การดูแล

กำจัดเห็บร้าย ก่อนน้องหมาจะกลายเป็นโรค

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
กำจัดเห็บร้าย ก่อนน้องหมาจะกลายเป็นโรค

หนึ่งในปัญหาที่สำคัญของการเลี้ยงสุนัขในประเทศในบ้านเราก็คือ การต้องดูแลให้ปลอดภัยและห่างไกลจากสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “เห็บ” นั่นเอง เห็บที่สำคัญที่พบหลักๆในไทยคือเห็บสีน้ำตาล (brown dog tick) ซึ่งนอกจากลักษณะทางกายภาพที่น่าเกลียดน่ากลัวแล้ว ยังเป็นพาหะนำโรคที่สำคัญมากๆอย่าง “พยาธิเม็ดเลือด” ทั้ง 4 ชนิด (Ehrlichia sp., Anaplasma sp., Hepatozoon sp. และ Babesia sp.) เจ้าของส่วนใหญ่เมื่อเจอเห็บก็แค่ทำการดึงออก แต่รู้หรือไม่ว่าการดึงเห็บออกที่ไม่ถูกต้องนั้นไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาใดๆ แถมยังจะทำให้ปากของเห็บคาอยู่ที่ผิวหนังของน้องหมาด้วย เรามาเรียนรู้วิธีการดึงเห็บออกกันเถอะ

ก่อนอื่นต้องเตรียมความพร้อมกันก่อน อุปกรณ์ที่เราจะใช้ได้แก่ ถุงมือยาง (แนะนำเป็นถุงมือยางที่สะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ) สำลี แอลกอฮอล์ (สำหรับใช้ล้างแผล) แหนบเล็กๆ และขวดเล็กๆสำหรับใส่เห็บ (แนะนำว่าควรมีฝา) เริ่มต้นคือเราต้องใส่ถุงมือเพื่อป้องกันการติดเชื้อก่อน จากนั้นทำให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในภาวะสงบเพื่อให้ปฎิบัติงานได้ง่าย ถ้ามีคนช่วยจับอีกคนก็จะดีมาก ก่อนจะเริ่มดึงเห็บแนะนำให้ใช้แอลกอฮอล์หยดลงไปที่เห็บก่อนเพื่อให้เห็บคลายปากออกจากสุนัข ค่อยใช้ๆแหนบคีบบริเวณหัวของเห็บเบา (ไม่ต้องหนีบแรง) ค่อยๆดึงออกช้าๆ แล้วนำเห็บไปใส่ในขวดที่เตรียมไว้ จากนั้นทำการฆ่าเชื้อบริเวณแผลเห็บกัดด้วยสำลี แอลกอฮอล์อีกครั้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน เมื่อเสร็จแล้วอาจให้รางวัลน้องหมาด้วยขนม เพื่อให้การปฎิบัติครั้งต่อไปทำได้ง่ายขึ้น จะขอสรุปเป็นขั้นตอนอีกครั้งดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: ใส่ถุงมือ

ขั้นตอนที่ 2: ทำให้เขาสงบและใจเย็น

ขั้นตอนที่ 3: ใช้แหนบจับบริเวณหัวของเห็บ

ขั้นตอนที่ 4: ดึงเห็บออกมาโดยไม่ต้องบิดหมุน

ขั้นตอนที่ 5: จัดการฆ่าเห็บด้วยแอลกอฮอล์

ขั้นตอนที่ 6: ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดบริเวณแผล

ขั้นตอนที่ 7: ให้รางวัลสัตว์เลี้ยงของคุณ

เห็บสีน้ำตาลเป็นเห็บที่ขึ้น-ลง สุนัข ถึง 3 รอบในวงจรชีวิต คือขึ้นไปผสมพันธุ์แล้วลงมาวางไข่ เมื่อฟักออกมาเป็นตัวอ่อน (nymph) ก็จะขึ้นไปดูดเลือดก่อนจะลอกคราบแล้วขึ้นไปผสมพันธุ์บนตัวใหม่อีกครั้ง การกำจัดเห็บที่ถูกต้องนั้นจำเป็นต้องกำจัดทั้ง “บนตัว” และ “สิ่งแวดล้อม” การดึงอาจจะทำได้กรณีเห็บไม่เยอะ แต่ต้องไม่ลืมว่าทุกครั้งที่เห็บ “กัด” ไปแล้ว มันจะสามารถปล่อยเชื้อพยาธิเม็ดเลือดของเราเข้าไป ดังนั้นการดึงออกอาจจะเป็นการกำจัดเห็บ แต่เราจำเป็นที่จะต้อง “ป้องกัน” สัตว์เลี้ยงจากการมีเห็บมากกว่า โดยอาจจะใช้ผลิตภัณฑ์หยอดหลัง (spot-on) หยดเป็นประจำเดือนละครั้ง การพาไปให้สัตวแพทย์ฉีดยาป้องกันตามนัด

การใช้ปลอกคอกันเห็บ หรือยากิน (ยากินเพื่อป้องกันเห็บที่ปลอดภัยจะเป็นตัวยาในกลุ่ม fluralaner (Bravecto®) หรือ afoxolaner (NexGard®) ไม่ควรใช้ยากินที่มาในรูปขวดสีชา ซึ่งเป็นยาเถื่อนที่ไม่ผ่าน อย. และสามารถทำให้สุนัขตาบอดหรือมีอาการทางระบบประสาทได้) ส่วนการควบคุมเห็บในสิ่งแวดล้อมทำได้โดยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยีนยันถึงเรื่องของการกำจัดเห็บ โดยมีส่วนผสมของสารฆ่าแมลงนั่นเอง ถูพื้นและพ่นตามพรม ซอกมุมอับ ให้ทั่วห้อง โดยนำสัตว์เลี้ยง (และคน) ออกจากห้องแล้วปล่อยให้ระเหยเป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