โพแทสเซียม (Potassium)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 27, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 370,354 คน

ข้อมูลภาพรวมของโพแทสเซียม

โพแทสเซียม (Potassium) คือแร่ธาตุที่มีบทบาทสำคัญต่อร่างกายมากมาย แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียมมีทั้งผลไม้ (โดยเฉพาะผลไม้อบแห้ง), ธัญญาหาร, ถั่ว, นม, และผักต่าง ๆ

โพแทสเซียมถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในการรักษาและป้องกันภาวะโพแทสเซียมต่ำ, รักษาความดันโลหิตสูง, และป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง (stroke)

โฆษณาจาก HonestDocs
ดีลสุขภาพเเละความงามลดสูงสุด 30%

18-25 มีนาคมนี้เท่านั้น ลด 30% ให้เราดูเเลคุณ

Internalad

โพแทสเซียมออกฤทธิ์อย่างไร?

โพแทสเซียมมีบทบาทต่อการทำงานของร่างกายหลายอย่าง รวมไปถึงกระบวนการส่งสัญญาณประสาท, การบีบรัดตัวของกล้ามเนื้อ, ปรับสมดุลของเหลวร่างกาย, และอยู่ในปฏิกิริยาทางเคมีมากมาย

การใช้และประสิทธิภาพของโพแทสเซียม

ภาวะที่ใช้โพแทสเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ (hypokalemia) การรับประทานหรือฉีดโพแทสเซียมเข้าเส้นเลือด (intravenously (by IV)) สามารถป้องกันและรักษาภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำได้

ภาวะที่ใช้โพแทสเซียมได้อย่างค่อนข้างมีประสิทธิภาพ

  • ความดันโลหิตสูง งานวิจัยส่วนมากแสดงให้เห็นว่าโพแทสเซียมสามารถลดระดับความดันโลหิตได้ อีกทั้งยังออกฤทธิ์กับผู้ที่มีปัญหาความดันสูง, มีการบริโภคโซเดียมสูง, และเป็นชาวแอฟริกาอเมริกันได้ดีมาก ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควรตั้งเป้ารับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมที่ 3500-5000 mg ต่อวัน ซึ่งระดับโพแทสเซียมที่สูงเช่นนี้ถูกคาดว่าสามารถลดความดันโลหิตของผู้ที่มีความดันเลือดสูงได้ประมาณ 4-5 mmHg 

ภาวะที่อาจใช้โพแทสเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) การบริโภคโพแทสเซียมจากอาหารที่สูงนั้นเชื่อมโยงกับการลดลงของความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองถึง 20% การทานอาหารเสริมโพแทสเซียมเองก็อาจมีความเชื่อมโยงกับการลดความเสี่ยงต่อโรคนี้เช่นกัน กระนั้นยังคงต้องการงานวิจัยที่มีคุณภาพสูงมาพิสูจน์สรรพคุณของโพแทสเซียมเช่นนี้อยู่

ภาวะที่ยังคงขาดหลักฐานว่าใช้โพแทสเซียมรักษาได้หรือไม่

  • ปวดฟัน งานวิจัยบางชิ้นได้แสดงให้เห็นว่าการใช้ยาสีฟันที่ประกอบด้วย potassium nitrite สามารถลดอาการเสียวฟันได้ อย่างไรก็ตามยาสีฟันเหล่านี้อาจมีประสิทธิภาพโดยรวมด้อยกว่ายาสีฟันทั่วไป
  • สิว
  • ภาวะติดแอลกอฮอล์ (Alcoholism)
  • ภูมิแพ้
  • โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's disease)
  • arthritis' target='_blank'>ข้ออักเสบ (Arthritis)
  • ท้องอืด
  • การมองเห็นไม่ชัดเจน
  • มะเร็ง
  • กลุ่มอาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง (Chronic fatigue syndrome)
  • โรคลำไส้อักเสบ (Colitis)
  • สับสน
  • ท้องผูก
  • เหนื่อยล้าและอารมณ์เหวี่ยงระหว่างช่วงหมดประจำเดือนหมาด
  • ไข้
  • เก๊าท์
  • ปวดศีรษะ
  • หัวใจวาย
  • โคลิกในเด็กทารก (colic)
  • ดื้อยาอินซูลิน
  • ฉุนเฉียว
  • โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Ménière's disease)
  • กลุ่มอาการหมดประจำเดือน
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • โรคกล้ามเนื้อเสื่อม (Muscular dystrophy)
  • ปัญหาผิวหนัง
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Myasthenia gravis
  • ความเครียด
  • นอนไม่หลับ
  • ภาวะสุขภาพอื่น

จำเป็นต้องรวบรวมหลักฐานให้มากขึ้นเพื่อให้ข้อมูลด้านประสิทธิผลของโพแทสเซียมเพิ่มเติม

ผลข้างเคียงและความปลอดภัยของโพแทสเซียม

โพแทสเซียมถูกจัดว่าค่อนข้างปลอดภัยสำหรับผู้คนส่วนมากเมื่อรับประทานในปริมาณที่สูงถึง 100 mEq หรือเมื่อฉีดเข้าเส้นเลือด (intravenously (by IV)) โดยการกำกับดูแลจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ บางคนอาจมีปฏิกิริยาจากโพแทสเซียมอย่างปวดท้อง, คลื่นไส้, ท้องร่วง, อาเจียน, หรือแก๊สในลำไส้

การบริโภคโพแทสเซียมมากเกินจะถูกจัดว่าไม่ปลอดภัยและอาจทำให้เกิดอาการแสบร้อนหรือยุกยิก, อ่อนแรง, อัมพาต, สับสน, ความดันโลหิตต่ำ, หัวใจเต้นผิดจังหวะ, หรือเสียชีวิตได้

คำเตือนและข้อควรระวังเป็นพิเศษ:

สตรีมีครรภ์และแม่ที่ต้องให้นมบุตร: โพแทสเซียมถูกจัดว่าค่อนข้างปลอดภัยเมื่อบริโภคในปริมาณที่พบในอาหารหรือ 40-80 mEq ต่อวัน การทานโพแทสเซียมระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรมากเกินไปถูกจัดว่าไม่ปลอดภัย

แพ้ยา  aspirin หรือ tartrazine: ควรเลี่ยงการทานอาหารเสริมโพแทสเซียมที่มีส่วนประกอบเป็น tartrazine

โฆษณาจาก HonestDocs
ดีลสุขภาพเเละความงามลดสูงสุด 30%

18-25 มีนาคมนี้เท่านั้น ลด 30% ให้เราดูเเลคุณ

Internalad

ฟอกเลือด: ระดับโพแทสเซียมในเลือดของผู้ที่เข้ารับการฟอกเลือดอาจจะสูงหรือต่ำได้ โดยระดับที่ผันแปรนี้อาจจะขึ้นอยู่กับประเภทของกระบวนการฟอกเลือดที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษา หากคุณกำลังต้องเข้าฟอกเลือด คุณอาจต้องได้รับอาหารเสริมหรือจำกัดปริมาณโพแทสเซียมตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ

ภาวะผิดปรกติของระบบย่อยอาหารที่อาจเปลี่ยนแปลงความเร็วของการเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ของอาหารหรืออาหารเสริม (GI motility conditions): หากคุณมีภาวะที่ทำให้ร่างกายมีความผิดปรกติประเภทนี้ ไม่ควรใช้อาหารเสริมโพแทสเซียมเพราะอาจทำให้มีโพแทสเซียมกักเก็บในร่างกายมาเกินไปจนอาจเป็นอันตรายได้

โรคไต: หากคุณเป็นโรคไตควรใช้โพแทสเซียมตามคำแนะนำหรือการดูแลของแพทย์เท่านั้น

ปลูกถ่ายไต: มีรายงานสองชิ้นที่กล่าวว่ามีผู้ป่วยที่เข้ารับการปลูกถ่ายไตมีระดับโพแทสเซียมที่สูงมากหลังได้รับ potassium citrate ดังนั้นหากคุณเข้ารับการปลูกถ่ายไตมาควรใช้โพแทสเซียมตามคำแนะนำหรือการดูแลของแพทย์เท่านั้น

โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองอย่าง multiple sclerosis (MS), โรคพุ่มพวง ( lupus (systemic lupus erythematosus, SLE)), โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis (RA)), หรือภาวะที่เกี่ยวข้องอื่น : อึ่งคี้อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของคุณทำงานมากขึ้น และนั่นจะทำให้คุณประสบกับอาการจากโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองมากขึ้น หากคุณป่วยเป็นโรคในกลุ่มนี้ควรเลี่ยงการใช้อึ่งคี้จะดีที่สุด

การใช้โพแทสเซียมร่วมกับยาชนิดอื่น

ใช้โพแทสเซียมร่วมกับยาเหล่านี้ด้วยความระมัดระวัง

  • ยาสำหรับความดันโลหิตสูง (ACE inhibitors) กับโพแทสเซียม

ยาสำหรับความดันโลหิตสูงบางตัวอาจเพิ่มระดับโพแทสเซียมในเลือดได้ ดังนั้นการทานโพแทสเซียมร่วมกับยาเหล่านี้อาจทำให้ร่างกายมีโพแทสเซียมมากเกินไป ตัวอย่างยาสำหรับความดันโลหิตสูงมีดังทั้ง captopril (Capoten), enalapril (Vasotec), lisinopril (Prinivil, Zestril), ramipril (Altace), และอื่น ๆ

  • ยาสำหรับความดันโลหิตสูง (Angiotensin receptor blockers (ARBs)) กับโพแทสเซียม

ยาสำหรับความดันโลหิตสูงบางตัวอาจเพิ่มระดับโพแทสเซียมในเลือดได้ ดังนั้นการทานโพแทสเซียมร่วมกับยาเหล่านี้อาจทำให้ร่างกายมีโพแทสเซียมมากเกินไป ตัวอย่างยาสำหรับความดันโลหิตสูงมีดังทั้ง  losartan (Cozaar), valsartan (Diovan), irbesartan (Avapro), candesartan (Atacand), telmisartan (Micardis), eprosartan (Teveten), และอื่น ๆ

  • ยาขับน้ำ (Potassium-sparing diuretics) กับโพแทสเซียม

ยาขับน้ำบางชนิดสามารถเพิ่มระดับโพแทสเซียมในเลือดได้ ดังนั้นการทานยาขับน้ำร่วมกับโพแทสเซียมอาจทำให้ร่างกายมีโพแทสเซียมมากเกินไป ตัวอย่างยาขับน้ำที่เพิ่มโพแทสเซียมในร่างกายมีทั้ง amiloride (Midamor), spironolactone (Aldactone), และ triamterene (Dyrenium)

ปริมาณยาที่ใช้

ปริมาณหรือขนาดยาที่ใช้ดังต่อไปนี้ได้ถูกศึกษาจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ผู้ใหญ่

รับประทาน:

  • ปริมาณสารอาหารที่เพียงพอ (adequate intake (AI)) ของโพแทสเซียมคือ 4.7 กรัมต่อวันสำหรับผู้ใหญ่, 4.7 กรัมสำหรับสตรีมีครรภ์, และ 5.1 กรัมต่อวันสำหรับผู้หญิงที่ให้นมบุตร
  • สำหรับภาวะโพแทสเซียมต่ำ (hypokalemia): สำหรับป้องกันภาวะระดับโพแทสเซียมต่ำคือ 20 mEq (ธาตุโพแทสเซียมประมาณ 780 mg) มักถูกนำไปรับประทานทุกวัน สำหรับรักษาภาวะระดับโพแทสเซียมต่ำคือ 40-100 mEq (ธาตุโพแทสเซียมประมาณ 1560-3900 mg) โดยแบ่งเป็น 2-5 โดสต่อวัน
  • สำหรับความดันโลหิตสูง (hypertension): สำหรับรักษาความดันโลหิตสูง 3500-5000 mg ต่อวัน โดยควรได้รับจากอาหารจะดีที่สุด
  • สำหรับโรคหลอดเลือดสมอง: สำหรับป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ปริมาณสารอาหารที่แนะนำคือประมาณ 75 mEq (ธาตุโพแทสเซียมประมาณ 3.5 กรัม) ทุกวัน

ฉีดเข้าเส้นเลือด:

  • สำหรับภาวะโพแทสเซียมต่ำ (hypokalemia): ปริมาณและอัตราการให้ potassium chloride ทางเส้นเลือดสำหรับป้องกันหรือรักษาภาวะโพแทสเซียมต่ำจะแตกต่างและขึ้นอยู่กับภาวะของผู้ป่วยแต่ละราย การจัดฉีดยาทุกครั้งต้องถูกตรวจสอบและกำกับดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพตลอดเวลา

เด็ก

  • ปริมาณสารอาหารที่เพียงพอ (adequate intake (AI)) สำหรับทารกอายุ 6 เดือนลงไปคือ 0.4 กรัมต่อวัน, สำหรับทารกอายุ 6-12 เดือนคือ 0.7 กรัมต่อวัน, สำหรับเด็กอายุ 1-3 ปีคือ 3 กรัม, สำหรับเด็กอายุ 4-8 ปีคือ 3.8 กรัม, และสำหรับเด็กอายุ 9-13 ปีคือ 4.5 กรัม

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์