สุขภาพ

ตัวไรอ่อนในสุนัข: สิ่งที่คุณควรจะรู้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
ตัวไรอ่อนในสุนัข: สิ่งที่คุณควรจะรู้

เมื่อคุณพาสุนัขออกไปเดินเล่นในป่าหรือเดินผ่านทุ่ง แล้วกลับมาถึงบ้าน เพื่อนแสนรักของคุณกลับเกาอย่างเป็นบ้าเป็นหลังเป็นเวลาหลาย ๆ วัน คุณอาจจะเผชิญกับการจู่โจมของตัวไรอ่อนเข้าเสียแล้ว เจ้าสัตว์ที่เป็นตัวก่อกวนสีแดงตัวจิ๋วนี้มีขนาดเล็กมากจนคุณไม่สามารถสังเกตได้ที่ตัวสุนัขเลย แต่เมื่อไหร่ที่มันกลายเป็นสาเหตุของอาการคันที่สร้างความรำคาญใจให้กับสุนัขของคุณ คุณจึงไม่สามารถนิ่งนอนใจได้

มาทำความรู้จักกับตัวไรอ่อนว่ามันคืออะไร และวิธีรักษาปัญหาที่เกิดขึ้นจากมันกัน

ตัวไรอ่อนคืออะไร

ตัวไรอ่อนมีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Trombicula Mite แต่ก็ถูกเรียกว่า แมลงสีแดง ไรเก็บเกี่ยว ไรคัน และไรป่า เจ้าสัตว์ที่สร้างความรำคาญตัวจิ๋วนี้ส่วนใหญ่มักพบได้ในป่าและบริเวณที่มีหญ้าขึ้นสูง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา

ตัวไรอ่อนเมื่อฟักเป็นตัวอ่อนจะกระโดดเกาะและอาศัยในสัตว์หลายตระกูล เช่น นกและสัตว์เลื้อยคลาน เมื่อถูกกัดจะมีอาการคันอย่างมาก ซึ่งสำหรับสุนัขแล้ว ถือเป็นเรื่องที่น่าสงสารมากเมื่อต้องตกอยู่ในการคุกคามของตัวไรอ่อน จากข้อมูลของ  American Association of Veterinary Parasitologists (AAVP) อาจทำให้คุณตกใจว่า ตัวไรอ่อนเมื่อฟักเป็นตัวอ่อนมักจะอยู่อาศัยรวมกันเป็นกลุ่ม ๆ นั่นหมายความว่าพาหะที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มักจะโดนจู่โจมจากฝูงตัวไรอ่อนเพียงแค่ครั้งเดียว

มันตัวเล็กมากจนคุณแทบจะมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น และสำหรับเจ้าของสัตว์ที่ชอบชีวิตที่ตื่นเต้นกับสุนัข การคุกคามจากตัวไรอ่อนเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้ไม่กล้าออกจากบ้านได้อีกเลย

บางทีก็ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวไรอ่อนที่ว่ามันจะขุดเข้าไปในผิวหนังและดูดเลือด อย่างไรก็ตาม ความจริงคือ ตัวไรอ่อนกินเซลล์ผิวหนังและไม่แพร่กระจายเข้าไปในชั้นผิวหนัง เมื่อตัวอ่อนของตัวไรอ่อนกระโดดเกาะผู้ให้อาศัย มันจะปล่อยน้ำลายของมันลงที่ผิวหนัง เมื่อแห้งก็จะกลายเป็นหลอด หรือที่เรียกกันว่า stylostome ซึ่งตัวไรอ่อนจะใช้หลอดนี้ดูดน้ำเหลืองจากผู้ให้อาศัย มันสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกหลายวันจากการดูดกินหนึ่งครั้ง เมื่อมันเสร็จภาระกิจแล้วมันจะดีดตัวเองออกมาจากผู้ให้อาศัยแล้วก้าวไปสู่อีกช่วงระยะเวลาหนึ่งของวงจรชีวิตนั่นคือ ระยะ prenymphal ในขณะเดียวกันหลอดที่ใช้ดูดอาหารจะติดอยู่กับผู้ให้อาศัย ซึ่งนั่นคือสาเหตุของอาการคันที่ยังคงอยู่

รอยกัดของตัวไรอ่อนสามารถพบได้ในช่วงหน้าร้อนและฤดูใบไม้ร่วง อาการที่เห็นได้ชัดคือ อาการคันขั้นรุนแรง การเกาที่รอยกัดสามารถทำให้บาดแผลเกิดการติดเชื้อขั้นทุติยภูมิ แต่ตัวไรอ่อนเองไม่ได้เป็นพาหะของโรคใด ๆ

วิธีการรักษารอยกัดของตัวไรอ่อน

ร่างกายของสุนัขมีการป้องกันอยู่แล้วชั้นหนึ่งจากขนของมัน แต่มันก็สามารถเกาะติดอยู่บนหัวของสุนัขได้ โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังชั้นในและบริเวณรอบดวงตาและหู การเอามันออกไปให้เร็วที่สุดเท่าไหร่ยิ่งถือเป็นการดี

การกำจัดเอาตัวไรอ่อนออกจากบริเวณที่มีความไว แนะนำให้เช็ดบริเวณนั้นด้วยผ้านุ่มหรือผ้าเปียกเช็ดผิวหนังชนิดที่สัตวแพทย์แนะนำ การอาบน้ำอุ่นก็ถือเป็นการช่วยอย่างหนึ่ง ในกรณีที่ถูกคุกคามอย่างหนัก สัตวแพทย์อาจจะสั่งจ่ายยาเพรดนิโซน (Prednisone) มีวัตถุประสงค์เพื่อต้านการอักเสบของผิวหนังจากการเกา การรักษาทั่วร่างกายจะใช้ยาที่มีส่วนผสมของสารฆ่าไร (ยาที่ใช้สำหรับฆ่าไรและเห็บ เช่น Frontline, Revolution และ Seresto) เพื่อฆ่าตัวไรอ่อน เช่นเดียวกันกับการใช้เพื่อฆ่าไร และยังสามารถขับไล่มันได้ในเวลาเดียวกัน

โชคดีที่ว่า ตัวไรอ่อนไม่กระโดดจากสัตว์สู่คน ถึงแม้ว่าอาการคันจะยังคงมีอยู่ได้ถึงหนึ่งอาทิตย์ แต่ก็ไม่ได้ยากอะไรที่จะกำจัดตัวไรอ่อนเอง อาการเป็นอาการชั่วคราวเท่านั้น ตัวไรอ่อนไม่สามารถมีชีวิตอยู่กับสุนัขไปทั้งชีวิต

เจ้าของสุนัขอาจจะลองใช้ทางเลือกอื่นในการรักษาอาการคันที่สร้างความรำคาญใจให้กับสุนัข การรักษาที่มาจากของใช้ในบ้านได้แก่ การใช้ดีเกลือ ข้าวโอ๊ต และชาเขียว ผสมลงในน้ำอาบ ซึ่งอาจจะได้ผลหรือไม่ได้ผลก็ได้ คุณควรตรวจสอบกับสัตวแพทย์ก่อนที่จะลองใช้วิธีการรักษาอื่น ๆ แก่สุนัขของคุณ

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