การดูแลผู้อื่น

การพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากกล้ามเนื้อหัวใจตาย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 2, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 929,029 คน

การพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากกล้ามเนื้อหัวใจตาย
  1. ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาละลายลิ่มเลือดอย่างทันท่วงทีและปลอดภัย
    1. ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าอยู่ในห้องผู้ป่วยหนัก (CCU) โดยเร็ว
    2. ซักประวัติถามถึงประวัติเลือดออกง่าย
    3. เตรียมยาไว้ให้พร้อม เช่น Streptokinase 1.5 ล้านยูนิต และ 5% D/W 100 ml โดยผสมยาผงในขวดด้วยน้ำกลั่น 3 มิลลิลิตร จับขวดยาหมุนเบาๆ ห้ามเขย่าขวดยาแรงๆ ดูดยาออกให้หมดและปรับอัตราการไหลของยาภายใน 1 ชั่วโมง
    4. ระหว่างให้ยา Streptokinase จะต้องสังเกตอาการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด เพื่อระวังผลข้างเคียงของยา เช่น ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ (PVC, VT, VF, AV block)
    5. ตรวจดูระดับ Hct ทุก 4-8 ชั่วโมง เพื่อประเมินภาวะเลือดออกจากอวัยวะต่างๆ และภาวะซีด
    6. ตรวจระดับความรู้สึกตัวและขนาดของรูม่านตาอย่างน้อยทุก 8 ชั่วโมง เพื่อประเมินภาวะเลือดออกในสมอง หากมีเลือดออกมาก เช่น อาเจียนเป็นเลือด ไอเป็นเลือด เป็นต้น จะต้องดูแลให้ผู้ป่วยได้รับเลือดทดแทน เพื่อป้องกันภาวะพร่องออกซิเจน
  2. ให้ Heparin ทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษา การให้ต้องคำนวณหยด จำนวนมิลลิลิตรให้ถูกต้องตรงเวลา เปิดเส้นไว้โดยใช้ Heparin lock เพื่อหลีกเลี่ยงการเจ็บของผู้ป่วยหลายครั้ง
  3. สังเกตอาการเปลี่ยนแปลงต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยวัดและบันทึกสัญญาณชีพอย่างน้อยทุก 1 ชั่วโมง หากมีอาการเปลี่ยนแปลง เช่น หายใจเหนื่อยหอบ ชีพจรเบาเร็ว เสมหะเป็นฟองสีชมพู หลอดเลือดดำที่คอโป่งพอง ฟังปอดได้ยินเสียง Crepitation ผิวกายเขียวความดันเลือดต่ำ เป็นต้น ควรวัดสัญญาณชีพบ่อยขึ้น โดยใช้เครื่องมือวัดที่ไม่รบกวนการพักผ่อนของผู้ป่วย เพื่อประเมินอาการและให้ผู้ป่วยพักผ่อนให้เพียงพอ
  4. สังเกตการณ์เต้นของหัวใจจากจอ EKG monitor อย่างใกล้ชิด ตั้ง Alarm ไว้เมื่อหัวใจเต้นช้าหรือเร็วกว่าอัตราที่กำหนด บันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดที่ผิดปกติ เช่น PVC, VT, VF, AV block เป็นต้น และรายงานให้แพทย์ทราบ เพื่อให้การแก้ไขอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ยังต้องเตรียมยาจำพวก Xylocaine, Atropine SO4 หรือ Isuprel และเครื่องช็อกหัวใจด้วยไฟฟ้า (Defibrillation) ไว้ให้พร้อม
  5. หากผู้ป่วยอยู่ในภาวะหัวใจวายหรือภาวะช็อกจากหัวใจ และใส่ Intraaortic balloon pump เพื่อลดการทำงานของหัวใจและเพิ่มเลือดเข้าสู่หลอดเลือดหัวใจ ควรตรวจสอบบริเวณที่คาสายบ่อยๆ ซึ่งอาจมีเลือดซึมออกมามาก ให้ความสนใจการใช้ยาและสารน้ำต่างๆ อย่างใกล้ชิด
  6. บันทึกจำนวนน้ำที่ผู้ป่วยได้รับและขับออกอย่างถูกต้อง หากจำนวนปัสสาวะออกน้อยกว่า 30 มิลลิลิตร/ชั่วโมง ต้องรีบรายงานแพทย์ เพราะอาจเกิดภาวะหัวใจวายหรือภาวะช็อก จากหัวใจ เพื่อประเมินเลือดที่ไปเลี้ยงไต หรือป้องกันภาวะไตวาย หรือภาวะช็อก

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "คู่มือโรค" โดยปราณี ทู้ไพเราะ จากจากโรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

คลิก

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่