พฤติกรรม

ความกลัวและความกังวลอย่างงมากในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
ความกลัวและความกังวลอย่างงมากในแมว

ความกลัว โรคกลัว และความกังวลในแมว

Phobia หรือ โรคกลัวนั้น เป็นความกลัวที่เกิดขึ้นอย่างถาวรต่อสิ่งกระตุ้นที่มีความจำเพาะ เช่น ฟ้าผ่า การที่แมวตอบสนองด้วยความกังวลที่มากเกินไปก็จัดเป็นลักษณะหนึ่งของโรคกลัว และเมื่อเกิดอาการของโรคกลัวขึ้นแล้ว จะเชื่อกันว่าจะถูกกระตุ้นให้เกิดอาการได้ เพียงแค่มีการนึกถึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องหรือมีความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น

โรคกลัวที่พบส่วนมากมักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องเสียง เช่น เสียงของฟ้าร้องหรือเสียงพลุ

ความกลัว คือ ความรู้สึกที่ตอบสนองออกมาจากสัญชาตญาณต่อสถานการณ์ ผู้คน หรือสิ่งของที่มีอันตรายต่อแมวไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือการนึกถึงก็ตาม ร่างกายจะตอบสนองตามคำสั่งของระบบประสาทเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อม โดยอาจจะสั่งให้ร่างกายอยู่นิ่ง ต่อสู้หรือหนีก็ได้ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้จัดว่าเป็นพฤติกรรมปกติที่มีประโยชน์ เป็นการปรับตัวเพื่อการดำรงชีวิต และยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันว่าความกลัวนั้นถือว่าเป็นการตอบสนองที่ปกติหรือไม่ปกติ โดยมากการตอบสนองที่ผิดปกติมักจะเป็นการเรียนรู้ แต่ถ้าเป็นสิ่งกระตุ้นทีละน้อยๆจะไม่จัดเป็นการเรียนรู้

ความกังวลคือการคาดการณ์ถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยที่ไม่ทราบสาเหตุหรือเกิดจากจินตนาการเป็นผลทำให้ร่างกายตอบสนองออกมา เป็นเรื่องธรรมดาที่มีความเกี่ยวข้องกับความกลัว พฤติกรรมที่พบได้บ่อยคือการขับถ่ายออกมาทั้งปัสสาวะและอุจจาระ ทำลายข้าวของ หรือส่งเสียงร้องที่มากเกินไป ความวิตกกังวลจากการแยกจากจะเป็นความวิตกกังวลที่พบได้บ่อยและมีความจำเพาะต่อสัตว์เลี้ยง เมื่ออยู่เพียงตัวเดียว สัตว์จะแสดงความวิตกกังวลออกมา

ความกลัว โรคกลัวและความวิตกกังวลจะเริ่มต้นในช่วงอายุ 12- 36 เดือน ความกลัวที่ฝังใจมักจะเกิดในช่วง 8-10เดือน

การเกิดความวิตกกังวลจากการแยกจากในช่วงอายุมากโดยไม่ทราบสาเหตุนั้นอาจจะเป็นผลจากการมีความคิด การเรียนรู้ และความจำที่ลดลงตามอายุ

อาการและชนิด

  • ความกลัวและความวิตกกังวล จะมีอาการที่ค่อนข้างหลากหลาย ทำให้การวินิจฉัยจะไม่สามารถดูจากอาการที่ไม่จำเพาะได้และไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งกระตุ้นคืออะไร
  • ความกลัวระดับน้อยๆ จะพบว่ามีอาการสั่น การถอย การซ่อน ไม่ค่อยทำกิจกรรม และอาจจะพบพฤติกรรมการหนีได้
  • การที่มีการตื่นตกใจ อาจจะพบว่ามีการเกิดพฤติกรรมการหนีได้และนอกเหนือจากนั้นยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บอีกด้วย
  • อาการของระบบซิมพาเทติกที่มาจากความเครียดนั้น จะประกอบไปด้วย การท้องท้องเสียซึ่งอาจทำให้มีการวินิจฉัยว่าเป็นโรคลำไส้อักเสบหรือลำไส้มีการระคายเคืองได้
  • อาการที่เกิดจากการที่มีความกังวลได้แก่ การเลียหรือกัดแทะตัวเอง

