Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
ตรวจสุขภาพ

ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST คืออะไร

ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST วิธีตรวจหาความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่มีประสิทธิภาพ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 290,366 คน

ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST คืออะไร

โรคหัวใจ นับเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมาก องค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่า กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก ซึ่งคิดเป็น 31% ของการเสียชีวิตของคนทั้งโลก ขณะที่ในประเทศไทยพบว่าอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 20,855 คนต่อปี ทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST คือหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดลงได้

การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST คืออะไร?

การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test: EST) คือการทดสอบหัวใจขณะที่กำลังออกกำลังกายโดยการวิ่งบนสายพานหรือปั่นจักรยาน เพื่อตรวจสอบว่าขณะที่ร่างกายกำลังออกแรงอย่างหนักอยู่นั้น กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดและออกซิเจนมาหล่อเลี้ยงเพียงพอหรือไม่ (ซึ่งหากอยู่ในภาวะปกติที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการใดๆ เลย)

ทั้งนี้ เมื่อผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตันต้องออกกำลังกาย จะทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอจนเกิดอาการหายใจลำบาก เจ็บ จุกแน่นหน้าอก การเต้นของหัวใจผิดปกติ หรือคลื่นไฟฟ้าหัวใจมีการเปลี่ยนแปลง

อาการเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยในเบื้องต้นได้ว่า ผู้ป่วยอาจมีหลอดเลือดหัวใจเส้นใดเส้นหนึ่งตีบตัน เพื่อวางแผนการตรวจและรักษาต่อไป

ใครควรตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST บ้าง?

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้ ควรเข้ารับการตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST เป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการป่วยจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

  • ผู้ที่สูบบุหรี่
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่เคยมีอาการเจ็บหน้าอกโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดของอวัยวะอื่นอยู่แล้ว
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง
  • ผู้ป่วยที่เคยได้รับการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ หลอดเลือดสมองตีบ

การเตรียมตัวก่อนการตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST

ผู้ที่ต้องการตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST ควรเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด ดังนี้

  • งดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ก่อนเริ่มทำการทดสอบ
  • งดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนอย่างน้อย 12 ชั่วโมง เนื่องจากคาเฟอีนอาจรบกวนการแปลผลการทดสอบ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาใดเป็นประจำควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า เพราะยาบางชนิดอาจส่งผลต่อการตรวจ โดยเฉพาะยากลุ่มโรคหัวใจและโรคความดันโลหิตสูง
  • สำหรับผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ควรนำยาพ่นมาด้วยในวันตรวจ
  • ควรสวมเสื้อผ้าหลวมๆ ที่ใส่สบาย และรองเท้าที่เหมาะกับการออกกำลังกาย

ขั้นตอนการตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST

การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST นับว่าเป็นการตรวจที่ไม่ยุ่งยาก วิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือการเดินบนสายพาน มีขั้นตอนดังนี้

  1. เจ้าหน้าที่จะซักประวัติเบื้องต้นของผู้เข้ารับการตรวจ โดยเน้นที่อาการปัจจุบันและประวัติคนในครอบครัวที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ
  2. เจ้าหน้าที่ติดอุปกรณ์แผ่นอิเล็กโทรด (Electrode) ที่บริเวณหน้าอก แขน และขา ทั้งหมด 10 จุด เพื่อบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจและอัตราการเต้นของชีพจร รวมถึงติดเครื่องวัดความดันโลหิตไว้ที่ต้นแขน
  3. ผู้เข้ารับการตรวจต้องเดินช้าๆ บนสายพาน ระหว่างทำการทดสอบสายพานจะเพิ่มระดับความเร็วและความชันทุกๆ 3 นาที โดยระหว่างเดินสายพานเจ้าหน้าที่จะสังเกตอาการ ตรวจสอบคลื่นไฟฟ้าหัวใจ อัตราการเต้นของชีพจรและความดันโลหิตตลอดเวลา
  4. เมื่ออัตราชีพจรสูงถึงเป้าหมายที่ต้องการ (อัตราชีพจรเป้าหมายของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน โดยคำนวณจาก 220-อายุ) เจ้าหน้าที่จึงหยุดเครื่อง
  5. การเดินสายพานจะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 6-12 นาที และเข้าสู่ระยะพักอีกประมาณ 5-10 นาที โดยรวมจะใช้เวลาในการตรวจประมาณ 20-30 นาที

ข้อควรระวังในการตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST

หากระหว่างการเดินสายพานผู้เข้ารับการตรวจมีอาการผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จะหยุดการทดสอบทันที เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

