การดูแลผู้สูงอายุ

ยุทธวิธีปราบสมองเสื่อม

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ยุทธวิธีปราบสมองเสื่อม

กินอาหารสมอง

ไม่ว่าอะไรที่ส่งเข้าปากจะมีความสำคัญต่อสุขภาพสมอง หากอาหารเป็นยาที่มีอานุภาพสูงสุด ก็จงเลือกกินอาหารที่สมองต้องการ เลี่ยงอาหารที่เป็นพิษต่อสมอง เช่น อาหารขยะ ไขมันวายร้าย ก็จะทำให้อัลไซเมอร์ไม่มีแม่สื่อที่จะเข้ามาใกล้เราได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำยุทธวิธีหลักหนีอัลไซเมอร์ดังตอไปนี้

  1. เลี่ยงอาหารที่ทำลายสมอง
    • คาร์โบไฮเดรตขัดสี เช่น น้ำตาล ไฮ-ฟรักโทสคอร์นไซรัป
    • ไขมันเลว เช่น ไขมันทรานส์
    • วัตถุเจือปนอาหารและสารกันบูด
    • แอลกอฮอล์
    • สารกาเฟอีน
    • อาหารที่เป็นสารก่อภูมิแพ้

    ไฮ-ฟรักโทสคอร์นไซรัป (high-fructose corn syrup) หรือ น้ำเชื่อม ทำจากน้ำตาลข้าวโพด ประกอบไปด้วยกลูโคสและฟรักโทสเช่นเดียวกับน้ำตาลทราย นิยมใช้ในอุตสาหกรรม เครื่องดื่ม เป็นสารให้ความหวานต้นทุนต่ำ

  2. เติมสารที่ช่วยการทำงานของสมอง

    สารอาหารเปรียบได้กับปุ๋ยของพืชซึ่งช่วยให้สมองนำไปใช้ในการสร้างสารสื่อประสาท หากโลกเราไม่ถูกปนเปื้อนด้วยสารพิษจากสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคงไม่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแบบนี้

    จากการที่ชีวิตเราต้องประสบกับความเครียดในโลกยุคใหม่รุมเร้าอาหารที่แปรรูปไปจนสูญเสียคุณภาพดีๆที่ธรรมชาติให้มา ร่วมกับสารพิษที่ร่างกายรับเข้ามาโดยไม่รู้ตัวและสะสมในสมองของเรา ทำให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเข้ามาเป็นตัวช่วยในการดูแลสุขภาพสมอง ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญแนะนำการเสริมสารอาหารบางชนิดให้แก่สมอง เช่น

    • วิตามินดี 3 นอกเหนือจากการเสริมวิตามินรวมแล้ว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เสริมวิตามินดี 3 ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะขาด จากการสำรวจระดับวิตามินดีในเลือดของคนไทยพบว่า ระดับวิตามินดีในเลือดต่ำกว่าเกณฑ์เสียเป็นส่วนใหญ่
    • น้ำมันปลา หรือ กรดโอเมก้า-3 สมองเราจะไม่สามารถทำงานได้ตามปกติหากขาดสารอาหารชนิดนี้ แต่คนที่ไม่กินปลาหรือได้รับกรดโอเมก้า-3 ไม่เพียงพอ จะด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม มักจะพึ่งสารเสริมน้ำมันปลาชนิดเม็ด
    • วิตามินบี
  3. เลี่ยงไขมันเลว ศัตรูสมอง

    ได้แก่ ไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ โดยเพิ่มไขมันไม่ดีในเลือด คือแอลดีแอลคอเลสเตอรอลทำให้หลอดเลือดตีบ ลดการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมอง และเป็นสาเหตุของการอักเสบ อาหารที่มีไขมันเหล่านี้สูงได้แก่ เนื้อสัตว์ติดมัน ผลิตภัณฑ์นมไขมันเต็ม มาร์การีน และอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูป เช่น คุกกี้ เค้ก มันฝรั่งอบกรอบ ขนมกรุบกรอบ

  4. รู้วิธีรับมือและขจัดความเครียด

    ชีวิตประจำวันของคนในยุคนี้สะสมความเครียดไว้มาก แต่โชคดีที่มีวิธีการคลายเครียดมากมาย เช่น นวด ทำสมาธิ สวดมนต์ เต้นรำ ฝึกโยคะ ไทเก๊ก ชี่กง ฟังดนตรี ไปเที่ยว วาดรูป ปั้นรูป หรือกิจกรรมอะไรที่ทำแล้วมีความสุข จะช่วยให้คลายเครียดได้

  5. กินอาหารดีท็อกซ์สมอง

    นอกจากการกินอาหารที่ดีต่อสมองแล้ว ยังต้องหลีกเลี่ยงการรับสารพิษ รวมทั้งเสริมสร้างระบบการขับสารพิษออกจากร่างกาย สารอาหารที่ช่วยนำสารพิษจากร่างกายไปขจัดออกทางปัสสาวะและอุจจาระ คือสาร กลูตาไทโอน (glutathione) ซึ่งมีส่วนประกอบของกำมะถัน เราสามารถเพิ่มสารกลูตาไทโอนในร่างกายโดยวิธีธรรมชาติด้วยการกินอาหารต่อไปนี้

    • ผักตระกูลครูซิเฟอรัส ได้แก่ กะหล่ำปลี บรอกโคลี่ คะน้า แขนงผัก ผักกาดขาว กวางตุ้ง แรดิช อะรูกูลา (arugula) วาซาบิ วอเตอร์เครส กะหล่ำปม ผักกาดเขียว ฯลฯ วันละอย่างน้อย 1-2 ถ้วยตวง
    • สารเคอคูมินอยด์ จากขมิ้นหรือผงกะหรี่
    • กระเทียม วันละ 2-3 กลีบ
    • ชาเขียว วันละ 1-2 ถ้วย ช่วยให้ตับขับพิษได้ดีขึ้น
    • อาหารโปรตีนคุณภาพสูง เช่น ไข่ ปลา เนื้อสัตว์ทุกชนิด ถั่ว เมล็ดแห้งต่างๆ วิตามินบี 12 สูง ซึ่งช่วยลดโฮโมเตอีน ป้องกันอัลไซเมอร์ได้
  6. หลีกเลี่ยงการรับสารโลหะหนักจากสิ่งแวดล้อม

    โลหะหนักที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพคือ สารตะกั่วและสารปรอท สารตะกั่วอาจมาจากสีที่มีส่วนประกอบของตะกั่ว แก๊สจากการเผาไหม้เครื่องยนต์ โรงงานที่ใช้ถ่านหิน ส่วนปรอทมาจากปรอทที่ใช้อุดฟัน วัคซีน และมลพิษจากอุตสาหกรรม

  7. เลี่ยงสารปิโตรเคมีจากสิ่งแวดล้อม

    ลดการซักแห้งเสื้อผ้า เลี่ยงการใช้สารเคมีในการทำสวนปลูกพืช เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ใช้สารฟอร์มาลดีไฮด์ (formaldehyde) หรือเลี่ยงการเป็นนักสูบบุหรี่มือสอง หรือรับควันจากท่อไอเสียรถ

  8. เสียงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

    ในยุคนี้แม้ว่าเราอาจเลี่ยงการได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราสามารถลดปริมาณการรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ ผู้เชี่ยงชาญแนะนำวิธีต่อไปนี้

    ลดการใช้เครื่องมือในระบบสื่อสารไร้สาย ข้อนี้คนสมัยใหม่บอกว่ายากเหลือเกิน แม้แต่ในขณะที่ผู้เขียนนั่งเขียนหนังสือเล่มนี้ก็รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปเต็มๆเอาเป็นว่า ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ขอให้ใช้เฉพาะเมื่อจำเป็นก็แล้วกัน ปิดโทรศัพท์มือถือเมื่อไม่ใช้หรือเมื่อต้องการนอนพักผ่อน วางโทรศัพท์มือถือห่างจากตัวประมาณ 6-7 นิ้ว ใช้หูฟังหรือเปิดสปีคเกอร์โฟนเวลาพูดโทรศัพท์มือถือ อย่าพกโทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกงตลอดเวลา

  9. หมั่นออกกำลังกายสมอง

    ใช้สมองอยู่เสมอ เพราะสมองก็เหมือนมีด ยิ่งลับยิ่งคม ยิ่งในสมัยนี้มีเกมต่างๆในสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และโซเชียลเน็ตเวิร์คให้เลือกโหลดมาเล่นได้มากมายตามชอบ การฝึกสมองจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "อาหารต้านอัลไซเมอร์" โดยศัลยา คงสมบูรณ์เวช จากสำนักพิมพ์ Amarin Health เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่