อาหารการกิน

สัตว์เลี้ยงน้ำหนักเกินมาตรฐาน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 8, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
สัตว์เลี้ยงน้ำหนักเกินมาตรฐาน

รู้ได้อย่างไรว่าสุนัขของคุณมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน และ จะช่วยได้อย่างไร

จากการศึกษาล่าสุดโดยใช้แบบสอบถามพบกว่ามากกว่าร้อยละ 50 ของประชากรสัตว์เลี้ยงในประเทศสหรัฐอเมริการมีปัญหาน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือเป็นโรคอ้วน หากสัตวแพทย์รู้สึกว่าการลดน้ำหนักจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงจะช่วยพูดคุยกับเจ้าของให้เข้าใจถึงวิธีการช่วยเหลือให้สุนัขลดน้ำหนัก การลดน้ำหนักสำหรับแมวที่เป็นโรคอ้วนมีความซับซ้อนและควรได้รับการดูแลโดยสัตวแพทย์ในการลดน้ำหนัก

หากสัตว์เลี้ยงของคุณน้ำหนักเกินแปลได้ง่าย ๆ ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณกินหรือได้รับพลังงานมากกว่าที่ต้องการ ไม่ต้องคิดหาข้ออ้างใด ๆ น้ำหนักที่เกินมาตรฐานเมื่อเทียบกับสัตว์เลี้ยงที่มีสุขภาพดีเป็นผลโดยตรงจากการกินอาหารมากเกินไปโดยที่ไม่จำเป็น หากสัตว์เลี้ยงของคุณมีน้ำหนักเกินปกติควรได้รับการตรวจหัวใจ ต่อมไทรอยด์ หรือโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับระบบเผาผลาญของร่างกาย ควรซักประวัติของสัตว์เลี้ยงอย่างละเอียดเกี่ยวกับความถี่ในการออกกำลังกาย ปริมาณและชนิดของอาหารที่ได้รับ และตัวแปรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานที่ต้องการ

เริ่มจากเรื่องที่คนทั่วไปมักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคอ้วน สุนัขและแมวที่มีสุขภาพดีไม่จำเป็นต้องกินอาหารทุกวัน ผู้ประกอบการผลิตอาหารสัตว์ได้สร้างภาพสัตว์เลี้ยงให้เป็น “ตัวตะกละ” ภาพที่ออกมาคือสัต์เลี้ยงที่มีความสุขและสุขภาพดีจะกินอาหารทุกวันอย่างเอร็ดอร่อย อย่าพยายามหลอกล่อให้สัตว์เลี้ยงของคุณกินอาหารถ้าพวกเขาไม่ได้อยากกิน หากคุณให้อาหารคุณภาพดีและสัตว์เลี้ยงสามารถกินน้ำได้อย่างอิสระ พวกเขาจะกินอาหารเมื่อต้องการและจะกินได้ดีกว่าถูกบังคับให้กินตามที่คุณเจ้าของต้องการ

เรื่องเข้าใจผิดที่คนทั่วไปมักจะเข้าใจว่าการทำหมันเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคอ้วนเป็นเรื่องที่ไม่จริง สัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะได้รับการทำหมันหรือไม่จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหากคุณให้อาหารมากกว่าปริมาณพลังงานที่ควรได้รับ การผ่าตัดอาจทำให้ระดับการเผาผลาญพลังงานของสัตว์เลี้ยงลดลงเล็กน้อย เช่นเดียวกับอายุที่เพิ่มขึ้นที่ทำให้การเผาผลาญพลังงานช้าลง ดังนั้นสัตว์เลี้ยงเหล่านี้อาจต้องการอาหารในปริมาณที่น้อยลง จำเอาไว้ว่าการทำหมันไม่ได้ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น แต่เป็นปริมาณอาหารที่กินและคุณต้องทำการควบคุมจากจุดนั้น

เรามาดูเหตุการณ์ที่สัตวแพทย์มักจะต้องเจอเมื่อสุนัขมีปัญหาน้ำหนักเกินมาตรฐาน และมาดูว่าเหตุการณ์เหล่านี้ฟังดูคุ้นหูสำหรับคุณหรือไม่ สิ่งที่เจ้าของมักตอบกับสัตวแพทย์เมื่อสัตวแพทย์แนะนำว่าการลดน้ำหนักจะเป็นประโยชน์ต่อสัตว์เลี้ยงของคุณ

แบบที่ 1: กินน้อย  แต่กินทั้งวัน "เขากินน้อยมากเลยนะคุณหมอ"

สุนัขกลุ่มนี้คือสุนัขที่กินทีละน้อยในแต่ละครั้งแต่กินตลอดทั้งวัน เมื่อถึงเวลามื้อเย็นและเจ้าของให้อาหารเหลือกับสัตว์เลี้ยง สิ่งที่เห็นคือสัตว์เลี้ยงกินเพียงเล็กน้อย ไม่กินหมดในทีเดียวปล่อยให้อาหารเหลือในจาน ทำให้เจ้าของคิดว่าสัตว์เลี้ยงกินน้อย แต่ตลอดทั้งวันที่อาหารตั้งอยู่ สัตว์เลี้ยงจะค่อย ๆ ตอดกินอาหารทีละน้อย แต่ปริมาณทั้งหมดที่กินเข้าไปมากจนทำให้น้ำหนักขึ้น แล้วคุณยังบอกว่ากินน้อย?

แบบที่ 2: ช่างขอ "เขาจะไม่ยอมหยุดร้องจนกว่าจะได้ขนม และจะไม่ยอมนอนจนกว่าจะได้กินไอศครีมก่อนนอน"

สิ่งที่เกิดขึ้นคือสัตว์เลี้ยงเกิดการเรียนรู้ว่าหากทำเสียงดังและทำตัววุ่นวายสิ่งที่จะได้คือรางวัลจากการทำพฤติกรรมนั้น ท้ายที่สุดเจ้าของมักจะยอมให้สิ่งที่สัตว์เลี้ยงต้องการเพื่อให้หยุดส่งเสียงและสัตว์เลี้ยงก็เห็นอาหารเป็นรางวัล ดังนั้นสิ่งที่เจ้าของทำคือฝึกให้สุนัขร้องขออาหารโดยให้รางวัลจากการทำพฤติกรรมเหล่านั้น อาจเป็นเกมที่สนุกสำหรับสุนัขที่จบลงด้วยปัญหาโรคอ้วน

แบบที่ 3: เด็กดี "เขาเป็นเด็กดีมากเลยคุณหมอ ฉันเลยไม่อยากปล่อยให้เขาหิว"

สุนัขกลุ่มนี้จะอ้วนเพราะเจ้าของเห็นอาหารเป็นเครื่องมือในการให้ความรัก (สมาชิกทุกคนในครอบครัวมักจะให้ขนมกับสัตว์เลี้ยง และก็ไม่รู้ว่าแต่ละคนในครอบครัวก็ทำแบบเดียวกัน) เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายแต่สุดท้ายแล้วสุนัขก็ได้รับอาหารมากเกินไป วิธีการให้รางวัลและแสดงความรักจากเจ้าของควรเป็นกิจกรรมที่สุนัขและเจ้าของได้ทำร่วมกันมากกว่าการให้อาหาร เปลี่ยนจากให้อาหารเป็นเล่นไล่จับดีกว่า

แบบที่ 4: เจ้านักชิม "เขาไม่ยอมกินอาหารสุนัขเลยค่ะ" 

กรณีนี้สุนัขได้ฝึกให้เจ้าของให้ของกินต่าง ๆ เช่น ไก่ ตับ ไอศครีม และคุกกี้

แม้ว่าอาหารคนที่สามารถให้สุนัขได้ (แต่ไม่ควรให้กระดูกทุกชนิด) สุนัขเหล่านี้มีทางเลือกสำหรับการกินเสมอและเลือกที่จะกินอาหารคน หากเด็ก ๆ สามารถเลือกสิ่งที่เขาต้องการกินได้เอง เขาคนกินแต่เค้กและขนมมากกว่าผัก และต้องส่งผลเสียต่อสุขภาพแน่นอน เจ้าตูบนักชิมมักจะกินมากเกินเพราะไม่ได้รับสารอาหารที่สมดุล บวกกับอาหารทุกอย่างที่มีรสชาติดีกว่าเป็นรางวัลจากการกิน ทางออกกำหรับกรณีนี้คือ “คุณเจ้าของเป็นคนเลือกอาหาร ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง”

จะต้องทำอย่างไรกับสุนัขที่น้ำหนักเกิน

สุนัขที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนควรได้รับการตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ (hypothyroidism) เป็นสาเหตุที่มักทำให้สัตว์เลี้ยงมีน้ำหนักมากกว่าปกติ แม้ว่าเจ้าของจะพยายามลดน้ำหนักสัตว์เลี้ยงแล้ว แม้ว่าสัตวแพทย์จะคิดว่าสุนัขของคุณไม่เหมือนสุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้ คุณก็ควรขอตรวจเลือดเพื่อให้แน่ใจว่าสุนัขของคุณมีปัญหาหรือไม่

อย่างที่เคยกล่าวไปก่อนหน้านี้ ผลการวิจัยชี้ว่าสุนัขที่มีสุขภาพดีสามารถอดอาหารได้นานถึง 5 วันก่อนจะแสดงผลต่อสุขภาพ (ไม่นับสุนัขพันธุ์เล็กที่ตัวเล็กมากหรือสุนัขที่มีปัญหาสุขภาพ การอดอาหารเพียงวันเดียวไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกเขา) สิ่งที่จำเป็นคือต้องมีน้ำดื่มให้ตลอดเวลา และอาหารที่ให้ควรเป็นอาหารคุณภาพสูงมีสารอาหารครบถ้วน มองหาอาหารสุนัขที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบหลัก บางคนอาจให้อาหารเสริมไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์วิตามิน แร่ธาตุ หรือกดรไขมัน แต่ควรระวังอย่าให้มากเกินไป

หลังจากทำการจดบันทึกน้ำหนักก่อนทำการลดน้ำหนักแล้ว เจ้าของควรเริ่มลงปริมาณอาหารลงประมาณ 1/3 ของปริมาณที่เคยให้เป็นประจำ อาหารทั้งหมดในที่นี้รวมไปถึงขนมหรืออาหารคน (ถ้าเป็นไปได้ควรงดให้ไปเลย) ชั่งน้ำหนักของสุนัขทุก 2 สัปดาห์ (จำได้ว่าถ้าสุนัขมาขออาหารเป็นสัญญาณที่ดีว่าคุณสามารถลดอาหารลงได้ แต่ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด มิฉะนั้นจะกลายเป็นแบบที่ 2)

หลังจากสองสัปดาห์แรกสุนัขจะมีน้ำหนักลดลงเล็กน้อย เป็นสัญญาณว่าคุณมาถูกทางแล้ว ให้ทำแบบนี้ต่อไป หากสัตว์เลี้ยงน้ำหนักไม่ลดลงให้เจ้าของลดปริมาณอาหารลงไปอีก 1/3 ของปริมาณที่ให้และชั่นน้ำหนักอีกครั้งหลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์

สัตวแพทย์บางกลุ่มเชื่อว่าอาหาร “สูตรพลังงานต่ำ” หรือ “สูตรสำหรับสุนัขแก่” ไม่ช่วยในการลดน้ำหนัก อาหารประเภทนี้มีการจำกัดปริมาณไขมันเพื่อลดพลังงานลง แต่จะมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตเพิ่มขึ้นเพื่อมาทดแทน การเพิ่มของคาร์โบไฮเดรตในอาหารจะไปกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนอินซูลินมากขึ้น ซึ่งจะไปบอกร่างกายให้สะสมพลังงานที่เผาผลาญไม่หมดในรูปไขมัน เป็นผลให้สุนัขมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากการกินอาหารสูตร “จำกัดพลังงาน” เพื่อลดน้ำหนัก ควรปรึกษาสัตวแพทย์ในการเลือกอาหารที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยทั่วไปอาหารที่แนะนำจะต้องมีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบหลักที่มีโปรตีนสูง (โปรตีนจะไม่ถูกนำไปสะสมในรูปไขมัน) และมีไขมันและคาร์โบไฮเดรตต่ำ สิ่งที่เจ้าของต้องทำคือปรับปริมาณที่ให้สัตว์เลี้ยงเพื่อให้อยู่ในภาวะสมดุล สุนัขจะได้รับพลังงานน้อยกว่าที่จำเป็นต้องใช้ในหนึ่งวัน ก่อนจะเริ่มการลดน้ำหนักควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเสมอ

สิ่งที่สำคัญคือทุกคนในครอบครัวต้องช่วยกันจำกัดอาหารที่ให้สุนัข ตัวปัญหาคือคนที่ชอบรู้สึกผิดกับสัตว์เลี้ยงและแอบให้อาหารนิด ๆ หน่อย ๆ คนที่เป็นตัวปัญหาจะต้องมีหน้าที่พาสุนัขออไปเดินหรือวิ่งหรืออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงานที่ได้รับมาเพิ่ม

จำไว้เสมอว่าสุนัขที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือเป็นโรคอ้วนมีระดับการเผาผลาญพลังงานต่ำ พูดง่าย ๆ คือไม่สามารถใช้พลังงานได้เร็ว โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสุนัขตะกละ และเพราะเหตุผลนี้เองทำให้สุนัขกลุ่มนี้ได้รับพลังงานเกินได้ง่ายแม้ว่าจะเกินมาเพียงทีละน้อยแต่ในระยะยาวจะเป็นผลอย่างชัดเจน

แล้วคุณรออะไรอยู่? ช่วยควบคุมอาหารเพื่อให้สุนัขของคุณมีชีวิตที่ยืนยาว รูปร่างดี และมีความสุขได้แล้ว

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