ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 1, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 12 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,018,476 คน

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเป็นภาวะที่ซึ่งร่างกายขาดแคลนธาตุเหล็กจนทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงลดจำนวนลง

ธาตุเหล็กถูกใช้เพื่อผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงที่ช่วยเก็บและกระจายออกซิเจนในเลือด หากคุณมีเซลล์เม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติจะทำให้อวัยวะและเนื้อเยื่อไม่ได้รับออกซิเจนที่เพียงพอสำหรับการทำงาน

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

ภาวะโลหิตจางมีอยู่หลายประเภท แต่ละประเภทจะเกิดมาจากสาเหตุที่ต่างกัน ซึ่งสำหรับภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กคือโรคโลหิตประเภทที่พบได้มากที่สุด

สาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคโลหิตจางอื่น ๆ เช่นการขาดวิตามิน B12 หรือโฟเลต

อาการของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

ผู้ป่วยภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กหลายคนจะมีอาการเพียงไม่กี่อย่าง ซึ่งความรุนแรงของอาการจะขึ้นอยู่กับความเร็วที่ภาวะใช้พัฒนาขึ้นมา

คุณอาจมีอาการแบบเฉียบพลัน หรืออาจสังเกตว่ามีอาการค่อยเป็นค่อยไปหากภาวะโลหิตจางเกิดมาจากภาวะสุขภาพระยะยาว อย่างเช่นแผลในกระเพาะอาหาร

อาการที่พบเห็นได้ส่วนมากมีดังนี้: เหน็ดเหนื่อยหมดเรี่ยวแรง หายใจลำบาก รู้สึกถึงการเต้นของหัวใจได้ ซีด

อาการของโรคโลหิตจางที่พบได้ไม่บ่อยมีดังนี้: ปวดศีรษะ ได้ยินเสียงจากภายในร่างกายแทนที่จะได้ยินจากข้างนอก (เสียงอื้ออึงในหู) ประสาทรับรสเปลี่ยนไป รู้สึกคันตามร่างกาย เกิดความผิดปกติที่ลิ้น ผมร่วง มีความอยากทานสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร เช่นน้ำแข็ง กระดาษ หรือดิน กลืนลำบาก เกิดแผลในช่องปาก เกิดแอ่งบนเล็บ

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?

ให้ไปพบแพทย์หากคุณประสบกับอาการของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเพื่อรับการวินิจฉัยด้วยการตรวจเลือด

อะไรเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก?

มีหลายปัจจัยที่ทำให้ร่างกายขาดแคลนธาตุเหล็กได้ สำหรับผู้ชายและผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนจะมีสาเหตุหลัก ๆ คือการเลือดออกในกระเพาะและลำไส้ที่สามารถเกิดขึ้นมาจากมะเร็งกระเพาะอาหาร แผลในกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือจากการใช้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID)

สำหรับผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์มักมีสาเหตุจากการเลือดออกขณะมีประจำเดือนอย่างหนักกับการตั้งครรภ์ที่ร่างกายถูกเด็กทารกดูดซับเข้าไปนั่นเอง

แต่หากคุณไม่ได้ตั้งครรภ์อยู่ คุณมักจะไม่ประสบกับภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กจากการไม่รับประทานธาตุเหล็ก แต่หากคุณไม่ได้รับธาตุเหล็กเข้าไปและยังอยู่ในกลุ่มเสี่ยงข้างต้น คุณจะมีความเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กมากขึ้น

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กรักษาได้อย่างไร?

การรักษาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กจะเป็นการรับอาหารเสริมธาตุเหล็กเพื่อเร่งระดับธาตุเหล็กในร่างกาย ซึ่งมักจะได้ผลอย่างดีจนทำให้ภาวะที่เป็นไม่ค่อยส่งผลเป็นปัญหาระยะยาว

คุณต้องถูกตรวจตราร่างกายตลอดการรักษาเป็นเวลาทุก ๆ สองสามเดือนเพื่อดูว่าการรักษาได้ผลหรือไม่ และระดับธาตุเหล็กในร่างกายของคุณขึ้นมาจนอยู่ในระดับปกติหรือไม่

หากเป็นภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กที่เกิดจากปัญหาสุขภาพอื่น ๆ แพทย์จะทำการรักษาภาวะนั้น ๆ อีกทั้งจะมีทั้งการแนะนำให้เพิ่มปริมาณอาหารที่ประกอบด้วยธาตุเหล็กขึ้น

แหล่งอาหารที่มีธาตุเหล็กคือ: ผักใบสีเขียวเข้ม ขนมปังหรือธัญญาหารที่อุดมด้วนธาตุเหล็ก ข้าวสีน้ำตาล ถั่วประเภทต่าง ๆ เนื้อ ปลา และเต้าหู้ ไข่ ผลไม้อบแห้ง อย่างเช่นลูกพรุนอบแห้ง และลูกเกด

ปัญหาเพิ่มเติม

หากปล่อยให้เป็นภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กต่อไปโดยไม่ทำการรักษาจะทำให้ร่างกายคุณอ่อนแอต่อการเจ็บป่วยและการติดเชื้อเพราะระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลงไปด้วยนั่นเอง

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กที่รุนแรงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อหัวใจหรือปอดได้ อย่างเช่นมีหัวใจเต้นแรงผิดปกติ หรือหัวใจล้มเหลว ที่ซึ่งเป็นภาวะอันตรายที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ในความดันที่เหมาะสม

ผู้หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคโลหิตจางรุนแรงหรือที่ไม่รับการรักษาจะมีความเสี่ยงทั้งก่อนและหลังคลอดบุตรสูงขึ้น

สาเหตุของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่มีธาตุเหล็กสะสมอยู่เพียงพอจนทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงที่ใช้ขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายถูกผลิตออกมาน้อยลง

การขาดธาตุเหล็กมักเกิดจากหลายปัจจัย ตัวอย่างสาเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยมีดังนี้:

ประจำเดือน

สำหรับผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่ร่างกายขาดธาตุเหล็ก ประจำเดือนคือสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กที่พบได้บ่อยที่สุด

โดยทั่วไปแล้วจะมีเพียงผู้หญิงที่มีประจำเดือนรุนแรงที่เสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก หากคุณมีรอบเดือนที่มีเลือดออกมากหลายครั้งติดต่อกันจะเรียกว่าภาวะประจำเดือนมากผิดปรกติ

การตั้งครรภ์

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กมักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์จนแทบจะเป็นภาวะแทรกซ้อนปกติเพราะว่าร่างกายของคุณต้องการธาตุเหล็กเพิ่มเติมสำหรับส่งเลือดที่มีออกซิเจนกับสารอาหารไปให้เด็กทารกในครรภ์

ผู้หญิงมีครรภ์บางคนอาจต้องการอาหารเสริมธาตุเหล็กเพิ่มเติม ในขณะที่บางคนอาจต้องทานอาหารที่มีธาตุเหล็กเพิ่มเติมแทน

การสูญเสียเลือดในระบบทางเดินอาหาร

ระบบทางเดินอาหารเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ใช้ย่อยอาหาร ซึ่งประกอบด้วยกระเพาะอาหารและลำไส้ส่วนต่าง ๆ

ภาวะเลือดออกในระบบทางเดินอาหารเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กที่พบได้มากในผู้ชาย เช่นเดียวกับกรณีที่ผู้หญิงประสบจากภาวะประจำเดือนหมด

ผู้ป่วยที่มีเลือดออกในระบบทางเดินอาหารส่วนมากจะไม่สังเกตเห็นเลือดที่ปนอุจจาระออกมาและไม่ประสบกับอาการใด ๆ กับระบบลำไส้

สาเหตุที่ก่อให้เกิดภาวะเลือดออกในระบบทางเดินอาหารจะถูกอธิบายในหัวข้อต่อ ๆ ไป

ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์

ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) สามารถทำให้เกิดเลือดออกในกระเพาะอาหารได้ โดยยากลุ่มนี้ที่มักใช้กันมากที่สุดคือยาอิบูโพรเฟนกับยาแอสไพริน

หากแพทย์คาดว่ายา NSAID ทำให้คุณมีเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร พวกเขาจะจ่ายยาที่อันตรายน้อยกว่าให้แก่คุณ ซึ่งคุณห้ามงดยาใด ๆ เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล

แผลในกระเพาะอาหาร

กรดในกระเพาะอาหารที่มีหน้าที่ย่อยอาหารนั้นสามารถกินเข้าไปในพนังเยื่อบุกระเพาะได้ หากเกิดเช่นนี้ขึ้น กรดจะสร้างแผลปวดขึ้นมาจนกลายเป็นแผลในกระเพาะอาหาร

แผลในกระเพาะอาหารทำให้เยื่อบุกระเพาะเลือดออก ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะโลหิตจางได้ ในบางกรณีภาวะเลือดออกเช่นนี้ทำให้คุณอาเจียนหรือถ่ายออกมาเป็นเลือดได้ด้วย แต่หากแผลในกระเพาะมีการเลือดออกช้า ๆ คุณอาจจะไม่ประสบกับอาการใด ๆ เลย

มะเร็งระบบทางเดินอาหาร

ในกรณีที่เกิดขึ้นน้อย การเลือดออกในระบบทางเดินอาหารก็มาจากโรคมะเร็งได้ โดยเฉพาะโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งลำไส้

ขณะพยายามหาสาเหตุของภาวะโลหิตจาง แพทย์จะตรวจสอบหาสัญญาณของมะเร็งไปด้วย

หากแพทย์คาดการณ์ว่าสาเหตุมาจากมะเร็ง คุณจะถูกส่งไปพบกับแพทย์โรคทางเดินอาหารเพื่อรับการตรวจอย่างละเอียด ซึ่งหากพบมะเร็งจริง แพทย์จะจัดการรักษาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

หากคุณมีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป และเป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก แพทย์จะส่งตัวคุณไปพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อมองหามะเร็งลำไส้ โดยการนัดพบมักจะเกิดขึ้นภายในสองอาทิตย์หลังจากแพทย์ผู้ดูแลของคุณส่งตัวคุณ

Angiodysplasia

การเลือดออกในระบบทางเดินอาหารสามารถเกิดมาจากภาวะที่เรียกว่า angiodysplasia ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดจากความอ่อนแอผิดปกติของหลอดเลือดใต้ผิวหนังในระบบทางเดินอาหารจนทำให้มีเลือดออก

โรคไตเรื้อรัง

ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (CKD) มักจะกลายเป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กกันจนทำให้ผู้ป่วยภาวะนี้จะได้รับการฉีดธาตุเหล็กเสริมกับการทานยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กไปด้วย

สาเหตุอื่น ๆ

ภาวะสุขภาพอื่น ๆ หรือการกระทำบางอย่างที่ทำให้เกิดการสูญเสียเลือดที่สามารถก่อให้เกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กได้มีดังต่อไปนี้:

  • โรคการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร: ภาวะที่ก่อให้เกิดอาการบวมแดงในระบบย่อยอาหาร อย่างเช่นโรคโครห์น และโรคลำไส้ใหญ่อักเสบชนิดเป็นแผล
  • หลอดอาหารอักเสบ: การอักเสบในหลอดอาหารที่เกิดจากกรดในกระเพาะอาหารรั่วไหลเข้าไป
  • โรคพยาธิใบไม้ในเลือด: การติดเชื้อปรสิตที่มักพบได้ในประเทศแอฟริกาใต้แถบทะเลทรายซาฮารา
  • การบริจาคเลือด: การบริจาคเลือดในปริมาณมากอาจนำไปสู่ภาวะโลหิตจางได้
  • การกระทบกระแทก: อุบัติเหตุร้ายแรงบางอย่างเช่นรถชนอาจทำให้คุณสูญเสียเลือดในปริมาณมากได้
  • เลือดกำเดา: หากคุณมีเลือดกำเดาออกบ่อย ๆ จะทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้ ซึ่งนับว่าหายากมาก
  • ปัสสาวะปนเลือด: เป็นภาวะที่ไม่มักจะก่อให้เกิดโลหิตจางและอาจเป็นเพียงอาการของภาวะสุขภาพอื่น ๆ แทน

