)

การใช้ Loratadine ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

สารทั้งสองชนิดจะทำให้เกิดอาการมึนงง ปากแห้ง ตาแห้ง (ซึ่งอาจมีผลต่อการมองเห็น) ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับ loratadine

การกิน Loratadine ร่วมกับน้ำเกรปฟรุ๊ต

Loratadine และน้ำเกรปฟรุ๊ตถูกทำลายที่ตับด้วยกลไกแบบเดียวกัน จึงมีโอกาสเกิดผลกระทบด้านรบกวนการดูดซึม

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

รูปแบบยา Loratadine

  • แคปซูล
  • ยาเม็ด
  • น้ำเชื่อม

ไม่ควรใช้ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี และไม่ควรกินยานี้เกิน 10 มิลลิกรัม (มก.)/วัน (1 เม็ดหรือ 1 แคปซูล หรือชนิดน้ำเชื่อม 2 ช้อนชาชนิด ยกเว้นเป็นปริมาณที่สั่งจ่ายโดยแพทย์ผู้ดูแล)

การกินยา Loratadine เกินขนาด

คนที่กินยา Loratidine มากกว่าขนาดที่แนะนำ (10 มิลลิกรัม/วัน) จะมีความเสี่ยงมากขึ้นของอาการง่วงนอนรุนแรง การเต้นของหัวใจถี่ขึ้นและอาการปวดหัว เด็กที่กิน Loratidine มากกว่า 10 มิลลิกรัมนานๆ อาจเริ่มมีอาการเคลื่อนที่คล้ายกับผู้ที่เป็นโรคพาร์กินสัน หากคุณอยู่ในภาวะกินยาเกินขนาด ควรรีบพบแพทย์แผนกฉุกเฉินทันที เมื่อลืมกินยา loratadine ควรกินยาที่ลืมทันที และหากใกล้เวลามื้อต่อไป ให้ข้ามมื้อที่ลืม ไม่ควรรับยาเพิ่มเป็น 2 เท่า

ห้ามใช้ยานี้รักษาตุ่มผื่นลมพิษซึ่งมีการฟกช้ำ พุพอง มีสีผิดปกติหรือผื่นลมพิษที่ไม่มีอาการคัน และแจ้งให้แพทย์ทราบหากท่านมีอาการผื่นดังกล่าว หยุดใช้ยานี้หากอาการผื่นลมพิษไม่ดีขึ้นภายใน 3 วันหลังจากเริ่มใช้ยา หรือในกรณีที่ผื่นลมพิษมีอาการยาวนานมากกว่า 6 สัปดาห์ และควรปรึกษาแพทย์ถึงสาเหตุของผื่นดังกล่าว

การเก็บรักษายา

เก็บยานี้ในภาชนะบรรจุเดิม ปิดภาชนะให้สนิท และเก็บให้พ้นมือเด็ก เก็บยานี้ที่อุณหภูมิห้องโดยไม่ให้อยู่ในที่ร้อนมากกว่า 30 องศาเซลเซียส เช่น บริเวณที่ถูกแสงแดดโดยตรง และไม่เก็บยาในบริเวณที่เปียกหรือชื้น ทิ้งยานี้เมื่อยาหมดอายุ

รูปแบบยา Loratadine

Loratidine 10 mg เม็ดกลม สีขาว

คำถาม: ประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ของLoratidine หลังวันหมดอายุจะลดลงหรือไม่ และลดเป็นอัตราส่วนเท่าไหร่?
คำตอบ : ไม่ควรใช้ยาหมดอายุหลังจากวันหมดอายุที่กำหนดข้างฉลาก เนื่องจากประสิทธิภาพของยาอาจลดลง

คำถาม: Loratidine สามารถทำให้น้ำหนักเพิ่มและดูอ้วนขึ้นได้หรือไม่?
คำตอบ : จากข้อมูลยา Loratidine ไม่มีการระบุว่าจะทำให้น้ำหนักเพิ่ม ควรปรึกษาแพทย์หากพบอาการข้างเคียงดังกล่าว

คำถาม: ฉันมีอาการจามและตาเคือง ตลอดเวลา สามารถใช้Loratidine ได้หรือไม่?
คำตอบ: ได้ อ่านรายละเอียดข้อบ่งใช้และอาการข้างเคียงของLoratidine ข้างต้น

คำถาม: ฉันตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวตั้งแต่กิน Alavert ฉันควรแจ้งให้แพทย์ทราบหรือไม่?
คำตอบ: อาการปวดหัวเป็นอาการข้างเคียงที่พบบ่อยของ Alavert (Loratidine)

คำถาม: ฉันมีอาการปวดหัวเนื่องจากโพรงจมูกอักเสบ แพทย์จ่ายยาแก้แพ้ชนิดใหม่คือ Loratidine ถ้ากินทุกวัน ยาตัวนี้จะทำให้โพรงจมูกแห้งไปหรือไม่?
คำตอบ: Loratidine ทำงานโดยยับยั้งการทำงานของ antihistamine อาการปวดหัวอาจเกิดจากอาการแพ้ ส่วนอาการปากแห้งจมูกแห้งเป็นอาการข้างเคียงของ Loratidine

คำถาม: เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย เภสัชกรให้ฉันใช้ Loratidine 10 mg แทน Allegra 180 mg ยาสองตัวนี้เหมือนกันไหม? และยาตัวนี้จะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือไม่?
คำตอบ: Loratadine (Claritin) และAllegra (fexofenadine) เป็นยากลุ่ม second generation (non-sedating) antihistamine ทั้ง 2 ตัว เป็นยากลุ่มเดียวกันและใช้รักษาอาการแพ้เหมือนกัน แต่การตอบสนองยาแต่ละตัวในแต่ละคนอาจแตกต่างกัน  จึงควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรเกี่ยวกับยาและอาหารเสริมหรือสมุนไพรทุกตัวก่อนกิน

คำถาม: ฉันตื่นมาพร้อมกับอาการปวดหัว หลังกินยา Alavert ฉันควรแจ้งแพทย์หรือไม่?
คำตอบ: อาการปวดหัวเป็นอาการข้างเคียงที่พบบ่อยจากการใช้ยา Alavert (loratadine) ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับอาการข้างเคียงที่พบเพื่อการปรับเปลี่ยนยาที่เหมาะสมขึ้น

คำถาม: ฉันเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฉันกิน Loratidine เพื่อรักษาอาการไข้ ฉันพบเลือดในอุจจาระเป็นครั้งแรกในหลาย ๆ เดือน มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับ Loratidine หรือไม่?
คำตอบ: จากข้อมูลยา Loratidine ไม่ได้ทำให้เกิดภาวะอุจจาระในเลือด เป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากภาวะริดสีดวงทวารหรือ lift heavy bucket

คำถาม: Loratidine สามารถกินได้ทุกวันหรือไม่?
คำตอบ: Loratidine เป็นยาแก้แพ้ กินวันละครั้งเวลาไหนก็ได้ แต่ไม่ควรกินเพิ่มภายใน 24 ชั่วโมง ควรมีการปรับระดับยาในผู้ป่วยโรคไต เนื่องจากยานี้สามารถส่งผ่านทางน้ำนม จึงไม่ควรกินยานี้ในช่วงให้นมบุตร  มีอาการข้างเคียงที่ทำให้เนื้อเยื่อปอดแห้งและหายใจผู้ป่วยที่มีภาวะปอดอุดกั้นเรื้อรังจึงไม่ควรกินยานี้)

ยังไม่มีหลักฐานว่าสามารถกิน LORATIDINE ไปได้นานเท่าไร จึงควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรสำหรับกรณีนี้

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์