การตั้งครรภ์

โภชนาการสำหรับหญิงให้นมบุตร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
Istock 849699196 %281%29

โภชนาการสำหรับหญิงให้นมบุตร

หลังจากที่ทารกคลอดออกมาจากครรภ์มารดาแล้ว มารดายังต้องได้รับสารอาหารที่เพียงพอและเป็นประโยชน์ต่อไป เพราะทารกยังต้องกินนมมารดาอยู่ โดยเฉพาะใน 5 เดือนหลังคลอด ทารกต้องได้นมมารดาเป็นหลัก

ความสำคัญของโภชนาการสำหรับหญิงให้นมบุตร

กระบวนการสร้างน้ำนมจำเป็นต้องใช้สารอาหารที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำนมที่เพียงพอแก่ทารก โดยเฉพาะใน 6 เดือนหลังคลอด ทารกต้องได้นมมารดาเป็นหลัก ถ้ามารดามีภาวะโภชนาการที่ไม่ดีส่งผลให้มีสุขภาพทรุดโทรมและปริมาณน้ำนมน้อย ไม่เพียงพอทั้งปริมาณและคุณภาพของน้ำนม ทำให้เกิดการขาดสารอาหารบางชนิด เช่น วิตามินบีหนึ่ง วิตามินซี วิตามินเอ เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้ในการเสริมสร้างซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของมารดาให้สมบูรณ์ เนื่องจากการสูญเสียเลือดระหว่างาการคลอด จึงจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่เพิ่มขึ้นจากปกติ (รวิโรจน์, 2542) ดังนั้นโภชนาการสำหรับหญิงให้นมบุตรจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

ปริมาณพลังงานและสารอาหารที่ควรได้รับของหญิงให้นมบุตร

  1. ความต้องการพลังงาน

    หญิงให้นมบุตรต้องการพลังงานสูงกว่าในระยะตั้งครรภ์มาก เพราะน้ำนมที่ผลิตเลี้ยงทารกนั้นประกอบด้วยพลังงานและสารอาหารหลายชนิด ร่างกายของมารดาจึงต้องใช้สารอาหารเหล่านั้นสูงกว่าปกติ เพื่อสร้างน้ำนมซึ่งหญิงให้นมบุตรจะมีปริมาณของน้ำนมที่ผลิตขึ้นแตกต่างกันในแต่ละคน โดยเฉลี่ยใน 3 เดือนแรกของการให้นมบุตรจะมีปริมาณน้ำนมประมาณ 680-820 มิลลิลิตรต่อวัน ซึ่งต้องใช้พลังงานในการผลิตน้ำนม 570-690 แคลอรีต่อวัน (มรรยาท, 2550) แต่เนื่องจากในระยะตั้งครรภ์ร่างกายมีการสะสมพลังงานในรูปไขมันบ้างแล้ว ดังนั้นหญิงให้นมบุตรจึงควรได้รับพลังงานเพิ่มขึ้นประมาณวันละ 500 กิโลแคลอรี สำหรับมารดาที่ทำงานเบา หรือ 1,000 กิโลแคลอรีสำหรับมารดาที่ทำงานหนัก (พัทธนันท์,2555)

  2. ความต้องการโปรตีน

    หญิงให้นมบุตรจำเป็นต้องได้รับโปรตีนที่เพียงพอ เพื่อใช้ในการสร้างน้ำนมและซ่อมแซมเซลล์ต่าง ๆ ที่สูญเสียในระหว่างการคลอด หากในระยะนี้ได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ ร่างกายจะสลายโปรตีนในเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของแม่ เพื่อใช้ในการสร้างน้ำนมให้ทารก ทำให้ร่างกายแม่ทรุดโทรมลง โดยปริมาณโปรตีนที่ควรได้รับสำหรับหญิงให้นมบุตร ควรเพิ่มจากปกติวันละ 25 กรัม และควรเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสมบูรณ์ (complete Protein) ในหญิงให้นมบุตรที่ขาดโปรตีนมากจะทำให้เกิดการบวม โลหิตจาง ภูมิต้านทานโรคน้อย และปริมาณน้ำนมน้อยไม่พอสำหรับเลี้ยงทารก

  3. ความต้องการวิตามินและเกลือแร่

    หญิงให้นมบุตรควรได้รับวิตามินและเกลือแร่เพิ่มมากขึ้น เพื่อใช้ในการเสริมสร้างร่างกายของแม่และเป็นส่วนประกอบในน้ำนม โดยคณะกรรมการการจัดทำข้อกำหนดสารอาหารที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ.2546 ได้แนะนำให้หญิงให้นมบุตรควรได้รับวิตามินและเกลือแร่เพิ่มขึ้น ดังแสดงในตารางที่ 2.6 โดยเฉพาะแคลเซียม เพื่อใช้ในการสร้างน้ำนมสำหรับทารกในน้ำนมแม่ 100 มิลลิลิตร มีแคลเซียม 30 มิลลิกรัม ดังนั้นใน 1 วัน หญิงให้นมบุตรจึงต้องการใช้แคลเซียมประมาณวันละ 250-300 มิลลิกรัม เนื่องจากแคลเซียมดูดซึมได้ไม่หมด ดังนั้นจึงควรได้รับแคลเซียม 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับแคลเซียมเพียงพอ (มรรยาท, 2550)

  4. ความต้องการน้ำ

    หญิงให้นมบุตรมีความต้องการน้ำใกล้เคียงกับปริมาณของน้ำนมที่หลั่งออกมาให้ทารก โดยปริมาณน้ำในน้ำนมมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 87 และน้ำนมที่หลั่งออกมามีปริมาณเฉลี่ยวันละ 750 มิลลิลิตรในระยะ 6 เดือนแรก ดังนั้นปริมาณน้ำที่ควรได้รับเพิ่มขึ้นจากคนปกติ คือ เพิ่ม 500 มิลลิลิตรต่อวัน (พัทธนันท์, 2555) ซึ่งจะช่วยให้การหลั่งน้ำนมดีขึ้น

การจัดอาหารสำหรับหญิงให้นมบุตร

อาหารที่หญิงให้นมบุตรควรได้รับต้องเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย และจัดอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยพยายามจัดอาหารให้หลากหลายเพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนดังแสดงในตารางที่ 2.7

ตารางที่ 2.6 ปริมาณและแหล่งอาหารที่ให้วิตามินและเกลือแร่ที่หญิงให้นมบุตรควรได้รับ

สารอาหาร

ปริมาณที่ควรได้รับ

แหล่งอาหาร

วิตามินเอ (ไมโครกรัม)

+ 375

ไข่แดง ตับ นม ผักใบเขียว ผลไม้สีเหลือง ส้ม

วิตามินซี (มิลลิกรัม)

+ 35

ส้มมะนาว ฝรั่ง สตรอเบอรี มะเขือเทศ ผักใบเขียว

วิตามินอี (มิลลิกรัม)

+ 4

น้ำมันพืช และผลิตภัณฑ์จากน้ำมันพืชชนิดต่าง ๆ

ไทอะมิน (มิลลิกรัม)

+ 0.3

เนื้อหมู ข้าวซ้อมมือ ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วดำ และงา

ไรโบฟลาวิน (มิลลิกรัม)

+ 0.5

เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ ไข่ นม

ไนอะซิน (มิลลิกรัม)

+ 3

เนื้อสัตว์ และเครื่องในสัตว์ต่าง ๆ รำข้าว ยีสต์

วิตามินบีหก (มิลลิกรัม)

+ 0.7

เนื้อสัตว์ กล้วย ถั่วเมล็ดแห้ง ไข่แดง

โฟแลต (ไมโครกรัม)

+ 100

ผักโขม ใบกุยช่าย มะเขือเทศ หน่อไม้ฝรั่ง

วิตามินบีสิบสอง (ไมโครกรัม)

+ 0.4

เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ สาหร่าย ผลิตภัณฑ์ถั่วหมัก

กรดแพนโททีนิก (มิลลิกรัม)

+ 2

ตับ เนื้อสัตว์ ไข่ นมผง

ไบโอติน (ไมโครกรัม)

+ 5

ไข่แดง ตับ เครื่องในสัตว์ ถั่วเมล็ดแห้ง

โคลีน (มิลลิกรัม)

+ 125

เนื้อสัตว์ ไข่แดง ถั่วเมล็ดแห้ง

ไอโอดีน (ไมโครกรัม)

+ 50

สัตว์และพืชจากทะเล

สังกะสี (มิลลิกรัม)

+ 1

หอยนางรม กุ้ง ปลา ไข่ นมและผลิตภัณฑ์

ซีลีเนียม (ไมโครกรัม)

+ 15

อาหารทะเล เนื้อสัตว์ ไข่ ธัญพืช

โครเมียม (ไมโครกรัม)

+ 20

ผัก ผลไม้ ธัญพืชที่ไม่ขัดสี

แมงกานีส (มิลลิกรัม)

+ 0.8

เนื้อสัตว์ นม ถั่วเมล็ดแห้ง

โมลิบดีนัม (ไมโครกรัม)

+ 5

นมและผลิตภัณฑ์

 

ที่มา : ดัดแปลงจากโภชนาการ, 2550 และพัทธนันท์, 2555

ตาราง ประเภทอาหารและปริมาณอาหารที่หญิงให้นมบุตรควรได้รับใน 1 วัน

หมวดอาหาร

ปริมาณอาหาร

ข้อเสนอแนะ

เนื้อสัตว์ต่าง ๆ และเครื่องในสุก

200-240 กรัม

ควรได้รับเพียงพอทุกวัน แต่ไม่ควรติดผนัง ควรเป็นอาหารทะเลอย่างน้อย 2 ครั้ง/สัปดาห์ และกินปลาหรือสัตว์เล็กที่กินได้ทั้งกระดูก 1-2 ครั้ง/สัปดาห์

ไข่

1-2 ฟอง

ควรรับประทานทุกวัน นอกจากจะได้โปรตีนแล้ว ยังมีธาตุเหล็กและวิตามินเอสูง

นม

2 แก้วหรือมากกว่า

มีโปรตีนสูงและแคลเซียมที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ดี ถ้าไม่สามารถดื่มนมได้ อาจดื่มนมถั่วเหลืองแทน แต่ควรรับประทานไข่ เนื้อสัตว์เพิ่มมากขึ้น

ข้าวสุก

6-7 ถ้วยตวง

ควรเลือกข้าวซ้อมมือจะทำให้ได้วิตามินบี 1 และกากใยเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยป้องกันอาการเหน็บชาและลดอาการท้องผูกได้

ถั่วเมล็ดแห้งต้มสุก

¾ -1 ถ้วยตวง

ควรรับประทานสลับกับเนื้อสัตว์ และรับประทานเป็นประจำ

ผักสีเขียว

2-3 ถ้วยตวง

ควรเลือกรับประทานทุกวัน เพราะเป็นแหล่งอาหารที่ให้วิตามินเกลือแร่ และกากใยที่ดี เพื่อช่วยระบบขัยถ่าย

ผักสีเหลือง

1 ถ้วยตวง

ประมาณ 2 ครั้ง/สัปดาห์

ผลไม้

5-6 ผล

ควรรับประทานหลังอาหารทุกมื้อให้หลากหลายตามฤดูกาล

น้ำมันพืช

3 ¾ ช้อนโต๊ะ

ควรเลือกน้ำมันที่ได้จากพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง เพราะไม่มีคอลเสเตอรอลและยังมีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย

 

ที่มา : ดัดแปลงจากพัทธนันท์, 2555 และฝ่ายโภชนาการ โรงพยาบาลศิริราช, 2556

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "พื้นฐานโภชนบำบัด" โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อัจฉรา ดลวิทยาคุณ จากสำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่