การดูดซึมอาหารของลำไส้ไม่ปกติ

ภาวการณ์ดูดซึมอาหารของลำไส้ไม่ปกติเป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถดูดซับธาตุเหล็กจากอาหารได้ ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นหากคุณป่วยเป็นโรคแพ้กลูเตน หรือภาวะทั่วไปที่ระบบย่อยอาหารที่ตอบสนองต่อกลูเตน

การรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กจากการได้รับธาตุเหล็กที่อยู่ในอาหารไม่เพียงพอเป็นเรื่องหายากมากเว้นแต่คุณกำลังตั้งครรภ์อยู่

คุณกำลังป่วยเป็นภาวะสุขภาพอย่างใดอย่างหนึ่งจากที่กล่าวไปข้างต้นและไม่ได้ทานอาหารที่มีธาตุเหล็กเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายคุณจะมีความเสี่ยงต่อโรคโลหิตจางได้มากขึ้น

งานวิจัยพบว่าผู้ที่กินมังสวิรัติจะมีความเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กมากขึ้นเพราะว่าพวกเขาจะไม่ได้ธาตุเหล็กจากเนื้อนั่นเอง

หากคุณเป็นมังสวิรัติ คุณสามารถได้รับธาตุเหล็กได้จากการรับประทานอาหารดังต่อไปนี้: ถั่วต่าง ๆ ผลไม้แห้ง ข้าวธัญพืชรวม ธัญญาหาร แป้งถั่วเหลือง ผักใบเขียวเข้มส่วนมาก อย่างเช่นผักคะน้า

หากคุณกำลังตั้งครรภ์ คุณสามารถเพิ่มปริมาณอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็กกับมื้ออาหารที่คุณทานเพื่อช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กได้

การวินิจฉัยภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

ให้คุณไปพบแพทย์หากคุณประสบกับอาการของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก อย่างเช่นมีความเหน็ดเหนื่อย หายใจสั้น และหัวใจเต้นเร็ว โดยการวินิจฉัยมักจะสรุปได้จากการตรวจเลือดง่าย ๆ

แพทย์อาจดำเนินการตรวจร่างกายของคุณและสอบถามอาการต่าง ๆ เพื่อช่วยชี้ชัดหาสาเหตุของภาวะโลหิตจางอีกด้วย

การตรวจเลือด

ในการวินิจฉัยหาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก จะมีการเจาะนำตัวอย่างเลือดของคุณออกมาจากเส้นเลือดดำที่แขนเพื่อนับจำนวนเม็ดเลือด

หากคุณเป็นโรคโลหิตจาง: ระดับฮีโมโกลบินสารที่ใช้ในการขนส่งออกซิเจนจะต่ำกว่าปกติ คุณจะมีเซลล์เม็ดเลือดแดงที่อุ้มฮีโมโกลบินน้อยกว่าปกติ เซลล์เม็ดเลือดแดงของคุณจะมีขนาดเล็กและสีซีดกว่าปกติ

แพทย์อาจจัดการทดสอบเพื่อหาสารที่เรียกว่าเฟอร์ริทินที่เป็นโปรตีนที่กักเก็บธาตุเหล็ก หากคุณมีระดับเฟอร์ริทินต่ำ หมายความว่าในร่างกายของคุณจะมีการเก็บสะสมธาตุเหล็กไม่มากและอาจมีความเสี่ยงที่คุณจะมีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กได้

ภาวะขาดโฟเลตกับวิตามิน B12

หากแพทย์คาดว่าภาวะโลหิตจางของคุณเกิดมาจากภาวะขาดโฟเลตกับวิตามิน B12 จะมีการทดสอบเพื่อวัดระดับสารทั้งสองขึ้น โฟเลตจะทำหน้าที่ร่วมกับวิตามิน B12 เพื่อช่วยให้ร่างกายของคุณผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงออกมา

ภาวะขาดโฟเลตกับวิตามิน B12 จะพบได้บ่อยกับผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 75 ปีขึ้นไป

ตามหาสาเหตุ

เพื่อการหาสาเหตุของภาวะโลหิตจางของคุณ แพทย์จะทำการสอบถามคำถามต่าง ๆ เกี่ยวกับวิธีการใช้ชีวิตและประวัติทางการแพทย์ ยกตัวอย่างเช่น:

  • อาหารของคุณ: เพื่อตรวจสอบว่าปกติแล้วคุณทานอะไร และคุณมีการทานอาหรที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กหรือไม่
  • ยาที่คุณกำลังใช้: เพื่อตรวจสอบว่าคุณกำลังใช้ยาประเภทอะไรเป็นประจำเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหารและลำไส้ เช่นยาอิบูโพรเฟน หรือยาแอสไพริน
  • รูปแบบประจำเดือนของคุณ: หากคุณเป็นผู้หญิง แพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับประจำเดือนของคุณโดยเฉพาะเพื่อหาว่าคุณมีประจำเดือนมามากหรือไม่
  • ประวัติครอบครัว: คุณจะถูกสอบถามว่าสมาชิกในครอบครัวสายใกล้เคียงมีใครเป็นโรคโลหิตจาง มีประวัติเลือดออกในกระเพาะอาหาร หรือมีความผิดปรกติของเม็ดเลือดหรือไม่

การตรวจร่างกาย

จะมีการตรวจร่างกายก็ต่อเมื่อแพทย์ไม่สามารถระบุสาเหตุของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กจากการตรวจสอบประวัติสุขภาพกับคำถามเกี่ยวกับอาการของคุณ ในกรณีเช่นนี้แพทย์อาจจะ:

ตรวจสอบกระเพาะของคุณเพื่อมองหาร่องรอยทางกายภาพของภาวะเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร

มองหาสัญญาณของภาวะหัวใจล้มเหลว อย่างเช่นข้อเท้าบวม เนื่องจากภาวะหัวใจล้มเหลวจะมีอาการที่คล้ายกับภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กมาก

โดยการตรวจร่างกายจะมีสองประเภทด้วยกันดังนี้:

การตรวจทางทวารหนัก

การตรวจทางทวารหนักมักจะดำเนินการหากคุณมีอาการเลือดออกจากทวาร และเป็นกระบวนการง่าย ๆ ที่ช่วยให้แพทย์พบสาเหตุที่ทำให้เกิดเลือดออกในระบบทางเดินอาหารของคุณ

แพทย์จะทำการใส่ถุงมือหล่อลื่นและสอดนิ้วเข้าไปในรูทวารของคุณเพื่อสัมผัสหาความผิดปกติต่าง ๆ

การเข้ารับการตรวจทางทวารหนักไม่ใช่เรื่องน่าอายเนื่องจากนี่เป็นกระบวนการที่แพทย์ต้องดำเนินการเป็นประจำอยู่แล้ว อีกทั้งกระบวนการนี้จะไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดมากเกินไปหรือมีเพียงความรู้สึกไม่สบายตัวที่จะรู้สึกขณะรับการตรวจไม่กี่นาทีเท่านั้น

การตรวจภายใน

ผู้หญิงจะถูกจัดให้เข้ารับการตรวจภายในหากแพทย์คาดว่าภาวะประจำเดือนมามากของคุณอาจเป็นสาเหตุของภาวะโลหิตจาง

ระหว่างการตรวจภายใน แพทย์จะทำการตรวจสอบปากช่องคลอดเพื่อหาร่องรอยของการเลือดออกหรือติดเชื้อ

แพทย์ยังทำการตรวจภายในของคุณด้วยการสอดนิ้วที่หุ้มด้วยถุงมือหล่อลื่นเข้าไปในช่องคลอดเพื่อสัมผัสว่ามดลูกของคุณมีอาการกดเจ็บหรือขยายใหญ่หรือไม่

การตรวจภายในมักไม่ดำเนินการหากคุณไม่ยินยอมเข้าตรวจ และคุณสามารถพาบุคคลที่สามเข้าไปกับคุณระหว่างการตรวจได้

การส่งตัวไปพบผู้เชี่ยวชาญ

ในบางกรณีแพทย์อาจส่งตัวคุณไปพบกับผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารเพื่อเข้าตรวจอย่างละเอียด ยกตัวอย่างเช่นคุณจะถูกส่งไปพบกับผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินอาหารหากแพทย์ไม่สามารถระบุสาเหตุของภาวะและคุณมีระดับฮีโมโกลบินต่ำ หรือแพทย์คาดว่ามีโอกาสที่อาการของคุณเกิดจากมะเร็งกระเพาะอาหารหรือลำไส้แม้จะมีโอกาสน้อยมากก็ตาม

หากคุณเป็นผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาก คุณอาจถูกส่งไปพบนรีแพทย์หากคุณไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการฉีดหรือทานอาหารเสริมธาตุเหล็ก

การรักษาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

การรักษาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กมักจะมีทั้งการเสริมธาตุเหล็กกับการปรับเปลี่ยนอาหารการกินของคุณเพื่อเพิ่มระดับธาตุเหล็กในร่างกาย เช่นเดียวกับการรักษาสาเหตุต้นตอของภาวะ

การเสริมธาตุเหล็ก

แพทย์จะจ่ายอาหารเสริมธาตุเหล็กมาเพื่อฟื้นฟูเหล็กที่หายไปจากร่างกายของคุณ โดยยาอาหารเสริมที่แพทย์มักใช้คือ ferrous sulphate ซึ่งเป็นยาเม็ดที่ต้องทานสองครั้งต่อวัน ผู้ป่วยอาจประสบกับผลข้างเคียงของยาเสริมธาตุเหล็กอย่าง: ปวดท้อง ท้องผูก ท้องร่วง แสบร้อนที่อก รู้สึกไม่สบาย อุจจาระเป็นสีดำ ผลข้างเคียงเหล่านี้ควรจะหายไปเองตามกาลเวลา ซึ่งแพทย์สามารถเปลี่ยนเป็นยาทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหารแทนได้หากว่าคุณประสบกับผลข้างเคียงค่อนข้างรุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้คุณทานยาที่ได้รับมาเพียงหนึ่งหรือสองครั้งต่อวันแทนหากคุณประสบกับผลข้างเคียงจากยา

หากคุณไม่สามารถใช้ ferrous sulphate ได้เนื่องจากยาก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง คุณอาจจะได้รับยาเสริมธาตุเหล็ก  ferrous gluconate แทน ยาเสริมตัวนี้จะมีผลข้างเคียงน้อยกว่าเพราะมีความเข้มข้นของธาตุเหล็กน้อยกว่า ซึ่งการใช้ยาตัวนี้อาจทำให้คุณต้องทานยาเสริมธาตุเหล็กเป็นเวลานานกว่ายาตัวแรก กรณีที่คุณป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง (CKD) แพทย์อาจจัดให้มีการฉีดธาตุเหล็กแทนการทานยาเม็ด เช่นเดียวกับยาทั้งหมด คุณควรเก็บยาเสริมธาตุเหล็กให้ห่างจากมือเด็ก เนื่องจากการใช้ยาเสริมธาตุเหล็กเกินขนาดจะเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับเด็กเล็ก

คำแนะนำการรับประทานอาหาร

หากคุณไม่ชอบทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก แพทย์จะคาดว่าภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กที่คุณเป็นเกิดจากการรับประทานอาหารของคุณเอง

โดยอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กมีดังนี้: ผักใบสีเขียวเข้ม ข้าวสีน้ำตาล ธัญญาหารหรือขนมปังที่อุดมธาตุเหล็ก ถั่วและเมล็ดพืช เนื้อขาวและเนื้อแดง ปลา เต้าหู้ ไข่ ผลไม้ตากแห้ง เช่นลูกพรุน ลูกเกด

อาหารของคุณควรประกอบไปด้วยอาหารที่มาจากหมู่อาหารสำคัญทั้งห้าเพื่อให้ร่างกายของคุณสุขภาพดีและมีความสมดุล โดยเฉพาะเครื่องดื่มและอาหารที่มีวิตามิน C เนื่องจากวิตามินประเภทนี้จะช่วยร่างกายดูดซับธาตุเหล็กได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตามการบริโภคอาหาร เครื่องดื่ม กับยาบางประเภทในปริมาณมากอาจทำให้ร่างกายดูดซับธาตุเหล็กได้ยากขึ้น ซึ่งมีดังนี้: ชาและกาแฟ แคลเซียม: พบได้จากผลิตภัณฑ์จากสัตว์อย่างเช่นนม antacids และ proton pump inhibitors (PPIs): ยาที่ใช้บรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย ธัญญาหารรวมธัญพืช: แม้ว่าอาหารประเภทนี้จะเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก แต่ก็ประกอบไปด้วยกรดซิติกที่เข้าไปยับยั้งการดูดซับธาตุเหล็กของร่างกายเช่นกัน

คุณอาจถูกส่งไปพบกับนักโภชนาการเพื่อให้พวกเขาแนะนำและจัดเตรียมแผนการรับประทานอาหารให้แก่คุณ

การรักษาสาเหตุต้นตอ

แพทย์จะทำการรักษาภาวะสุขภาพต้นเหตุที่ก่อให้เกิดภาวะโลหิตจางเพื่อให้ไม่เกิดปัญหาเช่นนี้ซ้ำอีก ยกตัวอย่างเช่นหากการใช้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเลือดออกในกระเพาะอาหาร แพทย์จะทำการจ่ายยาอีกประเภทเพื่อลดความเสี่ยงเลือดออกในกระเพาะลง สำหรับสาเหตุอย่างการมีประจำเดือนมากก็สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาหรือในกรณีที่เป็นรุนแรงก็อาจจะจัดการผ่าตัดขึ้นมา

การสอดส่องอาการ

แพทย์จะจัดเวลานัดหมายคุณอีกครั้งสองถึงสี่สัปดาห์หลังจากที่คุณเริ่มใช้ยาเสริมธาตุเหล็กเพื่อตรวจสอบว่าคุณตอบสนองต่อการรักษาอย่างไร โดยจะมีการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับฮีโมโกลบินด้วย

หากผลตรวจเลือดของคุณแสดงให้เห็นพัฒนาการ แพทย์จะดำเนินการรักษาด้วยยาเสริมธาตุเหล็กต่อไป และคุณจะถูกนัดพบอีกครั้งสองถึงสี่เดือนเพื่อมาตรวจเลือดใหม่ เมื่อระดับฮีโมโกลบินกับเซลล์เม็ดเลือดแดงของคุณอยู่ในเกณฑ์ปกติ แพทย์มักจะแนะนำให้คุณทานยาเสริมธาตุเหล็กต่อไปอีกสามเดือนเพื่อเสริมสร้างระดับธาตุเหล็กในร่างกาย หลังจากนั้นคุณควรหยุดใช้ยาเสริมนี้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กของคุณ และหลังจากนั้นจะมีการสอดส่องภาวะของคุณทุก ๆ สามเดือนเป็นเวลาหนึ่งปี และอีกครั้งหนึ่งปีให้หลัง

การดำเนินการรักษาต่อไป

บางกรณีระดับธาตุเหล็กของผู้ป่วยอาจลดลงได้อีกครั้ง ซึ่งมักจะเกิดเช่นนี้ขึ้นหากผู้ป่วยไม่ได้รับธาตุเหล็กจากอาหาร กำลังตั้งครรภ์ หรือมีประจำเดือนมามากต่อเนื่อง

ในกรณีเหล่านี้ คุณจะถูกจัดให้ใช้ยาเสริมธาตุเหล็กเพื่อหยุดไม่ให้เป็นภาวะโลหิตจางอีกครั้ง ซึ่งมักจะอยู่ในรูปแบบของยาเม็ดที่ทานหนึ่งครั้งต่อวัน

หากการรักษาไม่มีประสิทธิภาพ

หากระดับธาตุเหล็กของคุณไม่ดีขึ้น แพทย์จะสอบถามคุณว่าคุณใช้ยาเสริมธาตุเหล็กบ่อยเพียงไหน บางคนอาจหยุดใช้ยาไปเองเนื่องจากผลข้างเคียง ซึ่งนั่นจะไม่ช่วยภาวะป่วยของคุณเลยแม้แต่น้อย หากคุณใช้ยาเสริมตามกำหนดของแพทย์แต่ระดับธาตุเหล็กก็ไม่ดีขึ้น แพทย์อาจส่งตัวคุณไปพบกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการประเมินอีกครั้ง

ภาวะแทรกซ้อนของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนระยะยาวขึ้นมา ผู้ป่วยบางรายอาจจะสังเกตว่าภาวะที่เกิดขึ้นส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

ความเหน็ดเหนื่อย

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กจะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยและหมดเรี่ยวแรง ซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานของคุณ และทำให้คุณคงความรู้สึกตัวลำบากหรือรู้สึกไม่อยากออกกำลังกาย

ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้น

งานวิจัยพบว่าภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ร่างกายอ่อนไหวต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้น

ปัญหาหัวใจและปอด

ผู้ใหญ่ที่ป่วยเป็นภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กรุนแรงอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่หัวใจและปอดได้ ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจประสบกับภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติหรือหัวใจล้มเหลวได้

ภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์

ผู้หญิงมีครรภ์ที่เป็นโรคโลหิตจางรุนแรงจะมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทั้งระหว่างและหลังคลอดสูงขึ้น รวมทั้งอาจจะเริ่มมีภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้

งานวิจัยพบว่าทารกที่เกิดจากแม่ที่ป่วยเป็นโรคโลหิตจางที่ไม่ได้รับการรักษาจะมีความเสี่ยงต่อ: การคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวหลังคลอดต่ำ มีปัญหากับระดับธาตุเหล็กของตนเอง ทำแบบทดสอบทางจิตได้ไม่ดีเท่าที่ควร

กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข

กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุขบางกรณีถูกคาดว่าเป็นผลมาจากภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก โดยแพทย์มักจะเรียกเป็นชื่อกลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุขทุติยภูมิ

กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุขเป็นภาวะทั่วไปที่ส่งผลต่อระบบประสาทและก่อให้เกิดความรู้สึกอยากขยับขาตลอดเวลา โดยการก่อให้เกิดอาการไม่สบายเท้า น่อง และต้นขา กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุขที่เกิดจากภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กมักจะรักษาได้ด้วยยาเสริมธาตุเหล็ก

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

คุณแม่เป็นพารัสซิเมียต้องให้เลือดตลอด ควรทำอย่างไรคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เวลาตกเลือดกินอาหารอะไรเพื่อทำให้เราแข็งแรงและไม่ซีด
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ธาลัสซีเมีย ควรงดอาหารอะไรบ้าง
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ไม่ทราบว่าคนท้องถ้าเม็ดเลือดแดงตํ่าควรทำอย่างไรค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่