สาเหตุ

  • ความไม่สบายหรือความเจ็บปวดทางร่างกายใดๆสามารถเพิ่มความเป็นกังวลได้ และยังสามารถพัฒนาให้เกิดเป็นความกลัว โรคกลัว ได้อีกด้วย
  • ความเปลี่ยนแปลงตามอายุมีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบประสาท โรคติดเชื้อและการได้รับสารพิษสามารถเหนี่ยวนำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมได้
  • ความกลัวที่เป็นผลมาจากการประสบการณ์ที่ได้รับบาดเจ็บ จะทำให้แมวต่อต้านประสบการณ์ที่ไม่คุ้นเคยและมีความน่ากลัว
  • แมวที่ถูกแยกออกมาจากสังคมและสิ่งกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เด็กจนถึงสิบสี่สัปดาห์จะทำให้แมวมีนิสัยที่ขี้กลัวกับสิ่งที่จะเข้ามาคลุกคลีกับมัน
  • โรคกลัวและความตื่นตกใจมักเกิดขึ้นได้ในแมวที่มีประวัติว่าไม่สามารถหนีออกมาได้หรือไม่สามารถเอาตัวเองออกจากสิ่งกระตุ้นนั้นได้ เช่น การถูขังอยู่ในกรง หรือถูกทำร้ายร่างกาย
  • ความกังวลจากการแยกจาก มักมีประวัติว่าโดนทอดทิ้งมาก่อน มีหลายเจ้าของ หรือถูกละเลยเพิกเฉย ซึ่งพฤติกรรมเลวร้ายต่างๆที่เกิดขึ้น อาจเป็นเพราะว่าแมวถูกทอดทิ้งมาก็เป็นได้

การวินิจฉัย

อันดับแรก สัตวแพทย์จะต้องทำการแยกปัญหาที่สามารถส่งผลต่อพฤติกรรมได้ออกมาก่อน เช่น โรคทางระบบประสาท หรือโรคทางต่อมไทรอยด์ พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอาจเป็นผลมาจากการที่แมวตอบสนองต่อสารพิษก็เป็นได้ เช่น ตะกั่ว ที่มีผลต่อความผิดปกติทางระบบประสาท ซึ่งการตรวจเลือดด้วยจะเป็นอีกทางที่ช่วยแยกและยืนยันได้

ถ้าหากสัตวแพทย์ทำการวินิจฉัยออกมาแล้วว่าเป็นแค่ความกลัวธรรมดา ความกังวลหรือโรคกลัว ก็จะมีการสั่งจ่ายยาเพื่อการรักษา แต่ว่าสัตวแพทย์ก็จะให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับแมวแต่ละตัว ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดความกลัวนั้นคืออะไร และเจ้าของสามารถทำให้แมวลดความกลัวได้อย่างไรบ้างผ่านทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

การรักษา

ถ้าหากว่าแมวของคุณมีความตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างมากและมีความกังวลในการแยกจาก เจ้าของควรที่จะทำการดูแลเป็นอย่างดีจนกว่าประสิทธิภาพของยาที่ให้จะได้ผล ซึ่งอาจจะใช้เวลาเป็นหลายวัน หรืออาจจะหลายสัปดาห์ ดังนั้นการฝากแมวไว้กับทางโรงพยาบาลก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณเจ้าของ เพราะว่าไม่อย่างนั้น เจ้าของจะต้องทำการดูแลที่บ้านเพื่อป้องการทำร้ายร่างกายตัวเองจนกว่าแมวจะสงบลง ถ้าหากคุณเจ้าของไม่สามารถที่จะอยู่เฝ้าแมวที่บ้านได้ คุณอาจจะต้องมีการพิจารณาหาพี่เลี้ยงให้แก่มัน

แมวบางตัวจะตอบสนองในบางระดับของการรักษาร่วมกันด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและยาคลายเครียด ถ้าหากว่าปัจจัยแวดล้อมใดที่ทำให้แมวมีอาการคันหรือมีการเจ็บป่วยที่มีผลทำให้ความกังวลนั้นแย่ลง ปัจจัยจะต้องถูกควบคุมเป็นพิเศษ แมวของคุณควรที่จะอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย ยิ่งมีความเครียดน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี ทำให้แมวเหล่านี้ไม่เหมาะกับการนำไปประกวดหรือทำการแข่งขัน

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นจะขึ้นอยู่กับเจ้าของ เจ้าของจะต้องคอยสอนแมวเหล่านั้นให้มีความผ่อนคลายในสภาพแวดล้อมต่างๆที่ถูกจัดแต่งขึ้นมา ต้องหลีกเลี่ยงการทำให้แมวกังวลลดลงในช่วงที่แมวตกอยู่ในท่ามกลางประสบการณ์ความกลัวนั้น เพราะว่าแมวอาจมีการแปลความไปได้ว่าเจ้าของให้รางวัล ทำให้แมวจะทำพฤติกรรมนั้นซ้ำๆเรื่อยๆ ควรสนับสนุนให้แมวมีความสงบ แต่ว่าไม่ใช่แมวทุกตัวที่จะสงบเมื่อนำใส่กรง แมวบางตัวอาจเกิดการตื่นตกใจมากจนทำให้เกิดการบาดเจ็บขึ้นได้ถ้าหากมันมีการต่อต้านการขังกรงด้วยกัดหรือข่วนที่กรงจนกว่าเล็บของมันจะหลุดหรือฟันจะหัก แน่นอนที่สุดว่าจะต้องหลีกเลี่ยงการทำโทษเพราะว่าจะมีผลทำให้แมวยิ่งกลัวมากยิ่งขึ้น

การทำให้เกิดความเคยชินหรือการสร้างปฏิกิริยาการตอบสนองใหม่เพื่อให้ถูกต้องนั้นถือเป็นวิธีที่ได้ผลมากถ้าหากได้รับการรักษาตั้งแต่แรกๆ ของอาการ เป้าหมายของการฝึกคือ การลดการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นบางอย่าง เช่น การถูกทิ้งให้อยู่ตัวเดียวในความมืด

การกระตุ้นให้เกิดความเคยชินนั้น คือการให้แมวเจอกับสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดความกลัวและความกังวลบ่อยๆเรื่อยๆซ้ำๆ จนแมวไม่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นนั้นอีก เป้าหมายของการทำให้เคยชิน คือ เพื่อลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของเจ้าเหมียว

ส่วนการสร้างปฏิกิริยาการตอบสนองใหม่เพื่อให้ถูกต้องนั้นจะต้องอาศัยการฝึกฝนเพื่อให้ตอบสนองออกมาแต่สิ่งดีๆแทนที่พฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น สอนให้แมวรู้จักการนั่งและอยู่นิ่งในจุดเดิม และถ้าแมวสามารถทำได้ เจ้าของก็สามารถให้รางวัลแก่เจ้าเหมียวได้ และหากว่าแมวของคุณตกอยู่ในสถานการณ์เดิมที่เคยทำให้แมวแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ออกมา เจ้าของก็สามารถใช้คำสั่งให้นั่งและอยู่นิ่งได้

อาการที่เกี่ยวข้องกับความกังวลที่จะเกิดนั้นเป็นเรื่องละเอียด เพราะฉะนั้นควรเรียนรู้ที่จะจดจำอาการการแสดงออกทางร่างกายที่เกี่ยวข้องกับความกลัว โรคกลัวและความกังวลไว้ และหยุดพฤติกรรมเหล่านั้นก่อนที่แมวของคุณจะแสดงอาการเหล่านั้นออกมา

การป้องกัน

เจ้าของควรให้เจ้าเหมียวของคุณพบเจอสิ่งแวดล้อมและสังคมที่หลากหลายตั้งแต่ยังอายุยังน้อยเพื่อลดพฤติกรรมการกลัวในช่วงวัยเด็ก ลูกแมวที่ถูกแยกออกมาจากสังคมและสิ่งกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เด็กจนถึงสิบปีสัปดาห์จะทำให้เกิดความกลัวเป็นประจำเรื่อยๆ ซึ่งในช่วงอายุนี้จะสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นต่างๆ ได้เพียงแค่เล็กน้อย

ความเป็นอยู่และการจัดการ

ตราบใดที่เจ้าเหมียวได้รับการรักษาด้วยยาอยู่ สัตวแพทย์จะต้องคอยติดตามผลเรื่อยๆ โดยการทดสอบค่าเลือดเพื่อให้มั่นใจว่าค่าเลือดอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ ถ้าหากว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นไม่ประสบความสำเร็จในระยะยาวสัตวแพทย์จะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการรักษาใหม่ และถ้าหากว่าเราเพิกเฉยต่ออาการนี้ ไม่ทำการรักษา ความผิดปกตินี้จะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยการรักษาส่วนมากจะรักษาเป็นระยะเวลานานๆ ส่วนมากจะเป็นปี ระยะเวลาการรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและระยะเวลาที่เจ้าเหมียวมีอาการมา เฉลี่ยระยะเวลาการรักษาขั้นต่ำแล้วจะอยู่ที่ประมาณสี่ถึงหกเดือน

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