เทคโนโลยีด้านสุขภาพ

ขั้นตอนการแนะนำการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
Istock 871189318 %281%29

ขั้นตอนการแนะนำการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด

ร้านยาสามารถให้คำแนะนำการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดแก่ผู้มาใช้บริการเป็นแผงแรก

กับผู้ที่ยังไม่เคยใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดมาก่อน  โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. ถามโรคประจำตัว

โรคประจำตัวที่อนุโลมให้ใช้ได้ แต่ต้องระวังการใช้และติดตามผลจากการใช้อย่างใกล้ชิด ได้แก่ ไมเกรน  กรณีนานๆ จึงจะเกิดอาการ อนุโลมให้ใช้ได้ แต่ต้องระวังติดตามอาการ ข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น ยาเม็ดคุมกำเนิดที่เหมาะสมในกรณีนี้ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ

  1. แบบฮอร์โมนรวมตอนเดียวที่มีเอทินิล เอสตราดิออล 0.02 มก.
  2. แบบมินิทิล ซึ่งไม่มีเอทินิล เอสตราดิออล เช่น เอ็กซ์ลูตอน ((Exluton) หรือซีราเซท (Cerazette) แบบมินิพิลจะมีความปลอดภัยมากกว่าแบบโฮร์โมนรวม แต่ประสิทธิภาพคุมกำเนิดต่ำกว่า และมักพบเลือดออกกะปริดกะปรอย ระหว่างการใช้

ไขมันในเลือดสูง  ถ้าแอลดีแอล โคเลสเตอรอลไม่สูงมากและเอชดีแอล โคเลสเตอรอลสูงกว่า 35 มก/ดล. อนุโลมให้ใช้แบบฮอร์โมนรวมที่มีเอสโตรเจน 0.015 – 0.02 มก. ได้ และควรเป็นโปรเจสเตอโรนรุ่นใหม่ และต้องระวังติดตามอาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น

ความดันโลหิตสูง (ความดันค่าบนต่ำกว่า 160 มิลลิเมตร และความดันค่าล่างต่ำกว่า 95 มิลลิเมตรปรอทมิลลิเมตรปรอท) ปานกลาง

โปรดทราบว่าเอสโตรเจนในยาเม็ดคุมกำเนิดแม้ว่าจะมีปริมาตรต่ำกว่า  0.035 มก. ก็ทำให้ความดันโลหิตสูง 6-8 มม. ปรอทเสมอทั้งในหญิงที่ความดันโลหิตปกติและผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูง ในกรณีนี้ควรให้รับประทานแบบมินิพิลจะดีกว่าแบบฮอร์โมนรวม

เบาหวาน ถ้าสามารถคุมอาการของโรคได้ และไม่มีภาวะแทรกซ้อนก็อนุโลมให้ใช้ได้ แต่ต้องระวังติดตามอาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น ยาเม็ดคุมกำเนิดสำหรับหญิงที่เป็นเบาหวานร่วมด้วยควรเลือกที่มีโปรเจสเตอโรนรุ่นใหม่ เพราะมีผลต่อเมตาบอลิซึมของคาร์โอไฮเดรตและไขมันต่ำกว่ารุ่นเก่า แต่กรณีนี้หญิงนั้นต้องไม่สูบบุหรี่และไม่เป็นโรคหลอดเลือดและหัวใจร่วมด้วย

หญิงดังต่อไปนี้ อนุโลมให้ใช้ยาคุมกำเนิดได้ แต่ต้องระวังการใช้และเฝ้าสังเกตอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

  1. อายุมากกว่า 35 ปี และสูบบุหรี่มากกว่าวันละ15 มวน
  2. หญิงที่เคยเป็นมะเร็งเต้านมแต่ไม่กลับมาเป็นซ้ำมากกว่า 5 ปี
  3. กำลังใช้ยาที่มีผลต่อเอนไซม์ในตับ เช่น ไรแฟมพิซินกริสซิโอฟูลวินและยากันชัก เป็นต้น

โรคดังต่อไปนี้ ห้ามใช้ ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมเด็ดขาด

  1. หญิงที่มีประวัติเป็นหรือเคยเป็นเนื้องงอกหรือมะเร็งที่อวัยวะสืบพันธุ์ ทั้งอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกและอวัยวะสืบพันธุ์ภายใน
  2. หญิงที่มีประวัติโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดอุดตันไม่ว่าจะกำลังหรือเคยเป็นก็ตาม เนื่องจากเอสโตร-เจนทำให้เลือดเกาะกันเป็นเกล็ดได้ง่ายลุอาจไปอุดตันตามหลอดเลือดฝอยต่างๆ จนเสียชีวิต
  3. หญิงที่มีการทำงานของตับผิดปกติ เช่น ตับอักเสบจากไวรัสซึ่งโรคยังไม่สงบ ตับแข็งรุนแรง ตลอดจนผู้เคยเป็นหรือเป็นเนื้องอกหรือมะเร็งตับ แต่อาจอนุโลมให้ใช้ได้ ถ้าการทำงานของตับเป็นปกติแล้วแต่ต้องคอยเฝ้าระวัง
  4. เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดที่ยังไม่ทราบสาเหตุ
  5. ทราบหรือสงสัยว่าตั้งครรภ์
  6. หญิงที่มีความดันโลหิตค่าล่างสูงตั้งแต่ 95 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป และค่าบนสูงตั้งแต่ 160 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป และความดันโลหิตสูงชนิดคุมไม่ได้
  7. หญิงที่เป็นความดันโลหิตสูงที่มีโรคแทรกซ้อนตามอวัยวะต่างๆ แล้ว หรือสูบบุหรี่ร่วมด้วย
  8. ผู้เป็นโรคเบาหวานซึ่งมีภาวะแทรกซ้อนทางไต ตา เส้นประสาท หรือโรคหลอดเลือดอื่นๆ หรือเป็นเบาหวานมานานกว่า 20 ปี
  9. หญิงที่มีประวัติท่อน้ำดีหรือถุงน้ำดีอุกตันที่ยังมีอาการอยู่ เนื่องจากเอสโตรเจนในยาเม็ดคุมกำเนิดจะกระตุ้นให้ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีหรือในท่อน้ำดีมีอาการมากขึ้น
  1. ในกรณีที่สามารถใช้ได้แยกลักษณะของหญิงให้เหมาะสมกับยาเม็ดคุมกำเนิดแต่ละชนิด และพิจารณาใช้ยา

เม็ดคุมกำเนิดที่มีโปรเจสเตอโรนรุ่นใหม่

หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการแยกประเภทของหญิงลักษณะต่างๆ

ในทางการแพทย์จะจัดแบ่งลักษณะของหญิงออกเป็น 3 ประเภท คือ

  1. หญิงที่มีภาวะเอสโตรเจนเด่น
  2. หญิงที่มีภาวะโปรเจสเตอโรนเด่น
  3. หญิงที่มีลักษณะสมดุล

การแยกลักษณะหญิงออกเป็นประเภทต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นเป็นข้อมูลหนึ่งที่เรานำมาใช้พิจารณาเลือกชนิดของยาเม็ดคุมกำเนิดให้เหมาะสมกับผู้จะใช้

ข้อมูลที่จะนำมาใช้พิจารณาการจัดแยกประเภทของหญิงลักษณะต่างๆ คือ

  1. จำนวนที่มีประจำเดือนแต่ละครั้ง
  2. ระยะห่างของรอบเดือน
  3. ปริมาณเลือดประจำเดือนแต่ละครั้ง
  4. ขนาดของเต้านม
  5. ไขมันและขน ตลอดจนสังเกตลักษณะความเป็นหญิงอื่นๆ

ตารางสรุปประเภทของหญิง 3 ลักษณะ

ข้อมูล

ภาวะเอสโตรเจนเด่น

ลักษณะสมดุล

ภาวะโปรเจสเตอโรนเด่น

1. จำนวนวันที่มีประจำเดือน

มากกว่า 6 วัน

4-6 วัน

น้อยกว่า 4 วัน

2. ระยะห่างของรอบ เดือน

น้อยกว่า 26 วัน

26-30 วัน

มากกว่า 30 วัน

3. ปริมาณเลือด ประจำเดือนแต่ละครั้ง

+++

++

+

4. ขนาดเต้านม

ใหญ่

ปานกลาง

เล็ก

5. ไขมันขนและลักษณะของเพศหญิง

ผิวมันละเอียดเรียบไม่มีขน

ปกติ

มีขนดก อาจมีหนวด ผิวหยาบ ผมบาง หนังศีรษะมัน

เมื่อแยกลักษณะของหญิงได้แล้วให้เลือกชนิดของยาเม็ดคุมกำเนิดที่เหมาะสม ดังนี้

  1. หญิงที่มีลักษณะประเภทเอสโตรเจนเด่น

หญิงลักษณะนี้จะมีเอสโตรเจนร่างกายสูงกว่าค่าเฉลี่ยทำให้มีลักษณะเป็นเพศหญิงมากกว่าค่าเฉลี่ย เช่น เวลามีประจำเดือนก็จะมีเลือดออกมาก มีหลายวัน และรอบเดือนมาเร็วกว่า 26 วัน เต้านมมีขนาดใหญ่

หญิงประเภทเอสโตรเจนเด่นนี้ ควรใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มี

ปริมาณเอสโตรเจน 0.02 มก. ต่อเม็ดหรือต่ำกว่า

  1. หญิงที่มีลักษณะประเภทโปรเจสเตอโรนเด่น

หญิงที่มีภาวะโปรเจสเตอโรนหรือภาวะแอนโดรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายเด่น จะมีลักษณะตรงข้ามกับประเภทเอสโตรเจนเด่น คือ ประจำเดือนมาน้อย มีไม่กี่วัน รอบเดือนห่างกันมากกว่า 30 วัน หรือนานๆ มาครั้ง มีขนาดเต้านมเล็ก ผิวหนังมีไขมัน และขนอ่อนขึ้นเหมือนเพศชาย หน้ามัน เป็นสิว

หญิงประเภทภาวะโปรเจสเตอโรนหรือภาวะแอนโดรเจนเด่นควรใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด

ที่มีเอสโตรเจน 0.03-0.035 มก. และโปรเจสเตอโรนชนิดต่อต้านแอนโดรเจน

เพื่อยับยั้งฤทธิ์ของแอนโดรเจนในตัวของหญิงนั้น

ตัวอย่างยาเม็ดคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับหญิงลักษณะนี้ คือ

ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีโปรเจสเตอโรนเป็นไซโปรเทอโรน

ตัวอย่างชื่อการค้า เช่น ไดแอน (Diane)

ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีโปรเจสเตอโรนเป็นดรอสไพริโนน

ตัวอย่างชื่อการค้า ได้แก่ ยาสมิน(Yasim) และ ยาส(Yaz)

  1. หญิงที่มีลักษณะสมดุล

หญิงที่มีลักษณะสมดุล หมายถึงหญิงที่มีลักษณะไม่หนักไปทางใดทางหนึ่ง เป็นหญิงที่มีปริมาณเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในร่างกายสมดุล ซึ่งเป็นลักษณะของหญิงส่วนใหญ่ หญิงลักษณะนี้จะมีประจำเดือน 4-6 วัน ในปริมาณไม่มากหรือน้อยเกินไป รอบเดือนห่างประมาณ 26-30 วัน (ค่าเฉลี่ยคือ 28 วัน) หญิงลักษณะนี้สามารถใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีเอสโตรเจน 0.03 มก. ต่อเม็ด และมีโปรเจสเตอโรนรุ่นใหม่ได้ทุกตัว เช่น

เดโสเกสเตรล ตัวอย่างชื่อการค้า ได้แก่ มาร์วีลอน (Marvelon)

เกสโตดีน ตัวอย่างชื่อการค้า ได้แก่ ไกเนรา (Gynera)

เกสติเมท ตัวอย่างชื่อการค้า ได้แก่ ไซเลส (Cilest)

หรือดรอสไพริโนน ตัวอย่างชื่อการค้า ได้แก่ ยาสมิน (Yasmin) และยาส (Yaz) ก็สามารถใช้ได้

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดอุดตัน เช่น อายุมาก อ้วน ควรใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีเอสโตรเจน 0.02 มก. เช่น เมอซิลอน (Mercilon) เมลลิแอน (Meliane) หรือ เลี่ยงไปใช้ เอ็กซ์ลูตอน (Exluton) หรือซีราเซท (Cerazette) ซึ่งไม่มีเอสโตรเจนเป็นส่วนประกอบ

4.เมื่อเลือกยาเม็ดคุมกำเนิดที่เหมาะสมได้แล้ว แนะนำวิธีรับประทานยาที่ถูกต้องและติดตามผลการใช้ในระยะ 2-3 แผงแรก เพื่อดูว่าผู้ใช้เกิดอาการข้างเคียงอะไรหรือไม่

5.กรณีเกิดอาการข้างเคียงให้พิจารณาว่าเป็นอาการข้างเคียงที่เกิดจากผลของเอสโตรเจนหรือเป็นอาการข้างเคียงที่เกิดจากผลของโปรเจสเตอโรน แล้วปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม

หลักการเปลี่ยนยาเม็ดคุมกำเนิด

การเปลี่ยนยาเม็ดคุมกำเนิดที่ถูกต้องโดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการคุมกำเนิดหรือเปลี่ยนแปลงรอบเดือน คือ ควรให้ผู้ป่วยใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดเดิมไปจนถึงวันที่มีไข่ตกครั้งถัดไปก่อนจึงหยุดยาแผงเดิม แล้วรอจนมีประจำเดือนรอบใหม่มา จึงเริ่มรับประทานชนิดใหม่ด้วยวิธีรับประทานเหมือนเดิม

ตัวอย่างเช่น

นาง ก. ต้องการเปลี่ยนยาเม็ดคุมกำเนิดจากไดแอน (Diane) มาเป็นมาร์วีลอน (Marvelon)ควรเริ่มรับประทานมาร์วีลอน (Marvelon) ตั้งแต่วันที่เท่าไร

วันที่มาปรึกษา คือ วันที่ 1 เมษายน นาง ก. คาดว่าจะมีประจำเดือนครั้งถัดไปวันที่ 1 พฤษภาคม ดังนั้น วันที่ไข่จะตกอีกครั้งของนาง ก. คือวันที่ 17 เมษายน (นับย้อนหลังจากวันสุดท้ายของรอบเดือนครั้งถัดไป คือ วันที่ 30 เมษายน เข้ามา 14 วัน จะตรงกับวันที่ 17 เมษายน)

นาง ก. ควรรับประทานไดแอน (Diane) จากวันที่ 1 เมษายน ไปจนถึงวันที่ 17 เมษายน แล้วหยุดยา รอจนมีประจำเดือนรอบใหม่มาจึงเริ่มรับประทานมาร์วีล

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "คู่มือร้านยาเล่ม 1 ความรู้เรื่องยาเบื้องต้น และแนวทางการซักถามเพื่อให้การรักษาขั้นต้น" เรียบเรียงโดยเภสัชกรหญิงจิรัชฌา อุดมชัยสกุล วิทยากรอบรมหลักสูตรผู้ช่วยเภสัชกรร้านยา จากสำนักพิมพ์ศิษฏิกร

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่