การดูแลอาหาร

แพ้อาหารก็ทำให้อ้วนได้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 23, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,058,548 คน

แพ้อาหารก็ทำให้อ้วนได้

สิ่งที่เราได้ยินกันย่อยขึ้นในยุคนี้คือ การอักเสบภายในร่างกายทำให้อ้วนโดยหาสาเหตุไม่ได้ และในทางกลับกัน ความอ้วนยังสัมพันธ์กับการอักเสบที่เกิดขึ้นในร่างกาย แต่สิ่งนี้ก็เหมือนกับประโยคที่ว่า ไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่ คือยังไม่มีคำตอบชัดเจน

นอกจากจะใช้สารซีอาร์พีในการะประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจแล้วเรายังใช้สารตัวนี้วัดระดับการอักเสบของร่ายกายได้อีกด้วย นักวิจัยพบว่า เด็กที่อ้วนจะมีระดับซีอาร์พีสูงขึ้น 3 เท่า และมีระดับแอนติบอดีไอจีจี (IgG-ตัววัดการแพ้ในร่างกาย) สูงขึ้น 2.5 เท่า ปกติหากค่าทั้งสองสูงจากปกติ 20-30 เปอร์เซ็นต์ ถือว่ามีความสำคัญ แต่ในกรณีเด็กที่อ้วนมักจะมีระดับสารซีอาร์พีสูงขึ้น 300 และไอจีสูงขึ้น 250 เปอร์เซ็นต์ นักวิจัยจึงเชื่อว่าการแพ้อาหารเป็นสาเหตุของการอักเสบและโรคอ้วน

โฆษณาจาก HonestDocs
อย่ารอสุขภาพดี! คุณเริ่มได้วันนี้ แค่คลิก

เลือกดูสินค้าและบริการสุขภาพดีๆที่เราคัดมาให้ที่ Health Shop

Nurse in the hospital picture id681654226

การอักเสบไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม เช่น แบคทีเรียอาหารที่มีน้ำตาลมาก อาหารไขมันสูง จะนำไปสูงภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้ระดับอินซูลินในเลือดสูง เนื่องจากอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่เก็บสะสมไขมัน ทำให้ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณพุง

ฉะนั้นการขจัดไอจีจีที่เป็นตัวการแพ้อาหารจะเป็นวิธีรักษาโรคอ้วนและป้องกันโรคหัวใจ ซึ่งหมายถึงการจำกัดอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ที่จะนำไปสู่การอักสบนั่นเอง

แพ้อาหารทำให้อ้วนได้อย่างไร

อาหารที่มีไขมันสูงสามารถเปลี่ยนแบคทีเรียในลำไส้ได้ โดยอาหารไขมันสูงจะส่งเสริมการเจริญของแบคทีเรียที่ผลิตสารพิษ ในขณะที่แบคทีเรียที่ดีที่ต้านการอักเสบจะถูกทำลาย ในลำไส้ของคนเรามีแบคทีเรียมากกว่า 500 สายพันธุ์ที่ปกป้องลำไส้

นอกจากนี้อาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปสูง อาหารที่มีน้ำตาลไขมันสูง และใยอาหารต่ำ รวมทั้งยาปฏิชีวนะ ยาสเตียรอยด์ ยาต้านการอักเสบ ยาลดกรด และฮอร์โมน ล้วนแต่มีผลในการเปลี่ยนระบบนิเวศของแบคทีเรียในลำไส้ ทำให้เกิดการอักเสบและลำไส้รั่ว สารพิษที่รั่วเข้าสู่ลำไส้จะจับกับเซลล์ที่ทำหน้าที่ภูมิคุ้มกัน และกระตุ้นให้สร้างสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบหลายชนิด สิ่งเหล่านี้จะยับยั้งการทำงานของร่างกายและกระตุ้นความดื้อต่อการทำงานของฮอร์โมนอินซูลินทำให้ไขมันเกาะตับและเกิดโรคอ้วน

ในกรณีกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ แบคทีเรียไม่ดีก็จะเจริญขึ้นได้และระบบนิเวศในลำไส้จะแปรปรวน หากได้รับสารพิษเข้าไปอีก ผลที่ตามมาไม่เพียงแต่โรคอ้วน เบาหวาน และโรคหัวใจ แต่จะได้โรคภูมิแพ้ ระบบภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง และโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบเพิ่มขึ้น

โฆษณาจาก HonestDocs
อย่ารอสุขภาพดี! คุณเริ่มได้วันนี้ แค่คลิก

เลือกดูสินค้าและบริการสุขภาพดีๆที่เราคัดมาให้ที่ Health Shop

Nurse in the hospital picture id681654226

นักวิจัยพบว่า เพียงเพิ่มใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ เช่น หัวบุก (คอนยักกี้) หรือกลูโคแมนแนน ก็เท่ากับให้อาหารไปเลี้ยงแบคทีเรียชนิดที่ดี ลดการอักเสบได้ นอกจากนี้แบคทีเรียที่ดียังช่วยควบคุมการสะสมไขมันและพลังงาน ฉะนั้นการมีแบคทีเรียที่ดีจะช่วยลดน้ำหนักในทางตรงกันข้าม แบคทีเรียที่ไม่ดีก็จะทำให้น้ำหนักเพิ่ม

ในบ้านเราสมุนไพรที่มีใยอาหารที่ละลายน้ำได้และเป็นอาหารเลี้ยงแบคทีเรียได้ดีคือ แก่นตะวัน ซึ่งเป็นอาหารจากธรรมชาติไม่ได้แปรรูป และนำมาใช้เป็นอาหารในชีวิตประจำวันได้

สรุปแล้วเวลาที่เรากินอาหารฝรั่งที่มีไขมันสูงก็เท่ากับเราให้อาหารเลี้ยงแบคทีเรียชนิดไม่ดี แบคทีเรียเหล่านี้จะทำลายผนังลำไส้และผลิตสารพิษซึ่งจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เวลาที่ผนังลำไส้ถูกทำลาย อาหารที่ถูกย่อยบางส่วนจะรั่วเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อเศษอาหารสัมผัสกับลำไส้ระบบภูมิคุ้มกันในลำไส้จะถูกกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาโต้ตอบเพื่อต่อต้านสารพิษและอาหาร ปฏิกิริยานี้จะทำให้เกิดการอักเสบขึ้นและนำไปสู่กระบวนการไขมันเป็นพิษหรือไขมันเกาะตับ และภาวะดื้อต่ออินซูลินทำให้ระดับอินซูลินในเลือดสูงขึ้น

อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่สะสมไขมันและนำไปสู่ความอ้วน และเร่งให้ร่างกายเสื่อมเร็วขึ้น ฉะนั้นถ้าลำไส้มีแบคทีเรียที่ไม่ดีมากกว่าชนิดดีอาจทำให้อ้วนและป่วยได้ง่าย เพราะสารพิษและการอักเสบ

วิธีง่ายๆ ที่จะเสริมสร้างสุขภาพระบบย่อย ขจัดการแพ้อาหารและสร้างสมดุลให้กับระบบย่อย คือ

  • ขจัดอาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ประมาณ 3 สัปดาห์ เช่น สารกลูเตน (เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งในข้าวสาลี) รวมทั้งบรรดาผลิตภัณฑ์จากข้าวสาลี ผลิตภัณฑ์นม ไข่ ข้าวโพด ยีสต์ และถั่วลิสง บางคนอาจจะแพ้ถั่วเหลือง ควรสังเกตว่าตัวเองมีอาหารผิดปกติใดๆ กับอาหารบางชนิดหรือไม่ หากมีก็ควรเลี่ยงอาหารที่ต้องสงสัย
  • เน้นการบริโภคอาหารพืชที่มีใยอาหารสูงในรูปธรรมชาติจะทำให้ร่างกายได้สารอาหารที่จำเป็น และแบคทีเรียที่ดีในระบบย่อยก็จะพลอยได้รับอาหารที่ดีด้วย
  • บริโภคอาหารที่มีแบคทีเรียที่ดีทุกวัน เพื่อช่วยให้ระบบย่อยแข็งแรงขึ้น อาหารที่มีแบคทีเรียที่ดี เช่น โยเกิร์ต เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเชื้อจุลินทรีย์ชนิดบิฟิโดแบคทีเรียและแล็กโตแบซิลลัสประมาณสิบพันล้านตัวขึ้นไป

 

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่