ทั่วไป

วิธีง่ายๆ กับการสังเกตว่าสุนัขของเรามีหมัดหรือไม่

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 535,054 คน

วิธีง่ายๆ กับการสังเกตว่าสุนัขของเรามีหมัดหรือไม่

ด้วยความที่ประเทศไทยเป็นประเทศร้อนชื้น จึงทำให้สุนัขต้องประสบพบเจอกับปัญหาเหล่าปรสิตภายนอกต่างๆ มากมาย ซึ่งในบรรดาวายร้ายเหล่านี้ หมัดถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากหมัดจะดูดเลือดจากสุนัขแล้ว ยังก่อความรำคาญ ทำให้สุนัขคัน มีขนร่วงจากการแพ้น้ำลายหมัด และสามารถกัดหรือดูดเลือดมนุษย์ได้อีกด้วย แถมหมัดยังสามารถกระโดดข้ามจากสุนัขตัวหนึ่งไปอีกตัวหนึ่งและแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วอีกต่างหาก

ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่าสุนัขของเรานั้นมีหมัดหรือเปล่า วิธีการหาหมัดนั้นทำอย่างไร

โฆษณาจาก HonestDocs
จัดส่งยาให้น้องหมาถึงบ้าน

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

คลิก

 

พฤติกรรมของสุนัขก็บอกได้

ในกรณีที่สุนัขมีหมัดจำนวนมาก เจ้าของจะสามารถเห็นตัวหมัดกระโดดไปมาจากร่างกายสุนัขได้เลย แต่ถ้าเกิดว่ามีหมัดจำนวนไม่มากนั้นอาจจะสังเกตได้ยากกว่า แต่อย่างไรก็ดีถ้าพบว่าสุนัขมีการเกา คัน เลีย หรือกัดตามตัว รวมไปถึงสั่นหัวสั่นตัวไปมาบ่อยๆ นั่นอาจแสดงว่าตามตัวน้องหมามีหมัดอยู่แล้ว เพราะหมัดจะทำให้สุนัขเกิดการคันนั่นเอง

 

ตรวจเช็กผิวหนังและเส้นขนให้ดี

หมัดนั้นกระโดดสูงและเร็วมาก ทำให้ถ้าเราแหวกขนดูบางครั้งอาจจะมองไม่ทัน จึงต้องตั้งใจสังเกตอย่างมาก หมัดมีลักษณะเป็นตัวแบนๆ สีน้ำตาลเข้มไปจนถึงดำ

ในการหาหมัดบนตัวสุนัขนั้นเริ่มจากให้สุนัขหันหลังแล้วเราก็ค่อยๆ ดูในจุดที่หมัดชอบแอบไปหลบซ่อนมากที่สุด เช่น ขาหนีบทั้งขาหน้าและขาหลัง เพราะบริเวณนี้ค่อนข้างอุ่นและซ่อนตัวได้ดี เลยมีหมัดมาหลบกันมาก จากนั้นลองตรวจดูที่หูว่ามีร่องรอยของการเกา รอยแดง รอยเลือด หรือไม่ เพราะร่องรอยเหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงหมัดทั้งนั้น จากนั้นตรวจเช็กผิวหนังบริเวณสะโพกและโคนหาง ซึ่งบางทีอาจพบว่ามีรอยแดงและบวมขึ้นมาจากการเกาได้เช่นกัน ในสุนัขบางตัวที่มีเห็บอาจจะพบภาวะขนร่วงร่วมด้วยได้

จากนั้นให้ใช้หวีสางหมัด (flea comb) หรือหวีที่มีซี่ฟันถี่ๆ ค่อยๆ หวีผ่านเส้นขนของสุนัขตรงหลังและขา ซี่หวีที่ถี่จะทำให้สามารถสางเหล่าเห็บออกมาจากใต้เส้นขนที่พวกมันซ่อนอยู่ได้ ดังนั้นจึงควรค่อยๆ หวีขนตั้งแต่โคนขนติดกับผิวหนังขึ้นมาช้าๆ และอย่าลืมเอาน้ำผสมสบู่ใส่ขันน้ำวางไว้ใกล้ๆ ตัว เมื่อสางเอาหมัดออกมาได้ก็โยนใส่ในขันน้ำนั้นเพื่อให้พวกมันสิ้นฤทธิ์เสียที

