สุขภาพ

ข้อสะโพกเสื่อมในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 23, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 930,502 คน

ข้อสะโพกเสื่อมในแมว

ความผิดปกติของรูปร่างและการเสื่อมของข้อสะโพกในแมว

ข้อสะโพกเสื่อมคือการไม่สามารถพัฒนาได้อย่างปกติของสะโพก ซึ่งส่งผลทำให้เบ้าสะโพกและหัวกระดูกนั้นเกิดการสบกันอย่างผิดปกติ ความผิดปกตินี้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน โดยลูกสัตว์ที่มีความผิดปกติจะได้รับยีนมาจากทั้งพ่อและแม่ แม้ว่าทั้งพ่อและแม่จะไม่ได้แสดงออกถึงความเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อสะโพกเสื่อม

อุบัติการณ์ความผิดปกตินี้เกิดขึ้นได้น้อยในแมว แต่บางสายพันธุ์กลับมียีนส์ที่เสี่ยงต่อการเกิดจ้อสะโพกเสื่อมมากกว่าอีกสายพันธุ์ ซึ่งส่วนมากแล้วมักจะเกิดในแมวสายพันธุ์แท้และมักเจอในเพศเมียมากกว่าเพศผู้ สายพันธุ์แมวที่กระดูกค่อนข้างหนัก ได้แก่ แมวเมนคูน และแมวเปอร์เซียมักจะพบได้มากแต่ก็สามารถพบได้ในแมวที่มีกระดูกบางเช่นกัน มีรายงานว่า 18% ของแมวพันธุ์เมนคูณมีความผิดปกตินี้

อาการและประเภท

อาการนั้นจะขึ้นอยู่กีบความหลวมของข้อกระดูกการเคลื่อน การอักเสบ และระยะเวลาของโรค

  • ในช่วงแรกของโรคจะพบว่ามีการเคลื่อนและพบว่าข้อสะโพกหลวม
  • มีอาการเกี่ยวข้องกับข้อเสื่อมและข้ออักเสบ
  • ลดการทำกิจกรรม
  • ไม่อยากวิ่ง กระโดด หรือขึ้นบันได
  • ขาหลังกระเผลกชั่วคราวหรือถาวร มักอาการแย่ลงหลังจากออกกำลังกาย
  • เจ็บบริเวณข้อสะโพก
  • ข้อต่อหลวมหรือมีการเคลื่อน
  • มวลกล้ามเนื้อต้นขาลดลง
  • กล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่มีขนาดใหญ่ขึ้นเนื่องจากลงน้ำหนักที่ขาหน้ามากขึ้นเพราะว่าไม่แมวพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักที่ขาหลัง
  • ขาแกว่งไปมา

สาเหตุ

พันธุกรรมและสภาพแวดล้อมนั้นมีอิทธิพลต่อการพัฒนาและการเพิ่มความรุนแรงในภาวะข้อสะโพกเสื่อม

  • พันธุกรรมที่มีความไวต่อการสะโพกหลวมหรือมีการเคลื่อน
  • น้ำหนักตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือ มีภาวะอ้วน
  • ระดับโภชนาการ
  • มวลกล้ามเนื้อบริเวณสะโพก

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะทำการซักประวัติเกี่ยวกับระยะเวลาของการเกิดอาการ ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถเกิดขึ้นได้ หรือการบาดเจ็บที่สัตว์เคยได้รับ จากนั้นสัตวแพทย์จะทำตรวจร่างกายแมวอย่างละเอียด ได้แก่ การตรวจค่าเลือดทางชีวเคมี การนับเม็ดเลือด การตรวจปัสสาวะ และค่าอิเล็กโทรไลท์ ถ้าหากคุณเจ้าของทราบข้อมูลของพ่อแม่แมวตัวนี้ก็จะเป็นประโยชน์มากเพราะบางครั้งอาจเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้

การเอ็กซ์เรย์มีความสำคัญมากเพราะจะทำให้สามารถเห็นข้อสะโพกได้ สิ่งที่สามารถพบได้ ได้แก่ ไขสันหลังเสื่อม หรือโรคเกี่ยวกับกระดูกอื่นๆ

การรักษา

แมวของคุณจะได้รับการรักษาแบบผู้ป่วยนอกทั่วไปถ้าหากว่าไม่ตำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด โดยแมวของคุณตะได้รับการผ่าตัดหรือไม่นั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของตัวแมวและอายุ หรืออาจจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการหลวมของข้อสะโพก การอักเสบของข้อ สัตวแพทย์จะแนะนำสิธีที่เหมาะสมที่สุดให้กับคุณ การกายภาพจะช่วยลดการฝืดของข้อได้และช่วยในการคงตัวของกล้ามเนื้อ

การควบคุมน้ำหนักถือเป็นสิ่งที่สำคัญในช่วงของการพักฟื้นและควรลดแรงดันแก่ข้อต่อขณะที่แมวเคลื่อนไหว โดยคุณเจ้าของจะต้องทำงานร่วมกับสัตวแพทย์เพื่อลดการเพิ่มของน้ำหนักกับการลดการออกกำลังกายขณะพักฟื้น

มีวิธีการผ่าตัดหลักๆอยู่ 4 วิธี ได้แก่ triple pelvic osteotomy (TPO), juvenile pubic symphysiodesis (JPS), total hip replacement (THR) and excision arthroplasty (EA)

การผ่าตัดด้วยวิธี TPO เพื่อบิดหมุนเบ้ากระดูกในรายที่อายุน้อยกว่า 1 ปี ส่วนการผ่าตัดแบบ JPS จะทำให้ลูกแมวที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน โดยจะเป็นการเชื่อมส่วนของกระดูกเชิงกรานเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มความมั่นคง ส่วน THR เป็นวิธีที่แมวส่วนมากได้รับการรักษามักจะทำในแมววัยเจริญพันธุ์ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาและมีปัญหาข้อกระดูกอักเสบอย่างรุนแรง วิธีสุดท้าย EA จะทำเมื่อไม่สามารถทำวิธี THR ได้ ซึ่งวิธีนี้จะเอาส่วนของหัวกระดูกของข้อสะโพกออกและเหลือส่วนของกล้ามเนื้อให้ทำหน้าที่ของข้อต่อแทน จะได้ผลดีในแมวที่มีระบบกล้ามเนื้อแข็งแรง

 สัตวแพทย์จะทำการจ่ายยาแก้อักเสบให้เพื่อลดการบวมและการอักเสบร่วมกับยาแก้ปวดสำหรับบรรเทาความรุนแรงของการเจ็บปวด

 การจัดการและความเป็นอยู่

สัตวแพทย์จะทำการนัดเพื่อติดตามอาการ จะมีการเอ็กซ์เรย์ใหม่เพื่อเปรียบเทียบคราวที่แล้ว ถ้าหากแมวได้รับการผ่าตัดการเอ็กซ์เรย์จะเป็นตัวบอกถึงอัตราการหาย แต่ถ้าหากว่าแมวของคุณรักษาแบบผู้ป่วยนอกไม่ได้ทำการผ่าตัดภาพเอ็กซ์เรย์จะบอกถึงความเสื่อมสภาพของข้อสะโพกได้ เนื่องจากโรคจ้อสะโพกเสื่อมนี้สามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม ถ้าหากสัตว์ของคุณถูกวินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรคจ้อสะโพกเสื่อมจึงไม่ควรนำมาทำพันธุ์ต่อไป

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม