โสมอินเดีย (Ashwagandha)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,347,427 คน

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 21/02/2562

ข้อมูลภาพรวมของโสมอินเดีย

โสมอินเดีย (Ashwagandha) คือต้นไม้ที่มีการนำรากและผลมาผลิตยา โสมอินเดียมีสรรพคุณหลายประการ แต่ ณ ปัจจุบันยังคงขาดข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิผลของสรรพคุณเหล่านั้น

โฆษณาจาก HonestDocs
"งูสวัด" ภัยร้ายที่ครืบครายเข้ามาในตัวผู้สูงอายุ

พาผู้ใหญ่ในบ้านมา ฉีดวัคซีน ป้องกันไว้ก่อนเลยวันนี้ เพียง 3,575 บ. เท่านั้น

%e0%b8%87%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%8835 internal ad

โสมอินเดียถูกใช้ในการรักษาข้ออักเสบ (arthritis), ภาวะวิตกกังวล (anxiety), โรคอารมณ์สองขั้ว (bipolar disorder), โรคสมาธิสั้น (attention deficit hyperactivity disorder (ADHD)), เรื่องความสมดุลร่างกาย, โรคย้ำคิดย้ำทำ (obsessive-compulsive dirorder (OCD)), ปัญหาการนอนหลับ (insomnia), เนื้องอกบางชนิด,), โรคผิวหนังที่ปรากฏปื้นสีขาว (leukoderma), ปวดหลัง, fibromyalgia, ปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือน, สะอึกโรคเกี่ยวกับความเสื่อมทางสมองได้แก่ Parkinson's, Huntington's และ Alzeimer's diseasesและโรคตับเรื้อรัง อีกทั้งยังใช้ลดผลข้างเคียงจากการใช้ยารักษามะเร็งและจิตเภท (schizophrenia) และถูกใช้เพื่อลดระดับไขมันและน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

โสมอินเดียยังถูกใช้เป็น “adaptogen” เพื่อช่วยให้ร่างกายรับมือกับความเครียดในแต่ละวันและเป็นยาบำรุงร่างกายได้ด้วย

บางคนยังใช้โสมอินเดียสำหรับพัฒนาทักษะการคิด, ลดความเจ็บปวดและการอักเสบ/บวม, และป้องกันผลเสียที่มาจากความชรา อีกทั้งโสมชนิดนี้ยังถูกใช้เพื่อเพิ่มความสามารถในการมีบุตรของทั้งชายและหญิง และยังใช้เพื่อเพิ่มความต้องการทางเพศขึ้นอีกด้วย

โสมอินเดียที่ผลิตมาเพื่อทาบนผิวหนังจะใช้เพื่อรักษาบาดแผล, ปวดหลัง, และอัมพฤกษ์ครึ่งซีก (hemiplegia)

คำว่า Ashwagandha มาจากภาษาสันสฤตที่เป็นการผสมกันของคำว่า ashva ที่มีความหมายว่า “ม้า” กับคำว่า gandha ที่มีความหมายว่า “กลิ่น” ซึ่งรากของต้นโสมชนิดนี้จะมีกีลิ่นแรงคล้ายกับกลิ่นของม้านั่นเอง

โสมอินเดียออกฤทธิ์อย่างไร?

โสมอินเดียประกอบด้วยสารที่ช่วยทำให้สมองสงบลง, ลดการบวม (อักเสบ), ลดความดันโลหิตลง, และปรับสภาพระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย

โฆษณาจาก HonestDocs
"งูสวัด" ภัยร้ายที่ครืบครายเข้ามาในตัวผู้สูงอายุ

พาผู้ใหญ่ในบ้านมา ฉีดวัคซีน ป้องกันไว้ก่อนเลยวันนี้ เพียง 3,575 บ. เท่านั้น

%e0%b8%87%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%8835 internal ad

การใช้และประสิทธิภาพของโสมอินเดีย

ภาวะที่อาจใช้โสมอินเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ความเครียด การทานสารสกัดจากรากของโสมอินเดีย 300 mg สองครั้งต่อวันหลังอาหารเป็นเวลานาน 60 วันจะช่วยลดอาการที่เกิดจากความเครียดได้จริง

