ความรู้สุขภาพ

โรคกระดูกสันหลังเสื่อม

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 11, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
Istock 523258540

กระดูกสันหลังเสื่อม (spondylosis) เป็นโรคซึ่งเกิดจากการเสื่อมของกระดูกหลัง รวมทั้งของหมอนรองกระดูกสันหลังจากสาเหตุต่าง ๆ

ทั้งนี้มักเกิดจากการใช้งานกระดูกสันหลังมาก และอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้ข้อต่อระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้ออักเสบชนิดไม่ติดเชื้อ เนื่องจากเสียดสีตลอดเวลา ข้อจึงแคบลง และยึดติดซึ่งกันและกัน ส่งผลให้ขาดการยืดหยุ่นระหว่างข้อต่าง ๆ และยังมีปุ่มกระดูก (บางคนเรียกว่า เงี่ยงกระดูก) งอก โดยเกิดขึ้นระหว่างข้อและรอบ ๆ รูทางออกของประสาทสันหลัง ส่งผลให้กดเส้นประสาทสันหลัง

นอกจากนั้น เมื่อข้อระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละชิ้นยุบตัวแคบลง จึงไปบีบกดให้หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น กดเส้นประสาทสันหลังเพิ่มอีกสาเหตุหนึ่ง หรือเมื่อเป็นมาก อาจปลิ้นจนกดตัวไขสันหลังเอง ซึ่งการปลิ้นของหมอนรองกระดูกเกิดได้ง่ายพร้อมมีการเสื่อมเกิดขึ้นพร้อมพร้อมกับการเสื่อมของกระดูกสันหลัง

ด้วยกระบวนการทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ ในตำแหน่งที่เกิดการเสื่อม ที่พบบ่อยคือ ปวดคอ ปวดเอว ปวดหลัง ข้อยึดติดเคลื่อนไหวได้ยาก เนื้อที่ช่วยพยุงกระดูกสันหลังอาจเกรงเพื่อช่วยพยุงกระดูกสันหลังให้อยู่กับที่ จึงยิ่งเพิ่มอาการปวด เช่น กล้ามเนื้อคอแข็งเกร็งเมื่อการเสื่อมเกิดกับกระดูกคอ

นอกจากนั้น ปุ่มกระดูกแล้วหมอนรองคอกระดูกยังกดเส้นประสาทสันหลัง ส่งผลให้ปวดร้าวตามแนวเส้นประสาทนั้น ๆ (เช่น เมื่อเกิดที่กระดูกเอว อาจมีการปวดร้าวลงขาหรือปวดชาบริเวณก้นกบ) มีอาการกล้ามเนื้อที่สัมผัสกับเส้นประสาทนาน ๆ อ่อนแรง (เช่น เมื่อกระดูกคอเสื่อม อาจมีอาการกล้ามเนื้อแขนและมืออ่อนแรง) และอาจมีอาการชาในเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อที่ประสานนั้น ๆ ควบคุมอยู่ เช่น (ชาบริเวณนิ้วเท้าหรือก้นกบเมื่อกระดูกเอวเคลื่อน)

โดยทั่วไป ตำแหน่งที่เกิดกระดูกสันหลังเสื่อมเกิดได้พร้อมกันหลายๆ ตำแหน่ง โดยมักเป็นตำแหน่งที่รองรับน้ำหนักและมีการเคลื่อนไหวเสมอที่พบบ่อย เช่น กระดูกคอข้อล่างๆ (ข้อที่ 4 , 5 และ 6 โดยกระดูกคอมีทั้งหมด 7 ข้อ) และกระดูกเอวข้อล่างๆ (บริเวณกระเบนเหน็บ ได้แก่ ข้อที่ 4 และข้อที่ 5 โดยกระดูกเอวมีทั้งหมด 5 ข้อ)

โรคกระดูกสันหลังเสื่อมเป็นโรคของผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุโดยโอกาสเกิดใกล้เคียงกันทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • อาชีพที่ต้องออกแรงแบกหาม เช่น กรรมกรและเกษตรกร เพราะข้อกระดูกสันหลังต้องทำงานหนัก รับน้ำหนักสูงเกินควร และต่อเนื่อง
  • อายุ เนื่องจากเมื่อสูงอายุ เซลล์ทุกชนิดรวมทั้งกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกจะค่อยๆ เสื่อมไปตามอายุ จึงพบโรคได้สูงขึ้นตามวัย
  • นั่ง ยืน นอน ผิดวิธี
  • เล่นกีฬาที่ต้องใช้กระดูกสันหลัง เช่น ยกน้ำหนักหรือเทนนิส เต้นรำ หรืออกกำลังกายหักโหม
  • ขาดการออกกำลังกาย จึงเกิดกระดูกบาง กระดูกพรุนได้ง่าย
  • อุบัติเหตุโดยตรงต่อกระดูกสันหลัง เช่น ตกจากที่สูง หรืออุบัติเหตุทางรถยนต์
  • อ้วน
  • สูบบุหรี่ เพราะพิษจากควันบุหรี่ส่งผลให้เซลล์ต่างๆ เสื่อมเร็วกว่าอายุ และเกิดโรคหลอดเลือดแข็ง เนื้อเยื่อต่างๆ จึงขาดเลือดหล่อเลี้ยง เกิดการเสื่อมได้ง่าย รวมทั้งเซลล์กระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก
  • โรคต่างๆ ของกระดูกสันหลังโดยตรง เช่น กระดูกสันหลังหัก หรือโรคกระดูกสันหลังผิดปกติแต่กำเนิด
  • อาจเกี่ยวข้องกันพันธุกรรม เพราะพบโรคได้สูงขึ้นเมื่อมีประวัติในครอบครัวเป็นโรคนี้

อาการ

อาการที่พบบ่อยของโรคกระดูกสันหลังเสื่อมได้แก่ อาการปวดและปวดร้าวเรื้อรัง อาจร่วมกับอาการชา ซึ่งสัมพันธ์กับตำแหน่งที่เกิดกระดูกสันหลังเสื่อมที่พบบ่อยคือ กระดูกคอและกระดูกเอวเสื่อม

อาการกระดูกคอเสื่อม ที่พบบ่อยได้แก่

  • ปวดต้นคอเรื้อรัง อาจมึนร้าวไปถึงปวดศีรษะตอนล่างๆ ที่ติดกระดูกคอ ปวดร้าวลงไหล่ และอาจมีอาการเจ็บกล้ามเนื้อหน้าอกร่วมด้วย
  • กล้ามเนื้อคอแข็งแกร่ง
  • เจ็บ เสียว ชา หรือแปลบเหมือนหนามแทงบริเวณแขน มือ ขา และเท้า
  • กล้ามเนื้อมืออาจลีบกว่าปกติ
  • แขนขาชาและอ่อนแรง หยิบจับของไม่มั่นคงเหมือนเดิม
  • เดินไม่มั่นคงเหมือนเก่า เซได้ง่าย
  • กลั่นอุจจาระ ปัสสาวะ หรือผายลม ไม่ค่อยอยู่

อาการกระดูกเอวเลื่อม ที่พบบ่อย ได้แก่

  • ปวดหลังเรื้อรัง ปวดหลังในส่วนที่เกิดโรค มักปวดบริเวณกระเบนเหน็บ อาจร้าวลงมายังขาและเท้า อาการปวดจะมากขึ้นเมื่อนั่ง ยืน เดิน ก้ม ไอหรือจามแรงๆ หรือหัวเราะดังๆ
  • ขา เท้า และนิ้วเท้าชา ชาและเท้าไม่มีแรง มักเกิดเพียงด้านเดียวกับที่ปวด อาจชารอบ ๆ ก้นกบ
  • อาจมีกล้ามเนื้อขาลีบ
  • กลั่นอุจจาระ ปัสสาสะ หรือผายลม ไม่อยู่

การวินิจฉัย

แพทย์วินิจฉัยโรคกระดูกสันหลังเสื่อมได้จากประวัติอาการ ประวัติอาชีพ การเล่นกีฬา การตรวจร่างกาย การเอกซเรย์ หรือเอ็มอาร์ไอกระดูกสันหลัง และอาจมีการตรวจอื่น ๆ เพิ่มเติมตามดุลยพินิจของแพทย์

แนวทางการรักษา

แนวทางการรักษาโรคกระดูกสันหลังเสื่อมได้แก่ การพักผ่อน การกินยาด้านการอักเสบ ยาบรรเทาปวด การทำกายภาพบำบัดหรือกายภาพฟื้นฟูใช้เครื่องช่วยพยุงในตำแหน่งที่เกิดโรค เช่น ใส่ปลอกคอ (neck collar) ใส่แผ่นช่วยพยุงหลัง (back support) ทั้งนี้ขึ้นกับตำแหน่งที่เกิดอาการ

