สุขภาพ

การคุมเบาหวานในแมวโดยวิธีธรรมชาติ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 13, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 702,415 คน

หากแมวของท่านได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน ก็มีทางเลือกรักษาอยู่มากที่จะช่วยให้แมวของคุณอยู่ได้อายุยืน สุขภาพดี แต่ว่ามีทางเลือกอื่นนอกจากการฉีดอินซูลีนและใช้การรักษาโดยวิธีธรรมชาติเพียงอย่างเดียวได้หรือไม่

หากแมวของคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน ทางเลือกรักษาก็มีอยู่มากที่จะช่วยให้แมวอยู่ได้อายุยืน สุขภาพดี แต่จะมีทางเลือกอื่นที่จะหลีกเลี่ยงการฉีดอินซูลิน และใช้การรักษาโดยวิธีธรรมชาติเพียงอย่างเดียวได้หรือไม่ ? “ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลยซะทีเดียว” ดร.Tara Koble, สพ.บ. สัตว์แพทย์ประจำรพ. Cat Doctor Veterinary, ใน Boise, Ida. ได้กล่าวไว้

“แมวที่เป็นโรคเบาหวานบางตัวอาจจะสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้โดยการควบคุมอาหารโดยให้ทานในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตต่ำ และไม่จำเป็นต้องฉีดอินซูลิน” Koble ยังกล่าวต่อไปอีกว่า “นี่เป็นวิธีรักษาโดยธรรมชาติเพียงวิธีเดียวที่มี ซึ่งบางครั้งก็สามารถคุมระดับน้ำตาลได้ดี แต่แมวหลายตัวก็จำเป็นต้องได้รับการฉีดอินซูลินควบคู่ไปด้วยกัน”

สัตวแพทย์หลายท่านยังเห็นด้วยตรงกันถึงเรื่องอาหารเสริมรักษาโรคเบาหวานนั้นที่ไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่าที่กล่าวอ้างไว้ การฉีดอินซูลินเป็นทางเลือกการรักษาที่จำเป็นสำหรับการคุมเบาหวานในแมว

“ไม่มีวิธีการรักษาโดยธรรมชาติที่จะสามารถทดแทนการใช้อินซูลินได้ อย่างไรก็ตามตัวอินซูลินเองเป็นฮอร์โมนที่เกิดโดยธรรมชาติ สำหรับแมวที่ต้องการเพิ่มเติม เราฉีดเข้าไปก็เพื่อทดแทนส่วนที่ขาดไป” “อาหารเสริมอื่น ๆ ที่ทำจากธรรมชาติและจัดจำหน่ายเพื่อรักษาโรคเบาหวานนั้นส่วนใหญ่แค่ช่วยบำรุงสุขภาพของแมวโดยทั่วไป แต่ไม่ได้รักษาตัวโรคเบาหวานโดยตรง”

แต่ในอีกทางหนึ่งวิธีธรรมชาติที่จะช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวานนั้นมีประสิทธิภาพสูงมาก Koble แนะนำว่าผู้เลี้ยงแมวควรจะใส่ใจเรื่องอาหารและการออกกำลังกายของแมวที่เลี้ยงไว้อย่างใกล้ชิด “สองสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการป้องกันเบาหวานในแมวที่ผู้เลี้ยงแมวจะทำได้คือการให้อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ และให้แมวของคุณได้ขยับ ออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นการป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน และแมวที่เลี้ยงในบ้านส่วนใหญ่จะขาดจุดนี้ไป”

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานในแมว

คล้ายกับเบาหวานในคน ส่วนใหญ่แล้วแมวโรคเบาหวานนั้นเกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไปเนื่องจากร่างกายไม่สามารถตอบสนองต่ออินซูลินได้ตามปกติ ตัวตับอ่อนนั้นยังปกติดีและสามารถถูกกระตุ้นให้สร้างฮอร์โมนอินซูลินให้มากขึ้นได้ แค่เซลล์ที่สร้างอินซูลินนั้นไม่ทำงานแล้ว

แม้ว่าโรคเบาหวานมักเกิดกับแมวที่อ้วน มีอายุ และเลี้ยงแต่ภายในบ้าน แต่ในความเป็นจริงแล้วมันสามารถเกิดกับแมวช่วงอายุไหน หรือน้ำหนักไหนก็ได้

หากแมวของคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน สาเหตุยังมีได้อีกหลายปัจจัย เช่น ปัจจัยทางพันธุกรรม การใช้ชีวิตที่เอื่อยเฉื่อย ภาวะอ้วน การทานอาหาร (คาร์โบไฮเดรตสูง) หรือการมี amyloid เกาะที่เซลล์ของตับอ่อน

Kable ยังกล่าวไปอีกว่าปัญหาเรื่องโรคเบาหวานในแมวนั้น ไม่ได้เกิดจากเพียงสาเหตุหรือปัจจัยเดียว แต่มักมาจากหลายสาเหตุและปัจจัยรวมกัน

จะทราบได้อย่างไรว่าแมวของคุณเป็นโรคเบาหวาน

แม้ว่าจะมีหลายสัญญาณเตือนที่สามารถสังเกตได้ ดร.Erika Raines, สพ.บ., CVA, CVSMT, คลินิก Holistic Pet Vet ใน Tigard, Ore., กล่าวว่า อาการที่สังเกตได้ง่ายที่สุดและค่อนข้างบอกว่าแมวของคุณจะเป็นโรคเบาหวานคือ การดื่มน้ำ และ ปัสสาวะบ่อยขึ้นกว่าปกติ นอกจากนี้แมวบางตัวอาจเกิดภาวะเบาหวานตามปลายประสาท (diabetic neuropathy) ได้ “อาการที่พบคือพวกแมวจะเริ่มสูญเสียการทำงานของเส้นประสาทส่วนปลาย โดยเฉพาะที่ขาหลัง ทำให้มีอาการขาเปลี้ยอ่อนแรงได้” Raine ยังกล่าวอีกว่าอาการแสดงที่พบได้บ่อยสำหรับเบาหวานตามปลายประสาทคือการที่แมวเริ่มเดินลากขาหลังเหมือนนั่งเอาก้นลงพื้นและลากไปตามทาง

พฤติกรรมการทานอาหารอาหารที่เปลี่ยนไปจากเดิมยังเป็นอีกหนึ่งอาการที่บอกถึงอาการเริ่มต้นของโรคเบาหวาน “เมื่อร่างกายขาดอินซูลิน ร่างกายของแมวก็จะไม่สามารถใช้น้ำตาลกลูโคสได้ ดังนั้นในช่วงแรก คุณจะสังเกตเห็นว่าแมวของคุณจะดูหิวอยู่ตลอดเวลาแต่น้ำหนักก็ยังลดลงต่อเนื่อง" “ร่างกายจะพยายามลดระดับน้ำตาลในเลือดลงโดยการเพิ่มระดับความกระหายน้ำ ดังนั้นแมวที่มีโรคเบาหวานจะดื่มน้ำและปัสสาวะมากกว่าแมวที่มีสุขภาพปกติทั่วไป”

หากคุณเริ่มสังเกตถึงอาการดังข้างต้น ให้รีบนำแมวของคุณไปพบสัตวแพทย์โดยทันที การที่แมวของคุณไม่ได้รับการรักษาโรคเบาหวานจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่อันตรายต่าง ๆ ตามมา ได้แก่ ขาอ่อนแรง (เบาหวานตามปลายประสาทส่วนปลาย) ภาวะกรดคั่งในเลือดจากเบาหวาน การติดเชื้อ ต้อกระจก คลื่นไส้ ไตวาย ภาวะขาดน้ำรุนแรง ชัก หมดสติ หรือกระทั่งเสียชีวิต

การรักษาด้วยอินซูลิน : ตัวเลือกสำหรับการรักษาโรคเบาหวาน

ในขณะที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการกินก็เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยคุมโรคเบาหวาน Koble กล่าวถึงความสำคัญของการที่แมวจำเป็นต้องได้รับการฉีดอินซูลิน ก็เพื่อป้องกันไม่ให้โรคเบาหวานกลับไปแย่ลง

อินซูลิน เป็นฮอร์โมนในร่างกายที่สร้างจากตับอ่อน มีหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาล (กลูโคส) ในร่างกาย ถ้าอินซูลินสามารถถูกหลั่งได้มาก ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะต่ำลง แต่หากอินซูลินถูกหลั่งได้ลดลง ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะยังคงสูงต่อไป ซึ่งเมื่อร่างกายไม่สามารถหลั่งอินซูลินได้เพียงพอ ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะสูงอยู่แบบนั้นจนทำให้เกิดเป็นเบาหวานได้

สำหรับแมวที่จำเป็นต้องได้รับอินซูลิน โดยส่วนใหญ่แล้วจะได้รับยา 1 ครั้งทุก 12 ชั่วโมง Koble ยังให้ความมั่นใจอีกว่า “อินซูลินนั้นปลอดภัย หากใช้ได้อย่างเหมาะสม”

แมวที่เป็นโรคเบาหวานจะต้องมาพบสัตวแพทย์อย่างสม่ำเสมอ แพทย์บางท่านอาจให้ตรวจติดตามบ่อยขึ้นเพื่อตรวจดูระดับน้ำตามในเลือดอย่างใกล้ชิด รวมถึงการเจาะดูระดับน้ำตาลในเลือดที่บ้าน สำหรับแมวที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี อาจจะสามารถเลื่อนนัดได้หากขึ้นเป็นทุก 6 เดือน

วิธีทางธรรมชาติที่จะช่วยการควบคุมเบาหวานในแมว

ในขณะที่อินซูลินนั้นมีความจำเป็นสำหรับการรักษาโรคเบาหวานอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ที่เลี้ยงแมวสามารถใช้วิธีทางธรรมชาติโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและควบคุมอาหารทันทีที่ได้รับการวินิจฉัยโรคเบาหวาน

Raines แนะนำต่อถึงการควบคุมอาหารโดยทานกลุ่มคาร์โบไฮเดรตต่ำ โดยไม่เพิ่มธัญพืช มันหวาน มันเทศ และถั่วเขียว “หากคุณทำอาหารหรือเตรียมอาหารให้แมวทานด้วยตัวคุณเอง ต้องมั่นใจว่าโภชนาการนั้นปริมาณเหมาะสม โดยสามารถซื้ออาหารเสริมเพิ่มเติมเพื่อปรุงเพิ่ม หรือหาซื้อแบบสำเร็จรูปได้ทั่วไป”

นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนอาหาร Raines ยังพูดอีกว่าแมวที่เป็นโรคเบาหวานนั้นสามารถได้รับประโยชน์ในการรักษาจากการทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ cranberry เพื่อช่วยเรื่องทางเดินปัสสาวะ (cranberry-based urinary supplement) เนื่องจาก “แมวที่เป็นโรคเบาหวานนั้นมีความเสี่ยงที่จะมีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้มากขึ้น”

เมื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารเสริมนี้ ให้ลองหาเกี่ยวกับบริษัทที่ทำเกี่ยวกับการทดสอบผลิตภัณฑ์ที่มี GMP รองรับ ทางที่ดีที่สุดคือปรึกษากับสัตวแพทย์ที่ดูแลแมวของคุณ เพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัยและเหมาะสมของอาหารเสริมที่แมวของคุณจะได้รับ

สิ่งที่สำคัญที่สุด ห้ามเปลี่ยนขนาดของอินซูลิน หรือขนาดของอาหารโดยไม่ได้ปรึกษาสัตวแพทย์เสียก่อน เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว ความต้องการอินซูลินในแมวนั้นเปลี่ยนแปลงได้ง่ายเพียงแค่ปรับเปลี่ยนการทานอาหารที่แตกต่างออกไป ความไม่สมดุลระหว่างอาหารที่ทานและปริมาณอินซูลินอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม