Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพ

สุนัขกับการเมารถ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,778,729 คน

สุนัขกับการเมารถ

ภาวะระบบทางเดินอาหารผิดปกติที่เกี่ยวกับอาการเมายานพาหนะในสุนัข

สุนัขและแมวสามารถรู้สึกไม่สบายขณะนั่งรถได้เช่นเดียวกับคน มีความรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนขณะนั่งรถ (หรือแม้กระทั่งเรือและเครื่องบิน)

อาการ

สุนัขแสดงอาการไม่สบายตัวได้หลายรูปแบบ อาการแรกของการเมารถอาจเป็นการเลียปากบ่อย ตามด้วยน้ำลายไหลมาก หาว ร้องครวญครางด้วยความเครียด ไม่เคลื่อนไหวร่างกายหรือกลัวที่จะขยับตัว และตามมาด้วยอาการอาเจียนหรือขย้อน สุนัขที่มีความกังวลมากอาจปัสสาวะหรือขับถ่ายในรถ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพ อายุมากกว่า 50 ปี ลด 15%

เริ่มที่ 2,541 บาท คัดกรองโรคที่เจอบ่อย พร้อมจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน เลือกดูและสอบถามเราวันนี้

Istock 643564758

สาเหตุ

สาเหตุของการเมารถในสุนัขและแมวมีหลายอย่าง สุนัขอายุน้อยอาจมีปัญหาบ่อยกว่าเพราะยังต้องพัฒนาการทรงตัวมากกว่าสุนัขโต สุนัขบางตัวอาจหายจากอาการเมารถได้เองเมื่อโตขึ้น สาเหตุของการเมารถอาจเกิดจากอารมณ์ (พฤติกรรม) และอาจเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ที่ไม่ดีในการเดินทางก่อนหน้านี้

การวินิจฉัย

เมื่อทำการตัดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและปัญหาพฤติกรรมออกไปแล้ว การวินิจฉัยอาการเมารถจะทำได้ง่ายโดยสัตวแพทย์ การซักประวัติเกี่ยวกับการตอบสนองของสุนัขขณะเดินทางมักจะให้คำตอบได้

การรักษา

การรักษาอาการเมารถทำได้อย่างง่ายดายโดยการทำให้สุนัขเคยชินกับการนั่งรถ หากการให้เวลาสุนัขในการปรับตัวและการฝึกไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นก็สามารถใช้ยาได้ ยาแก้แพ้กลุ่ม antihistamine (เช่น diphenhydramine) มีฤทธิ์ทำให้สุนัขซึม และจะช่วยให้สุนัขรู้สึกสงบขณะเดินทางและช่วยลดอาการน้ำลายไหนอีกด้วย ยาแก้แพ้ที่หาซื้อได้ตามร้านขายยา เช่น meclizine และ dimemhydrinateไม่มีฤทธิ์ที่ทำให้ง่วงนอน แต่จะช่วยลดอาการคลื่นเหียนและอาเจียนได้

ขิงเป็นสมุนไพรที่ช่วยลดอาการคลื่นเหียน สามารถหาซื้อได้ในรูปแบบเม็ดตามร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพ หรือแม้กระทั่งแบบคุกกี้ มีรายงานว่าขนมและยาที่มีส่วนประกอบของขิงจะช่วยให้สุนัขสงบและลดอาการท้องไส้ปั่นป่วนเมื่อให้สุนัขกิน 30 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมงก่อนออกเดินทาง ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนให้ยาในทุกรูปแบบรวมถึงสมุนไพร เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีสรรพคุณที่เป็นอันตรายต่อสุนัข และเพื่อให้มั่นใจว่าสุนัขได้รับสมุนไพรในปริมาณที่เหมาะสม ในกรณีที่อาการเมารถรุนแรงอาจต้องให้ยาซึมที่มีฤทธิ์แรงขึ้น ได้แก่ acepromazine

ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนตัดสินใจซื้อยาให้กับสุนัขด้วยตัวเอง เพื่อให้แน่ใจว่าสุนัขจะมีสุขภาพที่ดี ได้รับยาในปริมาณที่ถูกต้อง และยาจะไม่เป็นอันตรายต่อสุนัข

การจัดการ

ควรจัดสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและทำให้สุนัขสบายใจ เพื่อให้สุนัขรู้สึกดีขณะเดินทาง การเปิดหน้าต่างเอาไว้เล็กน้อยจะช่วยลดแรงดันอากาศภายในห้องโดยสารและทำให้มีอากาศถ่ายเทดีขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารภายใน 2-3 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ของเล่นอาจช่วยดึงความสนใจของสุนัขและทำให้สุนัขรู้สึกสนุกขณะเดินทาง และควรแวะพักบ่อย ๆ เพื่อให้สุนัขได้ขับถ่าย

การป้องกัน

การให้เวลาสุนัขในการปรับตัวและการฝึกจะช่วยให้การป้องกันอาการเมารถได้ในระยะยาว คุณอาจต้องมียาเก็บติดบ้านเอาไว้เพื่อช่วยสุนัขให้สงบลงในกรณีที่สุนัขตื่นเต้นมากก่อนเดินทาง สัตวแพทย์จะช่วยแนะนำการวิธีการใช้ยาที่ปลอดภัยและได้ผลดีเพื่อให้สุนัขเดินทางได้อย่างราบรื่นทุกครั้ง


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป