ความรู้สุขภาพ

เมนูต้านความเสื่อม

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 11 นาที

เมนูต้านความเสื่อม

แซนด์วิชทูน่าสาหร่ายงาดำ

เมนูนี้เพิ่มความพิเศษลงไปด้วยปลาทูน่าเป็นแหล่งโอเมก้า 3 สาหร่ายซึ่งเป็นแหล่งเส้นใยอาหาร ไอโอดีนและโปรตีน ส่วนงาดำคั่วป่นเป็นแหล่งแคลเซียมสูง บำรุงกระดูกได้ดีและมีสารเซซามินช่วยบำรุงเส้นผมผิวหนัง และเล็บ มะเขือเทศมีสารต้านอนุมูลอิสระชื่อไลโคปีนช่วยป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก

ส่วนผสม

ขนมปังโฮลวีต                                        2         แผ่น

แซนด์วิชสเปรดปลาทูน่า                                     2          ช้อนโต๊ะ

สาหร่ายโนริ                                           1          ชิ้น

งาดำคั่วป่น                                            1          ช้อนโต๊ะ

ผักกาดหอม                                           2          ใบ

มะเขือเทศหั่นแว่นบาง                           1          ลูก

วิธีทำ

ผักกาดหอมวางบนขนมปังตามด้วยมะเขือเทศ บิสาหร่ายโนริเป็นชิ้นเล็กๆ โรยกระจาย ตักแซนด์วิชสเปรดปลาทูน่า เกลี่ยให้ทั่ว โรยงาดำคั่วป่น แล้ววางงผักกาดหอม ตามด้วยขนมปังอีกชิ้นประกบ

แซนด์วิชรวมผัก

เมนูนี้อุดมด้วยผัก เส้นใยอาหาร วิตามิน เกลือแร่ สารต้านอนุมูลอิสระจากหอมใหญ่ แครอต มะเขือเทศ รวมทั้งให้พลังงานน้อย ไม่อ้วนและมีเรี่ยวแรง เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก งาดำอุดมด้วยแคลเซียมบำรุงกระดูกแต่ต้องบดละเอียดจึงมีการย่อยและดูดซึมได้ดี กุ้งป่นเป็นโปรตีนและแคลเซียม

ส่วนผสม

ขนมปังโฮลวีต                                        4          แผ่น

ผักกาดหอม                                           4          ใบ

แตงกวาและแครอตขูดเป็นเส้น               4          ช้อนโต๊ะ

หอมใหญ่หั่นเต๋า                                                4          ช้อนโต๊ะ

มะเขือเทศหั่นเต๋า                                  4          ช้อนโต๊ะ

น้ำสลัดข้น                                             2          ช้อนโต๊ะ

โยเกิร์ต                                                 4          ช้อนโต๊ะ

กุ้งป่น                                                    1          ช้อนโต๊ะ

งาดำคั่วบด                                            ½         ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • ผสมน้ำสลัดข้นกับโยเกิร์ตที่ชอบ เคล้ากับแครอต หอมใหญ่ มะเขือเทศ โรยกุ้งป่นและงาดำ
  • ผักกาดหอมวางบนขนมปัง ตักส่วนผสมจากข้อ 1 ใส่ลงไปให้เต็มแผ่นขนมปัง วางขนมปังอีกแผ่นประกบ

ไข่คนเต้าหู้สาหร่าย

ในน้ำมันงามีสารเซซามินที่ช่วยบำรุงผิว เส้นผม ในน้ำมันรำข้าวมีกรดไขมันที่จำเป็นช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ส่วนเต้าหู้เป็นแหล่งแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูก สาหร่ายทะเลมีไอโอดีนและเส้นใยอาหารสูง

 

ส่วนผสม

เต้าหู้ขาวคินุ                              150      กรัม

สาหร่ายทะเล                            1/2       ฝ่ามือ

น้ำมันรำข้าว                              1          ช้อนโต๊ะ

ไข่ไก่                                         2          ฟอง

หอมใหญ่ซอย                            1          ช้อนโต๊ะ

ซีอิ๊วขาว                                                1          ช้อนโต๊ะ

น้ำซุปผัก                                    1/3      ถ้วยตวง

ต้นหอมซอย                              2          ต้น

เกลือ                                        ½         ช้อนชา

พริกไทยป่นเล็กน้อย                  

น้ำมันงา                                                1          ช้อนชา

พริกชี้ฟ้าแดงซอยบางสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

  • หั่นเต้าหู้เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ขนาด 1 เซนติเมตร ลวกในน้ำเดือดประมาณ 2 นาที ตักขึ้นพักไว้ สาหร่ายแช่น้ำแล้วใส่ตะแกรงผึ่งรอต้ม
  • ตีไข่ไก่กับซีอิ๊วขาวเล็กน้อยจนเข้ากันดี ใส่หอมใหญ่ซอย คนให้เข้ากัน แล้วนำไปรวนในกระทะเทฟลอน พอใช้สุกตักขึ้นพักไว้
  • ต้มน้ำซุปผักใส่เต้าหู้ที่ลวกแล้ว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวเล็กน้อยใช้ไฟอ่อน ต้มนานประมาณ 5 นาที จึงใส่ไข่ที่รวนไว้ ตามด้วยสาหร่ายทะเลปรุงรสด้วยน้ำมันงา ต้นหอมซอยโรยด้วยพริกชี้ฟ้าและพริกไทยป่น

 

ไข่ตุ๋นกุ้งพริกหวาน

ไข่ตุ๋นเป็นอาหารรับประทานง่ายทั้งเด็กและวัยสูงอายุ เป็นเมนูที่มีผักน้อย จึงควรมีเมนูน้ำพริก หรือแกงส้ม ต้มจืดผักรับประทานด้วย ไข่ตุ๋นนั้นสามารถใส่เนื้อหมู หรือใส่ผักอื่นๆ สับละเอียด เช่น แครอต ผักโขม ฟักทอง บร็อกโคลี การทำไข่ตุ๋นสำคัญอยู่ที่อัตราส่วนของน้ำกับไข่ ว่าจะออกมาแบบนิ่ม หรือแบบหยุ่นๆ มีรูพรุน เพราะใส่น้ำน้อย หากใสน้ำมากไปก็จะนิ่มมากจนอาจเหลว

ส่วนผสม

ไข่ไก่เบอร์หนึ่ง                                       2          ฟอง

กุ้งขาวแกะเปลือกไว้หาง                          3          ตัว

เกลือเล็กน้อย

ต้นหอมซอย                                          1          ช้อนชา

ผักชีหั่นฝอย                                           1          ช้อนชา

กระเทียมสับ                                         1          ช้อนโต๊ะ

พริกหวานหั่นเต๋าเล็กๆ                            1          ช้อนโต๊ะ

พริกไทยป่นเล็กน้อย                              

น้ำซุป                                                    1          ถ้วยตวง

น้ำมันถั่วเหลือง

วิธีทำ

  • เจียวกระเทียมในน้ำมันให้หอม
  • คนไข่ไก่ให้เป็นเนื้อเดียว กรองผ่านกระชอน (ถ้าตีไข่ให้แตกแล้วมีฟองให้หมดไป) ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำปลา พริกไทย จนไข่เหลวจึงเจือจางด้วยน้ำซุป ใส่พริกหวานหั่นเต๋า กระเทียมเจียวตีให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วยพักไว้
  • ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือดพล่านเสียก่อนจึงนำถ้วยไข่ไปนึ่งในลังถึงใช้ไฟกลาง ประมาณ 15 นาที ไข่เริ่มแข็งตัวจึงวางกุ้งขาวลงไปด้านบน นึ่งต่อครู่เดียวพอกุ้งสุก ปิดไฟ โรยหน้าด้วย ผักชีหั่น ต้นหอมซอย

 

ผัดหน่อไม้ฝรั่งแปะก๊วยกุ้ง

  • แปะก๊วยเป็นสมุนไพรจีนที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และช่วยให้ความจำดีขึ้น เห็ดหอมช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง ลดไขมันในเลือดและลดคอเลสเตอรอล บำรุงสมอง เพิ่มความสดชื่น
  • น้ำมันงาประกอบด้วย โอเมก้า 3, 6, 9 แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก สังกะสี วิตามินบี โปรตีน บำรุงสมอง บำรุงหัวใจ และลดไขมันคอเลสเตอรอล น้ำตาลทรายแดงให้รสไม่หวานจัด แต่หากต้องการตัดน้ำตาลทิ้งไปเลย ควรเลือกใช้น้ำตาลเทียมใส่ตอนปิดไฟแล้ว จากนั้นผัดพอให้เข้ากันทั่วดี

ส่วนผสม

หน่อไม้ฝรั่ง                    10        ต้น

แปะก๊วยแช่น่าให้นิ่ม       10        เม็ด

กุ้งขาวแกะเปลือก           5          ตัว

เห็ดหอมสดหั่นเสี้ยว       5          ดอก

กระเทียมบุบ                 2          หัว

น้ำตาลทรายแดง                        ½         ช้อนชา

ซีอิ๋วขาว                                    ⅔         ช้อนโต๊ะ

น้ำซุปผัก                        ½         ถ้วย

น้ำมันหอย                     1          ช้อนโต๊ะ

น้ำมันงา                                    ½         ช้อนชา

น้ำมันรำข้าว                  1          ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • ล้างหน่อไม้ฝรั่งให้สะอาด ลอกเปลือกแข็งออก หั่นท่อนสั้น
  • ใส่น้ำมันในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ผัดกระเทียมให้หอม ใส่หน่อไม้ฝรั่ง แปะก๊วย เห็ดหอม ผัดพอทั่วใส่น้ำซุป
  • ปรุงรสด้วยน้ำตาล ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย น้ำมันงา ผัดให้ทั่วผักสุก ปิดไฟ ยกลง ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

 

ยำแตงกวากุ้งสด

เมนูนี้มีพืชผักหลายชนิดที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือด เช่น แตงกวา หัวหอม ส่วนขึ้นฉ่ายและพริกสดช่วยลดไขมันในเลือด กระเทียมช่วยลดน้ำตาล ถ้าใช้กุ้งทะเลจะมีสารแอสต้าแซนทีน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและบำรุงสมองอย่างดี

ส่วนผสม

แตงกวาอ่อน                 8          ลูก

กุ้งสด                            6          ตัว

วุ้นเส้น                          1          ซองเล็ก

กระเทียม                      5          กลีบ

หัวหอม                         5          หัว

มะนาว                          1          ลูก

น้ำตาลเทียม ½ ซอง       1          หัว

พริกขี้หนู                       6          เม็ด

น้ำปลา                          1          ช้อนโต๊ะ

ขึ้นฉ่ายหั่น                     1          ช้อนโต๊ะ

ต้นหอมหั่น                    1          ต้น

พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง      2          เม็ด

วิธีทำ

  • ล้างแตงกวา ตัดส่วนหัวและท้ายทิ้งไป ผ่าครึ่งแล้วซอยหยาบๆ
  • วุ้นเส้นแช่น้ำแล้วลวกให้สุก ตักขึ้นพักให้เย็น กุ้งสดแกะเปลือก แล้วต้มพอสุก จากนั้นยีให้เป็นปุย ใส่วุ้นเส้น เคล้าพอเข้ากันและวุ้นเส้น คลายความร้อน ใส่แตงกวาซอย
  • ทำน้ำยำ ซอยหัวหอม กระเทียม พริกขี้หนู ผสมกับน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลเทียม คนให้น้ำตาลละลาย
  • ทำน้ำยำไปคลุกเคล้าวุ้นเส้น ใส่แตงกวาซอย จากนั้นโรยด้วยขึ้นฉ่าย และพริกชี้ฟ้าหั่นเฉียง

 

สลัดรวมผักกุ้งงาดำ

เมนูนี้เป็นสุขภาพ เพราะใช้ผักสดมีชีวิต มีเอนไซม์ ไม่ผ่านการแปรรูปมาก อุดมด้วยวิตามิน เกลือแร่รับประทาน กับข้าวกล้อง หรือกับขนมปังกรอบก็ได้ รับประทานเล่นเป็นอาหารมื้อว่างก็ดี และใช้น้ำตาลเทียมเข้ามาช่วยลดปริมาณน้ำตาล ซึ่งใช้กับอาหารที่ไม่ร้อนจัดได้ทุกประเภท หรือจะใช้ลูกเกดเข้ามาช่วยเติมความหวานให้กับอาหารจานนี้ก็ได้เป็นความหวานจากธรรมชาติที่ค่อยๆ ถูกดูดซึม

ส่วนผสม

ผักสดต่างๆ ประกอบด้วย แตงกวาหั่นบาง มะเขือเทศหั่นสี่เหลี่ยม

หอมใหญ่หั่นบาง พริกหยวกหั่นเฉียง แห้วต้มหั่นบาง เผือกต้มหั่นสี่เหลี่ยม

(หั่นก่อนต้ม) รวม                                   2          ถ้วยตวง

กุ้งแชบ๊วย หรือกุ้งสดชนิดอื่นๆ ลวกสุก   ½         ถ้วยตวง

น้ำสลัด                                      ½         ถ้วยตวง

มายองเนส                                ½         ถ้วยตวง

เบคอนกรอบ                             ½         ถ้วยตวง

งาดำคั่ว                                     1          ช้อนชา

ส่วนผสมน้ำยำ

น้ำปลา                          1          ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลเทียม                  1          ซอง

กระเทียมสับ                 1          ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว                      1          ช้อนโต๊ะ

พริกขี้หนูสับละเอียด       1          ช้อนชา

วิธีทำน้ำยำ คือ คลุกเคล้าส่วนผสมน้ำยำทั้งหมดรวมกัน ใส่ถ้วยเตรียมไว้

วิธีทำ

  • จัดวางผักสลัดทั้งหมดใส่ลงในชาม
  • ราดน้ำสลัดตามลงไป แล้วตกแต่งกุ้งไว้ด้านบน
  • ราดน้ำยำที่เตรียมไว้ลงไป แล้วโรยด้วยเบคอนกรอบ และงาดำ

 

แกงเผ็ดกุ้งฟักรวม

เมนูนี้อาจไม่พบเห็นได้บ่อยนักตามท้องตลาด ร้านขายข้าวแกงทั่วไป แต่ให้ประโยชน์ในด้านของแหล่งของธาตุเหล็กจากตับและเลือด เป็นแหล่งพลังงาน โปรตีน เส้นใยอาหาร พร้อมทั้งแนะนำการใช้น้ำตาลเทียมมาปรุงแกงเผ็ด สำหรับเมนูแกงเผ็ดอื่นๆ ที่พบบ่อยตามร้านขายข้าวแกง คือ แกงเผ็ดเป็ดย่าง แกงเผ็ดปลาดุกกับฟัก แกงเผ็ดฟักกับหมูและเลือดหมู หรือใช้เนื้อไก่กับเลือดไก่แทน หรือใช้ผักชนิดอื่นเช่น ฟักทองแก่จัด

ส่วนผสม

กุ้งขนาดกลางแกะเปลือกไว้หาง                1          ถ้วยตวง

หรือใส่ไก่ หรือเนื้อหมูแทน

ฟักเขียวแก่ หรือค่อนข้างแก่ หั่นพอคำ      1          ถ้วยตวง

ฟักทองแก่ปอกเปลือก หั่นพอคำ              1          ถ้วยตวง

วุ้นเส้นซองเล็ก                                       1          ซอง

กะทิธัญพืช                                            1          กล่อง

น้ำพริกแกงเผ็ด                                      1          ช้อนชา

น้ำปลา                                                  1          ช้อนชา

น้ำตาลปี๊บ                                             ½         ช้อนชา

ใบกะเพรา                                             ½         ถ้วยตวง

วิธีทำ

  • วุ้นเส้นแช่น้ำให้นิ่มแล้วตัดสั้นตามชอบ
  • ใส่กะทิเล็กน้อย เพื่อผัดน้ำพริกแกงเผ็ดให้สุก ส่งกลิ่นหอมสักครู่ ใส่เนื้อไก่ หรือเนื้อหมู ต้มเดือดพอให้เนื้อเริ่มเปื่อย ถ้าใส่กุ้งจะสุกง่าย ควรใส่พร้อมฟัก
  • ใส่ฟักทอง ฟักเขียว เติมกะทิที่เหลือ ถ้าน้ำน้อยก็เติมน้ำเปล่าลงไปได้ ต้มให้เดือดพล่านและผักสุก
  • ชิมรสเพราะเครื่องแกงเผ็ดมักจะใสเกลือมามากอยู่แล้ว ปรุงรสอีกนิดด้วยน้ำปลา น้ำตาล โรยใบกะเพราะ ยกลง รับประทานกับข้าวร้อนๆ

 

แกงป่าไก่ดำ

ไก่ดำนั้นหาซื้อได้ยากและมีราคาแพง แต่ได้ชื่อว่ามีคุณค่าอาหารสูง โดยเฉพาะสรรพคุณด้านสมุนไพรยาจีน เป็นยาบำรุง ยาโป๊วของฮ่องเต้จีนโบราณ อย่างที่นำมาทำซุปไก่ดำนั้นก็ทำมาจากไก่ดำนี่เอง ส่วนเครื่องสมุนไพรแกงป่านั้นก็มีสรรพคุณมาก ทั้งใบมะกรูด ใบกะเพรา พริกชี้ฟ้า ช่วยแก้หวัดคัดจมูก ช่วยเจริญอาหาร

ส่วนผสม

ไก่ดำ                             1          ตัว

สับเป็นชิ้นพอคำ

มะเขือพวง                    1          ถ้วยตวง

มะเขือเปราะหั่น 4 ส่วน  2          ถ้วยตวง

ใบมะกรูด                      1          กำมือ

น้ำพริกแกงป่า                2          ช้อนโต๊ะ

กระชายหั่นฝอย             ¾         ถ้วยตวง

น้ำปลาดี                        3          ช้อนโต๊ะ

น้ำซุป หรือน้ำเปล่า         5          ถ้วยตวง

ใบกะเพรา                     1          กำมือ

พริกชี้ฟ้าแดงซอยตามยาว           3          เม็ด

วิธีทำ

  • เอาพริกแกงเผ็ดใส่ลงไปในกระทะผัดโดยเติมน้ำเล็กน้อยลงไป พอส่งกลิ่นหอมก็เติมน้ำลงไปพอท่วม จากนั้นใส่ไก่ดำหั่นลงไปคลุกเคล้าพอเข้ากันดี จึงต้มเคี่ยวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที
  • เมื่อเนื้อพอสุกแล้ว ให้ใส่พริกไทยสด กระชายหั่นฝอย ปรุงรสด้วยน้ำปลา ทิ้งไว้ให้เดือดอีกครั้งจึงใส่มะเขือเปราะกับมะเขือพวง
  • รอให้มะเขือสุก จึงใส่ใบมะกรูดฉีก พริกชี้ฟ้าแดงซอยตามยาว และใบกะเพรา ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปิดไฟ ยกลง

 

หวานเย็นรวมมิตร

  • เม็ดแปะก๊วยช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด บำรุงสมอง เพิ่มความจำ รับประทานวันละ 10 เม็ด กำลังดี รับประทานมากไปไม่ดี เพราะเม็ดมีแป้งและไขมันด้วย หากเกรงว่าเนื้อมะพร้าวมีไขมันสูงก็ไม่ต้องใส่
  • น้ำมะพร้าวอาจหวานมากเกินไปสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องเคร่งครัด ก็ให้เลือกน้ำเต้าหูงาดำรสไม่ค่อยหวานแทนที่
  • เมนูนี้ไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไต เพราะมะพร้าวมีโพแทสเซียมสูง

ส่วนผสม

น้ำมะพร้าว                    1          ถ้วยตวง

เนื้อมะพร้าว                  2          ช้อนโต๊ะ

เม็ดแปะก๊วยต้มสุก       10        เม็ด

ลูกเกด                          2          ช้อนโต๊ะ

เผือกหั่นเต๋านึ่ง              ½         ถ้วยตวง

วิธีทำ

  • น้ำมะพร้าวหากยังไม่หวาน ให้เติมน้ำตาลเทียมลงไปคนให้ละลาย ไม่ต้องใช้ความร้อน จากนั้นใส่เนื้อมะพร้าวใส่ลูกเกดเพื่อให้ดูดน้ำเข้าไป นำไปใส่ช่องแช่แข็ง 10 นาที่พอให้เย็นจัด
  • น้ำออกมาใส่เม็ดแปะก๊วย เผือกนึ่ง หากต้องการเย็นจัดอีกก็ใส่น้ำแข็งบดลงไป

 

น้ำมะละกอ ส้ม ราสป์เบอร์รี่

เครื่องดื่มแก้วนี้ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ป้องกันการเป็นหวัด แก้อ่อนเพลีย อุดมพลังงาน วิตามินเอ วิตามินซี ซีลีเนียม สังกะสี รวมทั้งเอนไซม์ช่วยย่อยอาหาร

ส่วนผสม

มะละกอสุก       150      กรัม

ส้มเขียวหวาน    150      กรัม

ราสป์เบอร์รี      150      กรัม

มะนาว              1          ผล

น้ำผึ้ง                1-2       ช้อนชา

น้ำแข็งก้อนเล็ก  ½         ถ้วยตวง

วิธีทำ

  • ปั่นเนื้อมะละกอ น้ำผึ้ง ผลราสป์เบอร์รี (ใช้สตรอว์เบอรรี่ก็ได้) กับน้ำแข็งก้อนเล็กๆ จนละเอียดดี
  • คั้นน้ำส้มเขียวหวาน และบีบน้ามะนาวลงไปแล้วคนให้เข้ากันนำไปรวมกับน้ำในข้อ 1 ผสมให้เข้ากัน เทใส่แก้วพร้อมเสิร์ฟ

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "โภชนาการ-เมนู เพื่อผู้ป่วยเบาหวาน" โดยวลัยลักษณ์ จากสำนักพิมพ์ Feel Good เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
5 อาหารที่น่าตกใจสำหรับการมีสุขภาพฟันที่ดี
5 อาหารที่น่าตกใจสำหรับการมีสุขภาพฟันที่ดี

อาหารที่สามารส่งเสริมสุขภาพของช่องปากได้อย่างน่ามหัศจรรย์

กระเทียม
กระเทียม

11 ประโยชน์และเรื่องน่ารู้ของกระเทียมที่คุณอาจไม่เคยรู้