ภาวะที่ยังคงขาดหลักฐานว่าใช้โสมอินเดียรักษาได้หรือไม่

  • ลดผลข้างเคียงที่เกี่ยวข้องกับยาโรคจิต ยาโรคจิต (Antipsychotics) ถูกใช้เพื่อรักษาจิตเภทแต่ก็เป็นยาที่ทำให้ระดับไขมันและน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น การทานสารสกัดสารอินเดีย 400 mg สามครั้งต่อวันเป็นเวลานานหนึ่งเดือนจะช่วยลดระดับไขมันและน้ำตาลในเลือดของผู้ที่ต้องใช้ยากลุ่มนี้ได้
  • ภาวะวิตกกังวล (Anxiety) การศึกษาวิจัยทางการแพทย์ได้แสดงให้เห็นว่าการทานโสมอินเดียสามารถลดอาการหรืออารมณ์วิตกกังวลบางอย่างได้
  • ภาวะสมาธิสั้น (Attention deficit-hyperactivity disorder (ADHD)) การศึกษาวิจัยทางการแพทย์ได้พบว่าการผสานกันของผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีส่วนประกอบเป็นโสมอินเดียจะช่วยเพิ่มระดับสมาธิและการควบคุมตนเองในเด็ก ADHD ได้ แต่สำหรับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีตัวโสมอินเดียเพียงอย่างเดียวนั้นยังคงไม่แน่ชัด
  • โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder) การใช้สารสกัดจากโสมอินเดียเป็นเวลา 8 สัปดาห์ช่วยเพิ่มการทำงานของสมองของผู้ที่มีภาวะอารมณ์สองขั้ว
  • ภาวะสมองที่เรียกว่า  cerebellar ataxia การศึกษาเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าโสมอินเดียที่ใช้ร่วมกับการบำบัดอายุรเวชอื่น ๆ จะช่วยปรับสมดุลร่างกายของผู้ที่มีภาวะ cerebellar ataxia
  • อาการเหนื่อยล้าในผู้ป่วยที่กำลังรับการรักษามะเร็ง (เคมีบำบัด) การวิจัยเมื่อไม่นานมานี้กล่าวว่าการทานสารสกัดโสมอินเดีย 2,000 mg ระหว่างการทำเคมีบำบัดจะช่วยลดการเกิดความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยได้
  • เบาหวาน (Diabetes) มีหลักฐานบางชิ้นที่กล่าวว่าโสมอินเดียสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้
  • คอเลสเตอรอลสูง มีหลักฐานบางชิ้นที่กล่าวว่าโสมอินเดียสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดของผู้ป่วยภาวะคอเลสเตอรอลสูงได้
  • ภาวะมีบุตรยากของผู้ชาย มีหลักฐานทางการแพทย์เบื้องต้นที่กล่าวว่าโสมอินเดียอาจช่วยเพิ่มคุณภาพน้ำเชื้อแต่ไม่เพิ่มจำนวนสเปิร์มในผู้ชายที่มีปัญหามีบุตรยากได้ แต่ยังคงไม่แน่ชัดว่าโสมอินเดียช่วยเพิ่มความสามารถในการมีบุตรจริงหรือไม่
  • ข้อเสื่อม (Osteoarthritis) งานวิจัยพบว่าการทานโสมอินเดียร่วมกับ zinc complex, guggul, และ turmeric อาจช่วยบรรเทาอาการข้อเสื่อมได้ แต่สำหรับการใช้เพียงโสมอินเดียเพียงอย่างเดียวยังคงไม่ชัดเจน
  • โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-compulsive disorder (OCD)) งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากรากของโสมอินเดียอาจลดอาการของ OCD ลงได้เมื่อทานร่วมกับยาที่แพทย์จัดให้เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ซึ่งจะให้ผลที่ดีกว่าการทานเพียงแค่ยาอย่างเดียว
  • โรคพากินสัน (Parkinson's disease) งานวิจัยกล่าวว่าการใช้สมุนไพรอย่างโสมอินเดียร่วมกับยาจะช่วยให้อาการของโรคพากินสันดีขึ้น แต่สำหรับการใช้เพียงโสมอินเดียอย่างเดียวนั้นยังคงไม่ชัดเจน
  • โรคข้อต่ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis) งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการทานผงจากโสมอินเดียเป็นเวลา 3 สัปดาห์และตามด้วย sidh makardhwaj (ส่วนผสมของทอง, ปรอท, และซัลเฟอร์) จะช่วยให้ผู้ป่วย RA มีอาการดีขึ้นเล็กน้อย แต่สำหรับการใช้เพียงโสมอินเดียเพียงอย่างเดียวนั้นยังคงไม่แน่ชัด
  • ความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น งานวิจัยพบว่าการทานสารสกัดจากโสมอินเดียทุกวันเป็นเวลานาน 8 สัปดาห์ร่วมกับการเข้ารับคำปรึกษาจะช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศของกลุ่มผู้หญิงขึ้น ซึ่งนับว่าให้ผลดีกว่าการเข้ารับคำปรึกษาเพียงอย่างเดียว
  • ปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
  • โรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia)
  • กระตุ้นการอาเจียน
  • ปัญหาตับ
  • การป้องกันสัญญาณของการแก่
  • อาการบวม (อักเสบ)
  • เนื้องอก
  • แผลบนชั้นเยื่อบุผิว (Ulcerations)
  • ภาวะสุขภาพอื่น ๆ


จำเป็นต้องรวบรวมหลักฐานให้มากขึ้นเพื่อให้ข้อมูลด้านประสิทธิผลของโสมอินเดีย

ผลข้างเคียงและความปลอดภัยของโสมอินเดีย

โสมอินเดียจัดว่าปลอดภัยเมื่อต้องทานเป็นระยะสั้น ๆ ส่วนผลจากการใช้ในระยะยาวยังคงไม่แน่ชัด การบริโภคโสมอินเดียขนาดสูงอาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง, ท้องร่วง, และอาเจียนได้

ยังไม่แน่ชัดว่าการทาโสมอินเดียบนผิวหนังนั้นปลอดภัยหรือไม่

คำเตือนและข้อควรระวังเป็นพิเศษ:

สตรีมีครรภ์และแม่ที่ต้องให้นมบุตร: ห้ามทานโสมอินเดียขณะตั้งครรภ์เพราะเป็นยาที่จัดว่าไม่ปลอดภัยสำหรับผู้มีครรภ์เนื่องจากมีหลักฐานว่าโสมอินเดียทำให้แท้งบุตร แต่สำหรับผู้ที่กำลังให้นมบุตรนั้นยังคงไม่มีข้อมูลใด ๆ แต่เพื่อความปลอดภัย ควรเลี่ยงการใช้โสมอินเดียจะดีที่สุด

เบาหวาน: โสมอินเดียอาจลดระดับน้ำตาลในเลือดลง ซึ่งนั่นเป็นการรบกวนยาที่ใช้ในการรักษาเบาหวาน หากคุณเป็นโรคเบาหวานและต้องการใช้โสมอินเดีย ควรดูแลระดับน้ำตาลในเลือดของตนเองอย่างใกล้ชิด

ความดันโลหิตสูงหรือต่ำ: โสมอินเดียอาจทำให้ความดันโลหิตลดลง ซึ่งอาจเข้าไปรบกวนยาที่ใช้รักษาระดับความดันโลหิตสูงได้ ดังนั้นในกลุ่มผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำหรือใช้ยาควบคุมความดันโลหิตควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

แผลในกระเพาะอาหาร: โสมอินเดียสามารถสร้างความระคายเคืองแก่ระบบทางเดินอาหารได้ ดังนั้นหากคุณมีแผลในกระเพาะอาหารไม่ควรใช้โสมอินเดียจะดีที่สุด

“โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง” อย่าง multiple sclerosis (MS), โรคพุ่มพวง (lupus (systemic lupus erythematosus, SLE)), โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis (RA)), หรือภาวะที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ : โสมอินเดียอาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของคุณทำงานมากขึ้น และนั่นจะทำให้คุณประสบกับอาการจากโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองมากขึ้น หากคุณป่วยเป็นโรคในกลุ่มนี้ควรเลี่ยงการใช้โสมอินเดียจะดีที่สุด

การผ่าตัด: โสมอินเดียอาจชะลอการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจะกังวลว่ายาชาหรือยาอื่น ๆ ที่ใช้ระหว่างการผ่าตัดจะเพิ่มโอกาสเช่นนี้ ดังนั้นควรงดใช้โสมอินเดียเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

ความผิดปรกติที่ต่อมไทรอยด์: โสมอินเดียอาจเพิ่มระดับฮอร์โมนไทรอยด์ขึ้น ดังนั้นควรมีการใช้โสมอินเดียในปริมาณที่เหมาะสม หรือเลี่ยงการใช้ในกรณีที่คุณมีภาวะต่อมไทรอยด์หรือกำลังใช้ยาควบคุมฮอร์โมนไทรอยด์อยู่

การใช้โสมอินเดียร่วมกับยาชนิดอื่น

ใช้โสมอินเดียร่วมกับยาเหล่านี้ด้วยความระมัดระวัง

โสมอินเดียจะเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันขึ้น ดังนั้นการใช้โสมอินเดียร่วมกับยาที่ลดระบบภูมิคุ้มกันอาจทำให้ยามีประสิทธิภาพลดลง ยาที่ใช้ลดระบบภูมิคุ้มกันคือ azathioprine (Imuran), basiliximab (Simulect), cyclosporine (Neoral, Sandimmune), daclizumab (Zenapax), muromonab-CD3 (OKT3, Orthoclone OKT3), mycophenolate (CellCept), tacrolimus (FK506, Prograf), sirolimus (Rapamune), prednisone (Deltasone, Orasone), corticosteroids (glucocorticoids), และอื่น ๆ

โสมอินเดียอาจทำให้เกิดอาการง่วงนอน ดังนั้นการทานโสมอินเดียร่วมกับยากล่อมประสาทอาจทำให้เกิดอาการง่วงมากเกินไป โดยยากล่อมประสาทกลุ่มนี้มีตัวอย่างดังนี้ clonazepam (Klonopin), diazepam (Valium), lorazepam (Ativan), และอื่น ๆ

โสมอินเดียอาจทำให้เกิดอาการง่วงนอน ดังนั้นการทานโสมอินเดียร่วมกับยากล่อมประสาทอาจทำให้เกิดอาการง่วงมากเกินไป โดยยากล่อมประสาทกลุ่มนี้มีตัวอย่างดังนี้ clonazepam (Klonopin), lorazepam (Ativan), phenobarbital (Donnatal), zolpidem (Ambien), และอื่น ๆ

คอยสังเกตอาการเมื่อต้องใช้โสมอินเดียร่วมกับยาเหล่านี้

ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ตามธรรมชาติอยู่แล้ว ซึ่งโสมอินเดียอาจเข้าไปเพิ่มปริมาณการผลิตฮอร์โมนชนิดนี้ของร่างกายขึ้น การทานโสมอินเดียร่วมกับฮอร์โมนไทรอยด์อาจทำให้ร่างกายมีระดับไทรอยด์มากเกินไป ซึ่งจะเป็นการเพิ่มผลกระทบและผลข้างเคียงของฮอร์โมนไทรอยด์ขึ้น

ปริมาณยาที่ใช้

ขนาดโสมอินเดียที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเช่นอายุ, สุขภาพ, และภาวะอื่น ๆ ของผู้ใช้ ณ ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชี้ชัดขอบเขตที่เหมาะสมของปริมาณยาชนิดนี้ ดังนั้นต้องพึงจำไว้ว่าแม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากธรรมชาติก็ไม่จำเป็นต้องปลอดภัยทุกครั้ง พยายามปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากยาและปรึกษากับเภสัชกร, แพทย์, หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพท่านอื่นก่อนใช้โสมอินเดียทุกครั้ง

อ้างอิง:

Krutika J1*, Swagata Tavhare2, Kalpesh Panara 3, Praveen Kumar A4, Nishteswar Karra5, Studies of Ashwagandha,International Journal of Pharmaceutical & Biological Archives 2016

Narendra Singh, Mohit Bhalla, Prashanti de Jager, and Marilena Gilca, An Overview on Ashwagandha,2011

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์