  • มีอาการเหนื่อยมากจนไม่สามารถเดินต่อไปได้
  • คลื่นไส้ วิงเวียน อ่อนเพลีย คล้ายจะเป็นลม
  • มีอาการแสบร้อน ปวด หรือแน่นหน้าอก
  • พบลักษณะของกราฟไฟฟ้าหัวใจที่บ่งชี้ถึงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรง
  • ความดันโลหิตสูงขั้นรุนแรงขณะที่เดินสายพาน

ผลการตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST

หลังเดินสายพานเสร็จสิ้น แพทย์จะแปลผลการทดสอบเพื่อวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจมีความผิดปกติใดๆ หรือไม่ ซึ่งการรายงานผลการตรวจของแพทย์นั้นจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

  1. กลุ่มผู้มีสุขภาพหัวใจเป็นปกติ ข้อมูลจะแสดงให้ทราบได้ว่าแม้อัตราชีพจรจะเร็วขึ้น ผู้เข้ารับการตรวจมีอาการเหนื่อยมาก แต่หัวใจก็ไม่ได้แสดงภาวะผิดปกติใดๆ
  2. กลุ่มผู้มีสุขภาพหัวใจผิดปกติ พบในกลุ่มที่ต้องยุติการตรวจกลางคัน เนื่องจากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น หรือกลุ่มที่ทดสอบเสร็จสิ้นแล้ว แต่พบข้อมูลที่ผิดปกติ เช่น อัตราชีพจรหรือระดับความดันโลหิตสูงขึ้นผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งบ่งชี้ได้ว่ามีความผิดปกติจากโรคหัวใจและหลอดเลือด
  3. กลุ่มที่ผลการทดสอบไม่ชัดเจน อาจมีสัญญาณผิดปกติ แต่ยังไม่แน่ชัด แพทย์อาจพิจารณาส่งไปตรวจเส้นเลือดที่เลี้ยงหัวใจโดยวิธีคอมพิวเตอร์ (Coronary Computed Tomographic Angiography: CCTA)

EST กับ ECG ตรวจหัวใจแบบไหนแม่นยำกว่ากัน?

การตรวจสมรรถภาพหัวใจที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันมี 2 รูปแบบคือ การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST และการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram: ECG) ซึ่งทั้งสองรูปแบบสามารถตรวจสมรรถภาพหัวใจและค้นหาความเสี่ยงของโรคได้เช่นเดียวกัน

การตรวจ EST นับว่ามีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพในการวินิจฉัยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่า เนื่องจากการตรวจ ECG เป็นเพียงการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะที่ร่างกายเป็นปกติ ไม่มีการใช้ออกซิเจนอย่างหนัก ซึ่งเลือดอาจนำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงได้เพียงพอ ทำให้คลื่นไฟฟ้าหัวใจไม่แสดงสัญญาณความผิดปกติให้เห็น แต่เมื่อใดที่หัวใจทำงานหนักขึ้น เส้นเลือดที่ตีบแคบอาจทำให้เลือดนำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอจนเกิดอันตรายขึ้นได้

ค่าใช้จ่ายในการตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST

ผู้ที่ต้องการตรวจ EST นั้น สามารถเข้ารับการตรวจได้ที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชนชั้นนำทั่วไป ค่าใช้จ่ายในการตรวจเริ่มต้นที่ 2,000 บาท โดยผู้เข้ารับการตรวจควรเลือกโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีเจ้าหน้าที่และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจคอยให้คำปรึกษา เพราะระหว่างการทดสอบอาจเกิดความเสี่ยงขึ้นได้

การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST นับเป็นการทดสอบที่ได้มาตรฐานและสามารถบ่งชี้ความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรเข้ารับการตรวจอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะหากตรวจพบได้เร็ว จะได้วางแผนการรักษาได้ทันท่วงที


ที่มาของข้อมูล

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์หัวใจ หลอดเลือด และเมแทบอลิซึม, การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย(EST), (https://med.mahidol.ac.th/cvmc/th/news/announcement/07292015-1600-th).

โรงพยาบาลเปาโล, ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST (Exercise Stress Test), (https://www.paolophahol.com/th-TH/Article/Details/บทความ-หัวใจ/ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย-EST-(Exercise-Stress-Test)), 22 พฤษภาคม 2562.

.โรงพยาบาลบางปะกอก 9, ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST, (https://www.bangpakokhospital.com/care_blog/content/ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย%20EST), 12 กันยายน 2562.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป