สุขภาพจิต

เราคือส่วนหนึ่งของปัญหา ตอนที่ 3 “สามีกับภรรยา”

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
Istock 628471048 %281%29

เรื่องสามีภรรยาทะเลาะกันเป็นตัวอย่างสุดคลาสสิกของสงคราม ที่ไม่รู้ว่าใครเริ่มก่อน

กลไกหรือพยาธิสภาพของการทะเลาะกันของคู่ผัวเมียเรียกว่า projective identification กล่าวคือ ในตอนแรกต้องมีคนหนึ่ง เริ่มอารมณ์ไม่ดี เช่น สามีอารมณ์ไม่ดีคนแรก เขาจะใช้กลไกทางจิต ปัดอารมณ์ไม่ดีนี้ทิ้งไปโดยไม่รู้ตัว แต่วิธีปัดทิ้งของเขาเป็นวิธีที่ ไม่เหมาะสม จะด้วยนิสัยหรือด้วยบุคลิกภาพ เขาปัดทิ้งด้วยการ โยนอารมณ์ไม่ดีของตนเองไปแปะไว้บนใบหน้าหรือการกระทำของภรรยา

ด้วยวิธีนี้เขาจะมองเห็น รู้สึก สัมผัสได้ว่าวันนี้ภรรยาอารมณ์ไม่ดี จากนั้นเขาจะเริ่มหาเรื่องภรรยาด้วยการส่งสายตายั่วยุหรือ เอ่ยวาจาต่อว่า อย่าลืมว่าทั้งหมดนี้เขาไม่รู้ตัว

หลังจากเขาวาดภาพภรรยาเป็นปีศาจเสร็จแล้ว ก็เลียนแบบอารมณ์ไม่ดีของภรรยาซ้ำอีกที่ ถึงตอนนี้เขามีสองคน คนหนึ่งอยู่ที่ ภรรยา อีกคนหนึ่งอยู่ที่ตนเอง อารมณ์เสียทั้งคู่ แล้วสองคนก็เริ่มทะเลาะกันเอง ภรรยาซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วยในตอนแรกจะเบรกแตก เข้าร่วมวงสงครามในบ้านเรียบร้อยแล้ว

พอสงครามสงบ ทั้งสองคนก็จะรู้สึกแปลกใจเป็นอันมากว่าใคร เริ่มก่อน ดูเผิน ๆ ก็คล้ายจะมีคนหนึ่งเริ่มก่อน

แต่ถ้าย้อนเวลาไปที่ละช็อต ๆ จะพบว่าเรื่องเล็ก ๆ ที่เป็นชนวนนั้น ไม่รู้ใครเริ่มก่อนกันแน่

เรื่องอาจจะเริ่มที่ไม่แขวนผ้าเช็ดตัวให้เรียบร้อย แปรงฟันแล้วไม่ปิดฝาหลอดยาสีฟัน แต่ไม่ค่อยมั่นใจว่าใครอารมณ์เสียก่อน แต่เนื่องจากตอนนี้สงครามสงบแล้ว ความรักพื้นฐานของเขาทั้งสองยัง แข็งแรงดีอยู่ ทั้งสองก็พร้อมจะลืมไปและรอเวลาที่กลไกทางจิตอันตราย ของใครคนหนึ่งจะเริ่มทำงานใหม่

ในช่วงเวลาที่สงครามยังไม่สงบนั้นเอง สามีภรรยาที่ชาญฉลาด ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งคนรู้จักถอนตัวออกจากสถานการณ์ การถอนตัวออกจากสถานการณ์คือการหยุดทะเลาะหรือการหยุดต่อปากต่อคำนั้นต้องการสติที่มั่นคงแล้วถอนออกมา ไม่มีการพูดถึงเหตุผลอีกต่อไป

บ้านที่สามีภรรยาชอบพูดเหตุผลต่อกันนั้นมักเอาตัวไม่รอด บ้านที่รอดคือคนหนึ่งยังมีสติและมั่นใจในความรักไม่เสือมคลาย แล้ว รู้จักหยุดพูดและสงบปากสงบคำ

เมื่อนักมวยคนหนึ่งเดินลงจากเวที นักมวยอีกคนจะหวาดระแวงยั่วเย้าแล้วจึงสงบตาม ดังนั้นนักมวยคนแรกต้องทนมาก ทนการยั่วเย้า ให้ดี หนักแน่น อย่าเผลอใช้เหตุผลคัดง้างกันรอบใหม่

การมีปากเสียงหรือโต้เถียงใด ๆ ของสามีภรรยามักจะน้อยลง เรื่อย ๆ เมื่อสองคนใช้ชีวิตร่วมกันนานมากขึ้นเรื่อย ๆ เหตุผลง่ายๆที่รู้กันคือ เมื่อฝ่ายหนึ่งยอมรับตัวตนหรือข้อบกพร่องของอีกฝ่ายหนึ่ง และเมื่อฝ่ายหนึ่งเลิกพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงนิสัยของอีกฝ่ายหนึ่ง

คำอธิบายทางจิตวิเคราะห์ในระดับจิตใต้สานิกกลับต่างออกไป สามีภรรยาจะทะเลาะกันน้อยลงทุกที่เมื่อขอบเขตของจิตใจที่เรียกว่า ego boundary ของสองคนรวมตัวกัน อย่างสมบูรณ์ด้วยการมองโลกแห่งความเป็นจริง

นั้นคือ สามีที่แท้แล้วเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง ภรรยาที่แท้แล้ว เป็นคนไฮโซ และต่างยอมรับข้อไม่ดีของอีกฝ่ายได้ตามความเป็นจริงไม่เหมือนตอนที่จีบกัน รักกัน หรือนอนด้วยกันใหม่ ๆ ตอนนั้นแม้ว่า ขอบเขตของจิตใจของหนุ่มสาวสองคนรวมกันเป็นหนึ่งเช่นกัน แต่ รวมกันได้เพราะมองโลกด้วยความเพ้อฝัน พูดง่าย ๆ ว่า เห็นกงจักร เป็นดอกบัว เพราะความใหม่สดและติดใจในเพศรสทำให้หน้ามีด ตาบอดมองไม่เห็นข้อเสียของอีกฝ่าย เมื่อวันหนึ่งพ้นระยะฮันนีมูน ตีนมาตาสว่างพบว่าคนรักที่นอนข้าง ๆ น่าเกลียด

ถึงตอนนั้นก็ต้องสำรอกเอาจิตใจ หรืออิโก้ของเขาที่เรา (ทะลึ่งหลวมตัว) เอามารวมไว้ทิ้งไป ทิ้งไม่ได้ก็ต้องทำลายทิ้ง (ทางจิตใจ) เพราะเขาเป็นสีงแปลกปลอมของจิตใจ

สามีภรรยาทะเลาะกันอย่างไร ก็ยังใช้เทคนิคการเอาตัวเองออก มาจากการเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาได้เสมอ จะออกมาโดยที่ยังคง ขอบเขตของจิตใจเดียวกันไว้ หรือจะออกมาเหมือนการแบ่งตัวของ อะมีบา คือแยกออกจากกันให้เด็ดขาด ก็ได้ผลลัพธ์เดียวกันนั้นคือ เมื่อเราออกมาจากก้อนปัญหา ก้อนปัญหาจะมีหน้าตา เปลี่ยนไปอีกครั้งหนึ่ง

ถึงตอนนั้นวิธีแก้ปัญหาก็จะมิใช้วิธีทะเลาะกันอีกต่อไปแล้วแต่จะเป็นวิธีไปฮันนีมูนรอบสองหรือแบ่งสมบัติ ก็แล้วแต่กรณี (ก็เห็นตัวจริงเสียงจริงของเขาแล้วนี้)

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "บำบัดเครียด" โดยน.พ. ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จากสำนักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับความผิดปกติด้านบุคลิกภาพ (Personality Disorder)
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับความผิดปกติด้านบุคลิกภาพ (Personality Disorder)

มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนักในตำราวินิจฉัยด้านความผิดปกติทางจิตฉบับที่ 5 (DSM-5)

สถิติของโรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบก้ำกึ่ง
สถิติของโรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบก้ำกึ่ง

โรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบก้ำกึ่งพบได้บ่อยกว่าที่คุณคิด

ภาวะบุคลิกภาพผิดปกติชนิดก้ำกึ่ง Borderline personality disorder (BPD) จะมีผลต่อเพศสัมพันธ์ของคุณอย่างไร
ภาวะบุคลิกภาพผิดปกติชนิดก้ำกึ่ง Borderline personality disorder (BPD) จะมีผลต่อเพศสัมพันธ์ของคุณอย่างไร

ภาวะบุคลิกภาพผิดปกติชนิดก้ำกึ่ง Borderline personality disorder (BPD) จะบั่นทอนความใกล้ชิดของคู่รักได้อย่างไร