นอกจากนั้นคือ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายตามที่แพทย์ พยาบาล และนักกายภาพบำบัดแนะนำ เรียนรู้วิธีที่ถูกต้องในการนั่ง นอน ยืน และยกของหนัก

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากโรคกระดูกสันหลังเสื่อมคือ อาการปวดเรื้อรังในตำแหน่งของโรค กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชา หยิบจังของไม่อยู่ (เมื่อการเสื่อมเกิดกับกระดูกคอ) กลั้นปัสสาวะ อุจจาระไม่ได้ ซึ่งอาการต่างๆ เหล่านี้เป็นสาเหตุให้คุณภาพชีวิตลดลง

ความรุนแรงของโรค

โรคกระดูกสันหลังเสื่อมเป็นโรคเรื้อรัง อาการจะเป็นๆ หายๆ ขึ้นอยู่กับการดูแลตนเอง แต่ไม่เป็นสาเหตุให้เสียชีวิต

การดูแลตนเองและการพบแพทย์

  • พักผ่อน จำกัดการใช้กระดูกสันหลังส่วนนั้นจนกว่าอาการจะดีขึ้น
  • หาคนช่วยหรือเครื่องผ่อนแรง หลีกเลี่ยงการยกของหนัก
  • ใช้วัสดุช่วยพยุงกระดูกสันหลังในตำแหน่งเกิดโรค ถึงแม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพราะเมื่อกระดูกสันหลังเสื่อม จะเสื่อมแล้วเสื่อมลงไม่กลับเป็นปกติ การดูแลที่ดีที่สุดคือ ไม่ให้เสื่อมเร็วเกินไป
  • ประคบบริเวณที่มีอาการปวดด้วยน้ำอุ่น แพทย์บางท่านแนะนำการประคบอุ่นสลับประคบเย็น
  • ปฏิบัติตามที่แพทย์ พยาบาล และนักกายภาพบำบัดแนะนำให้ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ
  • ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ควบคุมน้ำหนัก เรียนรู้วิธีที่ถูกต้องในการนั่ง นอน ยื่น และยกของหนัก ปรับชนิดการเล่นกีฬา
  • ไม่สูบบุหรี่
  • กินยาต่าง ๆ ตามที่แพทย์แนะนำให้ถูกต้อง และไม่ควรซื้อยากินเอง เพราะยาบรรเทาอาการปวดจากโรคนี้อาจมีผลข้างเคียง ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร หรือมีปฏิกิริยากับยาตัวอื่น ๆ ได้
  • กินอาหารมีประโยชน์ครบ 5 หมู่ทุกวัน เพื่อให้กระดูกแข็งแรง ควรปรึกษาแพทย์เรื่องกินแคลเซียมเสริมอาหาร
  • ควรออกกำลังกายตามความสามารถของร่างกายเสมอ กระดูกและกล้ามเนื้อจะแข็งแรงขึ้น เสื่อมช้าลง
  • เรียนรู้และเข้าใจโรคเพื่อรักษาสุขภาพจิต เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรัง
  • พบแพทย์ตามนัดเสมอ และรีบพบแพทย์ก่อนนัดเมื่ออาการต่าง ๆ แย่ลงหรือผิดปกติไปจากเดิม
  • รีบพบแพทย์ เมื่อ
  • มีอาการปวดมากขึ้น
  • มีอาการชา แขนขาอ่อนแรง จากที่ไม่เคยมีอาการมาก่อนหรืออาการแย่ลง
  • กลั่นอุจจาระ ผายลม และปัสสาวะ ไม่อยู่
  • เมื่อกังวลในอาการ

การป้องกัน

  • กินอาหารมีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ทุกวัน เพื่อให้กระดูกแข็งแรงขอคำแนะนำจากแพทย์เรื่องกินแคลเซียมเสริมอาหารเมื่ออายุมากขึ้น
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง
  • หลักเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงการเกิดกระดูกสันหลังเสื่อมที่หลีกเลี่ยงได้
  • ประพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่สูบบุหรี่ เรียนรู้วิธีที่ถูกต้องในการนั่ง นอน ยื่น
  • ไม่ยกของหนัก
  • รีบพบแพทย์เมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติ เพื่อลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "โรคของกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ" โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงพวงทอง ไกรพิบูลย์ จากสำนักพิมพ์อัมรินทร์สุขภาพ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่