นอกจากนี้ยังมีวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้หาหมัดได้ง่ายขึ้นคือเอากระดาษขาวหรือผ้าขนหนูสีขาวปูไว้ที่พื้นในระหว่างที่แปรงขน ถ้าสุนัขมีหมัดจริง เหล่าขี้หมัด (flea dirt) สีดำจะร่วงจากขนลงบนกระดาษหรือผ้าขาวทำให้เราเห็นได้ง่ายขึ้นและยืนยันได้ว่าสุนัขมีหมัดอยู่จริง

 

บางคนอาจจะสับสนระหว่างเศษฝุ่นสีเข้มกับขี้หมัด วิธีการตรวจเช็กง่ายๆ ก็คือให้ลองบี้สิ่งที่สงสัยดู ถ้าพบว่าบี้ออกมาแล้วมีสีแดงปนดำอยู่แสดงว่าคือขี้หมัด เพราะขี้หมัดเกิดจากเลือดที่หมัดดูดไปนั่นเอง แต่ถ้าไม่ใช่แสดงว่าอาจเป็นแค่ฝุ่นดินธรรมดา

 

ตรวจเช็กที่อยู่และสภาพแวดล้อม

หมัดไม่ได้อยู่แค่บนตัวสุนัขอย่างเดียวเท่านั้น เพราะหมัดสามารถอยู่ได้ในทุกที่ของบ้าน โดยเฉพาะส่วนที่สุนัขมักอาศัยอยู่บ่อยๆ เช่น ที่นอน เบาะ ผ้าห่ม โดยสังเกตได้จากว่ามีขี้หมัดเป็นฝุ่นดำๆ หรือไม่ หรือบางทีอาจจะเห็นหมัดตัวเป็นอยู่เลยก็ได้ถ้ามีปริมาณมากพอ

อีกวิธีหนึ่งที่เอาไว้หาว่าในบ้านมีขี้หมัดหรือไม่คือการใส่ถุงเท้าสีขาวจากนั้นเดินไปเดินมาบริเวณที่สุนัขมักชอบอยู่บ่อยๆ จากนั้นถอดถุงเท้ามาลองเช็กดู ปกติขี้หมัดมักจะติดเป็นรอยบนถุงเท้าให้เราเห็นได้ง่าย

อีกวิธีหนึ่งคือการวางกับดักไฟ โดยในตอนกลางคืนให้เอาน้ำผสมสบู่ใส่ชามวางไว้ใต้โคมไฟซักดวงหนึ่งใกล้ๆ จุดที่สงสัยว่ามีหมัดหรือไม่ จากนั้นปิดไฟให้หมดทุกดวงยกเว้นแค่โคมไฟที่ตั้งชามน้ำไว้ หมัดมักถูกดึงดูดด้วยแสงและความร้อนของไฟทำให้ตกลงไปในชามน้ำและจมน้ำตายได้ ลองทิ้งไว้หนึ่งคืนจากนั้นตอนเช้าลองมาเช็กดูว่ามีหมัดที่ติดกับดักเรามากแค่ไหน

 

ขอคำปรึกษาจากสัตวแพทย์

ถ้าเกิดว่าเราจัดการหมัดหมดบ้านและในสภาพแวดล้อมแล้ว แต่พบว่าสุนัขของรายังคงมีอาการคัน ให้ลองไปปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม เพราะบางทีสุนัขอาจจะคันไม่ได้มาจากหมัดอย่างเดียวหากแต่เป็นสาเหตุหรือโรคอื่นก็ได้เช่นกัน

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม