ยาขับปัสสาวะ (Diuretic) คืออะไร?


เป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า ยาขับน้ำ ซึ่งช่วยในการขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายและยังช่วยลดระดับความดันโลหิต

ยาขับปัสสาวะ (Diuretic) เป็นยาชนิดที่อยู่ในกลุ่มของยาขับน้ำ (Water Pills) ซึ่งมักใช้ในการรักษาภาวะความดันโลหิตสูง อาการบวมที่บริเวณเท้า ข้อเท้า และขาส่วนล่าง น้ำที่เกิดขึ้นในปอดซึ่งเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว น้ำส่วนเกินที่อยู่ในช่องท้องซึ่งเกิดจากโรคตับหรือมะเร็งบางชนิด และโรคความผิดปกติที่ตา เช่น ต้อหิน เป็นต้น นอกจากนี้ การใช้ยาขับปัสสาวะยังใช้ในการรักษาโรคเบาจืด โรคถุงน้ำในรังไข่ โรคนิ่วในไต ภาวะหัวล้านที่มีลักษณะคล้ายเพศชายในเพศหญิง และโรคกระดูกพรุน

ยาขับปัสสาวะมีหลายกลุ่มด้วยกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มมีกลไลการออกฤทธิ์ต่างกันในการช่วยให้ไตขับน้ำส่วนเกินและเกลือออกจากร่างกาย ตัวอย่างของยาขับปัสสาวะ มีดังนี้

  • ยาขับปัสสาวะ กลุ่ม Loop diuretics เช่น Lasix (furosemide), bumetanide, Demadex (torsemide) และ Edecrin (ethacrynic acid)
  • ยาขับปัสสาวะ กลุ่ม Thiazide diuretics เช่น Microzide (hydrochlorothiazide), chlorthalidone และ Zaroxolyn (metolazone)
  • ยาขับปัสสาวะ กลุ่ม Potassium-sparing diuretics เช่น Aldactone (spironolactone), Inspra (eplerenone), Dyrenium (triamterene) และ Midamor (amiloride)
  • ยาขับปัสสาวะ กลุ่ม Carbonic anhydrase inhibitors เช่น Diamox (acetazolamide) มักใช้รักษาโรคต้อหินและอาการแพ้ความสูง

คำเตือนและข้อระวังในการใช้ยา

ห้ามใช้ยาขับปัสสาวะหากคุณมีปัญหาด้านการขับถ่ายปัสสาวะหรือมีอาการแพ้ส่วนผสมที่อยู่ในยา แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อหลีกเลี่ยงหรือข้อระวังในการใช้ยาหากคุณเป็นโรค ดังต่อไปนี้

  • มีปัญหาโรคตับรุนแรงหรือโรคไต
  • มีภาวะขาดน้ำ
  • มีอาการเต้นของหัวใจผิดปกติ
  • กำลังตั้งครรภ์อยู่ในช่วงไตรมาสที่ 3 และ/หรือ มีอาการความดันโลหิตสูงระหว่างการตั้งครรภ์
  • มีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 65 ปีขึ้นไป
  • เป็นโรคเก๊า
  • มีประวัติแพ้ยาในกลุ่มsulfa เช่น Septra และ Bactrim (sulfamethoxazole และ trimethoprim)
  • มีประวัติการใช้ยาซึ่งส่งผลต่อการได้ยิน เช่น ยารักษาโรคมะเร็ง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา

ส่วนใหญ่แล้วการใช้ยาขับปัสสาวะมักไม่ค่อยพบผลข้างเคียง แต่อาจเกิดอาการดังต่อไปนี้ได้ เช่น

  • รู้สึกมึนงง หรือ มีอาการปวดศีรษะ
  • กระหายน้ำ
  • มีผื่นขึ้น หรือ มีอาการคัน
  • มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงหรือมีระดับคอเรสเตอรอลสูง
  • มีการทำงานของระบบสืบพันธุ์เปลี่ยนแปลงไปหรือมีประจำเดือนมาผิดปกติ
  • มีอาการปวดกล้ามเนื้อ (พบได้ในยากลุ่ม loop diuretics)
  • ได้ยินเสียงแปลกๆที่หู (พบได้ในยากลุ่ม loop diuretics)
  • มีระดับโซเดียโพแทสเซียม และ/หรือ แมกนีเซียมในเลือดต่ำ (พบได้ในยากลุ่ม loop diuretic)
  • มีระดับโพแทสเซียมในเลือดสูง (พบได้ในยากลุ่ม potassium-sparing diuretics)
  • มีเต้านมขยายใหญ่ขึ้นในเพศชาย (พบได้ในยากลุ่ม Aldactone and Inspra)

การเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา

การใช้ยาหลายตัวร่วมกับการใช้ยาขับปัสสาวะอาจส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างกัน ฉะนั้นควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชเพื่อให้มั่นใจว่าคุณไม่ได้ใช้ยาขับปัสสาวะหลายชนิดพร้อมกัน (ยกเว้นกรณีที่แพทย์ได้แจ้งคุณแล้ว) ห้ามรับประทานยาในกลุ่ม loop diuretic หากคุณกำลังรับประทานยา Tikosyn (dofetilide) อยู่ พึงตรวจสอบระดับของโพแทสเซียมในเลือดหากคุณกำลังใช้ยา digoxin ร่วมกับยาในกลุ่ม loop หรือ กลุ่ม thiazide diuretic

ขนาดของ insulin หรือ ยาชนิดรับประทานที่ใช้รักษาโรคเบาหวานอาจะต้องมีการปรับเปลี่ยน หากมีการใช้ยาขับปัสสาวะร่ามด้วย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ในการใช้ยาขับปัสสาวะ หากคุณกำลังรับประทานยาปรับเปลี่ยนอารมณ์ เช่น Lithobid (lithium) หรือคุณกำลังรับประทานยาชนิดอื่นๆ ซึ่งอาจทำให้คุณรู้สึกกระหายน้ำมากได้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