อาหารการกิน

รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการให้อาหารลูกสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 588963858 %281%29

หากคุณมีแผนที่จะนำลูกสุนัขมาเลี้ยง หนึ่งในเรื่องที่คุณควรพิจารณาหรือเตรียมพร้อมก็คือ การให้อาหารลูกสุนัขค่ะ ทั้งนี้ลูกสุนัขจะโตเร็ว และการให้อาหารที่เหมาะสมกับเขานับว่าเป็นเรื่องสำคัญต่อการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง การสร้างกล้ามเนื้อ และการเติมพลังให้เขาพร้อมสำหรับเล่นและเรียนรู้ ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวมหลากเรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการให้อาหารลูกสุนัขมาฝากค่ะ เราลองมาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

ทำไมอาหารที่ลูกสุนัขจำเป็นต้องได้รับถึงมีความแตกต่างจากสุนัขโตเต็มวัย ?

ลูกสุนัขเติบโตอย่างรวดเร็ว มันจำเป็นต้องได้รับสารอาหารเพื่อสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ และอวัยวะอื่นๆ ในขณะที่สุนัขโตจำเป็นต้องได้รับสารอาหารเพื่อรักษาอวัยวะเหล่านี้

เมื่อไรที่ลูกสุนัขควรเริ่มกินอาหารแข็ง ?

ลูกสุนัขควรกินอาหารแข็งนับตั้งแต่เขามีอายุ 4 สัปดาห์ หรือเมื่อพวกมันไม่สามารถกินนมแม่ และลูกสุนัขส่วนมากจะหย่านมเมื่อมีอายุ 6 สัปดาห์ หากคุณคิดจะให้อาหารแข็งแก่ลูกสุนัขที่มีอายุน้อยกว่า 8 สัปดาห์ คุณอาจต้องแช่อาหารแข็งในน้ำเพื่อให้มันนิ่มก่อนค่ะ

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอาหารของลูกสุนัขตอบสนองต่อความต้องการของสุนัข ?

The Association of American Feed Control Officials ได้กำหนดแนวทางโภชนาการให้ผู้ประกอบการที่ผลิตอาหารสัตว์ทำตาม ทั้งนี้ให้คุณตรวจสอบฉลากของผลิตภัณฑ์ว่าอาหารถูกผลิตขึ้นตามแนวทางของ AAFCO เพื่อให้แน่ใจว่าสุนัขได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุล นอกจากนี้อาหารของสุนัขควรมีฉลากระบุเช่นกันว่าอาหารเหมาะกับสุนัขที่มีช่วงอายุอยู่ในวัยใด หลังจากลูกสุนัขกินอาหารไป 1 หรือ 6 สัปดาห์ ให้คุณประเมินสุขภาพของเขาว่าเป็นอย่างไร เขาควรร่าเริงและเปี่ยมไปด้วยพลัง รวมถึงมีขนที่เงางามและหนา

ลูกสุนัขควรกินอาหารถี่แค่ไหน ?

ถ้าเป็นไปได้ ลูกสุนัขควรกินอาหารวันละ 3 ครั้ง หลังจากหย่านมจนมีอายุ 4-6 เดือน หลังจากผ่านไป 6 เดือน การลดให้เหลือวันละ  2 ครั้ง ก็ถือว่ายอมรับได้ค่ะ แต่หากคุณไม่สามารถป้อนอาหารให้ลูกสุนัขได้ 3 ครั้งต่อวัน คุณก็ไม่ต้องกังวล เพราะเขาสามารถปรับตัวได้

ลูกสุนัขต้องกินอาหารประมาณเท่าใด ?

ลูกสุนัขจำเป็นต้องกินอาหารเยอะเพื่อให้ร่างกายเติบโตอย่างรวดเร็ว ในช่วงเริ่มต้น เขาควรทานอาหารมากกว่าสุนัขโตที่เป็นพันธุ์เดียวกันประมาณ 2 เท่า ลูกสุนัขจะเติบโตได้เร็วที่สุดในช่วง 5 เดือนแรก นอกจากนี้คุณอาจให้อาหารลูกสุนัขโดยยึดตามปริมาณที่ระบุบนฉลากของอาหาร ซึ่งเป็นปริมาณที่แนะนำโดยอิงตามอายุและน้ำหนัก

ลูกสุนัขสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่จำเป็นต้องได้กินอาหารพิเศษหรือไม่ ?

สุนัขพันธุ์ใหญ่อย่างเกรทเดน (Great Danes)  ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever) และโดเบอร์แมน พินสเชอร์ (Doberman Pinschers) มีแนวโน้มที่จะมีปัญหากับกระดูกและข้อต่อ ซึ่งหมายความรวมถึง โรคข้อสะโพกเสื่อม (Hip dysplasiaare) แม้ว่าโรคดังกล่าวเป็นโรคทางพันธุกรรม แต่การให้อาหารมากเกินไปก็สามารถทำให้สถานการณ์แย่ลง

อาหารของลูกสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมการเจริญเติบโต และอาจมีธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัสน้อยกว่าอาหารของลูกสุนัขสายพันธุ์อื่นๆ รวมถึงอาจมีไฟเบอร์มากกว่าด้วย ทั้งนี้มีหลายงานวิจัยพบว่า สุนัขสายพันธุ์ใหญ่มีแนวโน้มที่จะมีปัญหาข้อต่อเรื้อรัง หรือมีปัญหากับกระดูก เมื่อพวกเขามีอายุมากขึ้น และเมื่อพวกเขากินอาหารมากเกินไป

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งได้ติดตามสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์เป็นเวลา 14 ปี สุนัขที่ได้กินอาหารน้อยลงกว่าสัตว์ครอกเดียวกัน 25% มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคข้อสะโพกอักเสบลดลง สุนัขที่ถูกจำกัดการกินอาหารยังมีอาการของโรคไขข้ออักเสบโดยเฉลี่ยที่ 12 ปี แทน 6 ปี

เมื่อไรที่จะเปลี่ยนจากอาหารของลูกสุนัขเป็นอาหารของสุนัขโตเต็มวัย ?

เมื่อลูกสุนัขมีน้ำหนักถึง 90% ของน้ำหนักของสุนัขโตที่คาดการณ์ไว้ เขาควรเปลี่ยนมากินอาหารที่ช่วยรักษาสภาพร่างกายแทนอาหารที่เน้นการเจริญเติบโต สุนัขสายพันธุ์เล็กอาจหยุดโตเมื่อมีอายุ 9-12 เดือน ในขณะที่สุนัขใหญ่มักจะหยุดโตเมื่อมีอายุ 12-18 ปี

อาหารที่อันตรายสำหรับลูกสุนัข ?

อาหารบางชนิดที่คนทานสามารถเป็นอันตรายต่อสุนัข ทั้งนี้คุณไม่ควรให้ลูกสุนัขกินอะโวคาโด ช็อกโกแลต องุ่น ลูกเกด ถั่วแมคคาเดเมีย แป้งขนมปังดิบที่ทำจากยีสต์ หอมใหญ่ กระเทียม ชีส แอลกอฮอล์ นม กาแฟ มันฝรั่งทอด ลูกอม อาหารที่มีไซลีทอล ฯลฯ

ที่มา : https://pets.webmd.com/dogs/gu...

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