Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

ตรวจหัวใจ สำคัญอย่างไร มีวิธีการตรวจแบบใดบ้าง?

ตรวจหัวใจ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คุณคิด รวมทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการตรวจหัวใจ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 784,598 คน

ตรวจหัวใจ สำคัญอย่างไร มีวิธีการตรวจแบบใดบ้าง?

"โรคหัวใจ" เป็นภัยเงียบที่หลายคนคิดว่า เป็นเรื่องไกลตัว ยังไม่แก่ ไม่ได้อ้วน ไม่ได้กินอาหารมันๆ มากมาย ฯลฯ จึงไม่ได้ใส่ใจ หรือเห็นความสำคัญของการตรวจหัวใจเท่าที่ควร แต่หากมาดูสถิติดังต่อไปนี้แล้วคุณอาจจะเปลี่ยนใจก็เป็นได้ 

องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยว่า ในปี 2558 กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 และจากสถิติเดือนกันยายน พ.ศ. 2561 กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย ได้เปิดเผยตัวเลขผู้ป่วยโรคหัวใจว่ามีมากกว่า 430,000 รายต่อปี และมีอัตราการเสียชีวิตถึง 20,855 คนต่อปี หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

ดังนั้นการตรวจหัวใจจึงเป็นอีกหนึ่งในการตรวจสุขภาพที่คุณไม่ควรละเลย เพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน 

โรคหัวใจ 

หมายถึง ความผิดปกติใดๆ ก็ตามเกี่ยวกับหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นลิ้นหัวใจ หลอดเลือดหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจ หรือระบบคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ส่งผลต่อการเต้นของหัวใจ ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการทำงานของหัวใจและสุขภาพร่างกาย นั่นก็เพราะหัวใจคือ อวัยวะสำคัญทำหน้าที่สูบฉีดเลือดและสารอาหารต่างๆ ไปเลี้ยงอวัยวะทุกๆ ส่วนของคนเรา

อาการโรคหัวใจที่สำคัญและพบบ่อยได้แก่ ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือหัวใจอ่อนกำลัง (Heart Failure) โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ 

ใครบ้างที่ควรตรวจหัวใจ?

คุณควรรีบไปพบแพทย์ หากมีอาการที่อาจบ่งบอกถึงโรคหัวใจต่อไปนี้ เพราะยิ่งตรวจพบและได้รับการรักษาเร็วก็จะยิ่งส่งผลดีต่อตัวคุณเอง

  • เจ็บหน้าอกร้าวไปไหล่ซ้าย
  • แน่นหน้าอกคล้ายมีอะไรมาทับที่บริเวณหน้าอก
  • เสียด หรือแสบร้อนบริเวณหน้าอก
  • อ่อนเพลีย
  • เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
  • เหงื่อออกมากกว่าปกติ
  • ใจสั่น
  • หน้ามืด เป็นลม
  • เหนื่อยมากเมื่อออกกำลังกาย

ส่วนผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจดังต่อไปนี้ ก็ควรเข้ารับการตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างร่วมกัน

  • อายุมาก
  • ผู้ชายจะมีความเสี่ยงของโรคหัวใจมากกว่าผู้หญิงก่อนวัยหมดประจำเดือน 
  • สูบบุหรี่จัด
  • ติดสุรา หรือมีพฤติกรรมเป็นนักดื่ม 
  • มีระดับไขมันในเลือดสูง
  • เป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือมีปัญหาเกี่ยวกับโรคหลอดเลือด
  • มีคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ หรืออัมพาต
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • อ้วน

ดังนั้นคุณควรตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อช่วยระวังโรคร้ายและความเสี่ยงจากโรคอื่นๆ ที่ตามมาพร้อมปัญหาสุขภาพ หากตรวจพบว่า มีความเสี่ยงโรคหัวใจดังข้างต้น แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผักผลไม้ ลดอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอล ออกกำลังกายเป็นประจำ และแนะนำให้มาตรวจเช็กความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ใครที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวขาดความชุ่มชื่น ขาดคอลลาเจนหรืออายุเริ่มมากขึ้น

เราอยากชวนคุณมาทดสอบ (มีค่าตอบแทนให้)

Istock 490582789

การตรวจหัวใจ มีวิธีการตรวจอย่างไร?

เมื่อไปพบแพทย์เพื่อตรวจหัวใจ แพทย์จะซักประวัติสุขภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ประวัติเจ็บป่วยของคนในครอบครัว น้ำหนัก ส่วนสูง เพื่อประเมินว่า มีภาวะน้ำหนักเกินหรือไม่ รวมทั้งวัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดความดันโลหิต และฟังเสียงหัวใจว่า มีความผิดปกติหรือไม่ จากนั้นขั้นตอนต่อไปคือการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่

การตรวจหัวใจแบบพื้นฐาน

  1. ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ วิธีนี้สามารถบอกจังหวะการเต้นหัวใจที่ผิดปกติและวินิจฉัยโรคเยื่อหุ้มหัวใจบางชนิด หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย แต่ก็มีผลคลาดเคลื่อนได้ เพราะจะแสดงคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ผิดปกติเมื่อมีโรคหัวใจรุนแรงเท่านั้น เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจขาดเลือดรุนแรง หัวใจเต้นผิดจังหวะ ภาวะหัวใจโต เป็นต้น
  2. เอกซเรย์ปอด จะช่วยให้เห็นปอด หลอดเลือดแดง และการกระจายของหลอดเลือดในปอด ภาวะน้ำท่วมปอด ภาวะหัวใจล้มเหลว และเงาของหัวใจหลังปอด และบอกขนาดหัวใจได้ดีพอสมควร
  3. ตรวจเลือด เป็นการตรวจหาสารต่างๆ ในเลือด เพื่อดูว่า มีโรค หรือภาวะสุขภาพที่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคหัวใจ หรือไม่ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น

การตรวจหัวใจแบบพิเศษ

  1. อัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram หรือ ECHO) การตรวจหัวใจวิธีนี้จะใช้คลื่นเสียงความถี่สูงแต่มีความปลอดภัย เข้าไปยังบริเวณทรวงอก และรับเสียงที่สะท้อนออกมา จากนั้นนำข้อมูลที่สะท้อนกลับมาไปแปลเป็นภาพแสดงให้เห็นรูปร่าง ขนาด การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ และลิ้นหัวใจของผู้ป่วย สามารถบอกถึงความผิดปกติ ความรุนแรงของโรค และช่วยในการติดตามผลการรักษาได้ แต่มีข้อเสียคือ จะไม่เห็นหลอดเลือดหัวใจโดยตรง หากผู้ป่วยอ้วน หรือผอมมากไป หรือมีถุงลมโป่งพอง ก็อาจทำให้ได้ภาพที่ไม่ชัดเจน
  2. การเดินสายพาน (Exercise stress test หรือ EST) เป็นการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกายด้วยการเดินสายพาน หรือปั่นจักรยาน แพทย์จะให้คุณเดินสายพานที่เคลื่อนไปเรื่อยๆ หรือปั่นจักรยานเพื่อให้หัวใจเต้นแรงขึ้น ในขณะที่ต่อขั้วสายนำไฟฟ้าบริเวณหน้าอก 10 สายกับเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ หากมีหลอดเลือดหัวใจตีบ เลือดก็จะไม่สามารถมาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้เพียงพอ ทำให้มีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก อัตราเต้นของหัวใจผิดปกติ เกิดการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าให้เห็นนั่นเอง
  3. การตรวจหัวใจด้วยเตียงปรับระดับ (Tilt table test) ทำโดยให้ผู้ป่วยนอนบนเตียงที่ที่ปรับระดับองศาของเตียงได้ จากนั้นแพทย์จะประเมินชีพจร ความดันโลหิต ลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และอาการอื่นๆ ของผู้ป่วยขณะที่เตียงมีการเปลี่ยนระดับ วิธีนี้มักใช้ในการตรวจผู้ป่วยที่เป็นลม หรือหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ และเป็นลมบ่อยๆ หรือเป็นลมง่าย เช่น เห็นเลือดแล้วเป็นลม เปลี่ยนท่าแล้วเป็นลม ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากปัญหาด้านสมอง หรือหัวใจก็ได้
  4. การบันทึกคลื่นหัวใจไฟฟ้า (Holter monitoring) แพทย์จะติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจไว้กับตัวผู้ป่วยประมาณ 24-48 ชั่วโมง โดยผู้ป่วยสามารถกลับไปบ้านและทำกิจกรรมได้ตามปกติ เมื่อครบกำหนดเวลาจึงกลับมาโรงพยาบาลเพื่อถอดเครื่องออกและรอผลตรวจวิเคราะห์ วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีอาการใจสั่นผิดปกติเป็นครั้งคราว วิงเวียนศีรษะ คล้ายจะเป็นลม และหัวใจเต้นแรงผิดปกติบ่อยๆ
  5. การตรวจระบบไฟฟ้าในหัวใจ (Electrophysiological studies) เป็นการตรวจโดยใส่สายสวนหัวใจขนาดเล็กเข้าไปตามหลอดเลือดดำบริเวณขาหนีบ หรือใต้ไหปลาร้า เพื่อนำไปยังตำแหน่งต่างๆ ภายในหัวใจ ซึ่งจะช่วยในการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจและดูว่า มีไฟฟ้าลัดวงจรเกิดขึ้นในหัวใจ หรือไม่ รวมทั้งสามารถส่งกระแสไฟฟ้าน้อยๆ ไปกระตุ้นให้มีอาการปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้แพทย์วิเคราะห์ความผิดปกติได้ละเอียดมากกว่าการบันทึกคลื่นหัวใจไฟฟ้า
  6. การสวนหัวใจ (Cardiac catheterization) และการฉีดสี (Coronary angiography) เป็นการใช้สายสวนขนาดเล็กใส่เข้าไปจากบริเวณขาหนีบ ข้อพับแขน หรือข้อมือตามแนวหลอดเลือดแดงจนถึงรูเปิดของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ แล้วใช้สารละลายทึบรังสีฉีดเข้าไปทางสายสวนด้วย เพื่อให้เห็นการตีบแคบของหลอดเลือดอย่างชัดเจน วิธีนี้จะช่วยวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้อย่างแม่นยำ และใช้เวลาพักฟื้นเพียง 1 วันก็สามารถกลับบ้านได้ โดยจะไม่มีการใช้ยาสลบ ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่เท่านั้น

การตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ (ECHO) และการเดินสายผ่าน (EST) เหมาะกับใคร

  • การตรวจ ECHO เหมาะสำหรับทุกคน เพราะเป็นการตรวจที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง
  • การตรวจ EST เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเจ็บหน้าอก หรือผู้ที่เคยผ่าตัดบายพาสแล้วกลับมามีอาการอีก

ตรวจหัวใจ มีผลข้างเคียงหรือไม่?

การตรวจหัวใจด้วยวิธีสวนหัวใจและฉีดสารละลายทึบรังสี มีโอกาสทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ แต่ก็พบได้น้อยมาก เช่น อาจทำให้มีเลือดออกตำแหน่งที่แทงเข็ม และบางคนมีอาการแพ้สีแบบไม่รุนแรง ส่วนผลแทรกซ้อนที่รุนแรงนั้นพบได้น้อยกว่า 1% เท่านั้น เช่น อัมพาต แพ้สีรุนแรง หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง และอาจถึงขั้นเสียชีวิต แต่เมื่อประเมินข้อดีข้อเสียแล้ว ประโยชน์ที่จะได้จากการตรวจนั้นมักมีมากกว่าขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านอายุและสุขภาพของผู้ป่วยแต่ละราย

ตรวจหัวใจที่ไหน ใช้สิทธิประกันสังคมได้หรือไม่

มีโรงพยาบาลรัฐและเอกชนหลายแห่งที่ให้บริการตรวจหัวใจ และมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไป หากต้องการทราบราคาที่ชัดเจน คุณสามารถติดต่อสอบถามจากโรงพยาบาลได้โดยตรง 

ส่วนสิทธิประกันสังคมนั้น รองรับทั้งผู้ที่มีอาการผิดปกติ มีความเสี่ยง และมีอาการที่ทำให้รู้สึกกังวลใจ ซึ่งหากตรวจพบความผิดปกติ คุณก็สามารถรักษาโดยใช้สิทธิประกันสังคมทีในสถานพยาบาลที่เลือกไว้ จากนั้นทางสถานพยาบาลจะทำการส่งตัวไปที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เพื่อรักษาต่อไป ปัจจุบันการรักษาด้วยสิทธิประกันสังคมครอบคลุมทั้งหมด 7 รายการดังนี้

  1. การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ
  2. การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจและขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน
  3. การศึกษาสรีระวิทยาไฟฟ้าหัวใจ และการจี้ไฟฟ้าหัวใจ
  4. การจี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ไฟฟ้าในการสร้างภาพ 3 มิติ
  5. การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวรชนิดสองห้อง
  6. การใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจถาวร 
  7. การใส่เครื่องสมานฉันท์หัวใจในภาวะหัวใจล้มเหลว

เปรียบเทียบราคาตรวจหัวใจแต่ละโรงพยาบาล

โรงพยาบาล/คลินิก
ชื่อแพ็กเกจ
มิตรไมตรีคลินิก
รพ.ธนบุรี 1
รายการตรวจ
ตรวจหัวใจและไขมันขั้นพื้นฐาน
แพ็กเกจหัวใจ 1
แพ็กเกจหัวใจ 2
แพ็กเกจหัวใจ 3
แพ็กเกจหัวใจ 4
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย
ตรวจร่างกายโดยแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจ
ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
ตรวจปัสสาวะ (UA)
ตรวจระดับนํ้าตาลในเลือด (FBS)
ตรวจการทํางานของตับ (SGPT)
ตรวจการทำงานของตับ (SGOT, Alk phos,
Albumin, Bilirubin, Globulin)
ตรวจการทํางานของไต (Cr)
ตรวจการทำงานของไต (BUN, eGFR)
ตรวจระดับไขมันในเลือด (Chol)
ตรวจระดับไขมันในเลือด (Triglyceride)
ตรวจระดับไขมันเลวในเลือด (LDL)
ตรวจระดับไขมันดีในเลือด (HDL)
เอกซเรย์ปอด (Chest X-ray)
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย (EST)
ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงผ่านหน้าอก (ECHO)
ตรวจบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Holter)
ราคา 699 6,800 7,100 7,600 9,700 3,500

*ราคาข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลง และอาจยังไม่รวมค่าแพทย์หรือค่ายา

โรคหัวใจยิ่งตรวจพบเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลดีต่อการรักษาเท่านั้น การหมั่นสังเกตอาการผิดปกติและรับการตรวจอย่างทันท่วงทีถือว่า สำคัญอย่างยิ่ง หากคุณเป็นกังวล หรือไม่แน่ใจว่า ตนเองมีอาการของโรคหัวใจหรือไม่ ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาและตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้องจะดีที่สุด

ที่มาของข้อมูล

ศูนย์หัวใจ หลอดเลือด และเมแทบอลิซึม, การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (https://med.mahidol.ac.th/cvmc/th/news/announcement/07292015-1600-th)

เผยสถิติน่าตกใจคนไทยป่วยโรคหัวใจ 432,943 คนต่อปี นักโภชนบำบัดชี้ นมถั่วเหลืองช่วยลดปัจจัยเสี่ยง (https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=29507), 8 กุมภาพันธ์ 2562

สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, การตรวจหัวใจ (http://www.thaiheart.org/รู้จักหัวใจ/การตรวจทางหัวใจ.html)


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป