Doctor men
เขียนโดย
ทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

ข้าวโพด

รวมข้อมูล สรรพคุณทางยาของข้าวโพด ทั้งส่วนเมล็ด ซัง ราก ต้น ใบ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,111,114 คน

ข้าวโพด

ข้าวโพด ถือเป็นผลผลิตจากพืชไร่ที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรตและวิตามิน หลายคนจึงนิยมนำมาประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน นอกจากจะเมล็ดข้าวโพดมีคุณค่าทางอาหารแล้ว ส่วนอื่นๆ ของข้าวโพดยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย

ชื่อวิทยาศาสตร์ Zea mays L.

ชื่อวงศ์ GRAMINEAE (POACEAE)

ชื่อสามัญ Sweet Corn, Corn

ชื่อท้องถิ่น ข้าวแข่ ข้าวโพด ข้าวสาลี บือเคส่ะ โพด สาลี

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของข้าวโพด

ข้าวโพดเป็นพรรณไม้จำพวกหญ้า ลำต้นตั้งตรง ใบเป็นเส้นตรงปลายแหลม เห็นเส้นกลางใบได้ชัด ตรงขอบใบมีขนอ่อนๆ สีขาว ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ในต้นเดียวกัน ช่อดอกเพศผู้อยู่ที่ส่วนยอดของลำต้น ช่อดอกเพศเมียจะอยู่ต่ำถัดลงมา ออกระหว่างกาบของใบและลำต้น ดอกย่อยมีก้านเกสรตัวผู้ 9-10 อัน และมีอับเรณูสีเหลืองส้ม ยอดเกสรตัวเมียเป็นเส้นบางๆ ยื่นออกมาจำนวนมาก ฝักหุ้มด้วยกาบบางหลายชั้น ฝักอ่อนสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีนวล เรียกว่าเปลือกข้าวโพด ผลเป็นฝักทรงกระบอก ใน 1 ฝักมีเมล็ดเกาะอยู่ประมาณ 8 แถว แถวหนึ่งๆ มีประมาณ 30 เมล็ด และมีสีต่างๆ เช่น สีนวล เหลือง ขาว หรือม่วงดำ

สรรพคุณของข้าวโพด

  • ซังข้าวโพด มีรสหวานชุ่ม ต้มกับน้ำเดือด บำรุงม้าม ขับปัสสาวะ แก้บวมน้ำ แก้บิด แก้ท้องร่วง
  • ต้นและใบ รสจืด ต้มกับน้ำเดือด ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว
  • เกสรตัวเมีย หรือไหมข้าวโพด รสหวาน ขับน้ำดี บำรุงตับ แก้ตับอักเสบ แก้ดีซ่าน แก้ไตอักเสบ แก้บวมน้ำ แก้โรคความดันโลหิต แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้โพรงจมูกอักเสบ แก้ฝีที่เต้านม ขับปัสสาวะ แก้ขัดเบา (อาการปัสสาวะขัด) โดยนำไหมข้าวโพด มาต้มในน้ำเดือด โบราณให้กินต่างน้ำ หมายความว่า ให้รับประทานแทนน้ำเปล่า เมื่ออาการดีขึ้น ให้รับประทานน้ำเปล่าเช่นเดิม
  • ราก รสจืด โบราณจะนำส่วนรากมาล้างน้ำสะอาด แล้วจึงนำมาต้มเคี่ยว จนน้ำงวดเหลือ 1 ใน 3 ของน้ำทั้งหมด แล้วรับประทานเป็นยาแก้อาเจียนเป็นเลือด
  • เมล็ด รสหวานมัน บำรุงร่างกาย บำรุงหัวใจ บำรุงปอด ขับปัสสาวะ มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมน Estrogen (เป็น Phytoestrogen) ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกบีบตัว คลายกล้ามเนื้อเรียบ โดยนำเมล็ดข้าวโพดดิบมาคั่วแล้วปรุงรสตามชอบ ส่วนใหญ่นิยมใส่น้ำตาลเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยสมานแผลโดยนำเมล็ดดิบตำให้แหลก แล้วผสมแอลกอฮอล์ล้างแผล พอกบริเวณที่มีบาดแผลได้

การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของข้าวโพด

มีการทดสอบฤทธิ์ปกป้องเซลล์สมองของสารที่ได้จากยอดเกสรตัวเมียของข้าวโพด ในเซลล์สมองของมนุษย์ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดสารอนุมูลอิสระ ซึ่งสารอนุมูลอิสระเหล่านี้จะทำให้เซลล์สมองเสื่อมและตายได้ในที่สุด แต่เมื่อเซลล์สมองได้รับสารสกัดจากข้าวโพด พบว่าสารนี้มีฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระได้ ทำให้เพิ่มอัตราการรอดชีวิตของเซลล์สมอง และชะลอความเสื่อมของเซลล์ แต่อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการศึกษาในระดับหลอดทดลอง ยังต้องมีการศึกษาต่อไปในระดับคลินิกเพิ่มเติม

คุณค่าทางโภชนาการของเมล็ดข้าวโพด 100 กรัม

  • พลังงาน 86 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 18.7 กรัม
  • แป้ง 5.7 กรัม
  • น้ำตาล 6.26 กรัม
  • ใยอาหาร 2 กรัม
  • ไขมัน 1.35 กรัม
  • โปรตีน 3.27 กรัม
  • ทริปโตเฟน 0.023 กรัม
  • ทรีโอนีน 0.129 กรัม
  • ไอโซลิวซีน 0.129 กรัม
  • ลิวซีน 0.348 กรัม
  • ไลซีน 0.137 กรัม
  • เมทไธโอนีน 0.067 กรัม
  • ซิสทีน 0.026 กรัม
  • ฟีนิลอะลานีน 0.150 กรัม
  • ไทโรซีน 0.123 กรัม
  • วาลีน 0.185 กรัม
  • อาร์จินีน 0.131 กรัม
  • ฮิสตามีน 0.089 กรัม
  • อะลานีน 0.295 กรัม
  • กรดแอสปาร์ติก 0.244 กรัม
  • กรดกลูตามิก 0.636 กรัม
  • ไกลซีน 0.127 กรัม
  • โพรลีน 0.292 กรัม
  • ซีรีน 0.153 กรัม
  • น้ำ 75.96 กรัม
  • วิตามินเอ 9 ไมโครกรัม 1%
  • ลูทีนและซีแซนทีน 644 ไมโครกรัม
  • วิตามินบี 1 0.155 มิลลิกรัม 13%
  • วิตามินบี 2 0.055 มิลลิกรัม 5%
  • วิตามินบี 3 1.77 มิลลิกรัม 12%
  • วิตามินบี 5 0.717 มิลลิกรัม 14%
  • วิตามินบี 6 0.093 มิลลิกรัม 7%
  • วิตามินบี 9 42 ไมโครกรัม 11%
  • วิตามินซี 6.8 มิลลิกรัม 8%
  • ธาตุเหล็ก 0.52 มิลลิกรัม 4%
  • ธาตุแมกนีเซียม 37 มิลลิกรัม 10%
  • ธาตุแมงกานีส 0.163 มิลลิกรัม 8%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 89 มิลลิกรัม 13%
  • ธาตุโพแทสเซียม 270 มิลลิกรัม 6%
  • ธาตุสังกะสี 0.46 มิลลิกรัม 5%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

คำแนะนำในการรับประทานข้าวโพด

  • ไม่ควรรับประทานข้าวโพดดิบ เพราะจะทำให้ท้องอืด เนื่องจากร่างกายไม่สามารถย่อยข้าวโพดดิบได้
  • ผู้สูงอายุที่มีอาการท้องอืดหรือผู้ที่เพิ่งผ่าตัดภายในช่องท้องไม่ควรรับประทานข้าวโพด เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาในช่องท้อง
  • ควรรับประทานข้างโพดสลับชนิดกันไป เช่น รับประทานข้าวโพดอ่อน สลับกับข้าวโพดหวานต้ม เพื่อป้องกันอาการท้องอืดและท้องผูก
  • การรับประทานข้าวโพดปริมาณมากหรือบ่อยเกินไป จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตมากเกินความต้องการ จึงเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นน้ำตาล และเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมได้ในที่สุด

ที่มาของข้อมูล

สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, ฤทธิ์ปกป้องสมองของสารจากไหมข้าวโพด, 2560.

วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม, พจนานุกรมสมุนไพรไทย, 2531.

วุฒิ วุฒิธรรมเวช, เครื่องยาไทย 1, 2552.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
วิตามินกับการรับประทานอาหาร ที่มีสารต่อต้านริ้วรอย
วิตามินกับการรับประทานอาหาร ที่มีสารต่อต้านริ้วรอย

รับประทานวิตามินเพื่อการชะลอวัยอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

ดูในแอป