Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพ

แมวเป็นหวัดทำอย่างไรดี?

ทำความรู้จัก “หวัดแมว” สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกัน
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 568,155 คน

แมวเป็นหวัดทำอย่างไรดี?

บางครั้งเจ้าเหมียวมีอาการเหมือนเป็นหวัด นั่นอาจเป็นโรคหวัดแมว (Cat Flu) ซึ่งที่จริงแล้วเป็นชื่อเรียกรวมของโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ มักพบในแหล่งที่มีแมวเลี้ยงรวมกันหนาแน่น เช่น บ้านที่เลี้ยงแมวหลายตัว ฟาร์ม หรือศูนย์พักพิง มีสาเหตุจากเชื้อโรคหลายชนิด แต่ที่พบได้บ่อยในไทย คือ ไวรัส ได้แก่ FHV-1 (Feline Herpesvirus) และ FCV (Feline Calicivirus) หรือแบคทีเรีย ได้แก่ Bordetella bronchiseptica และ Chlamydophilla felis

อาการหวัดแมว

อาการที่แสดงออกขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้

  1. ชนิดและสายพันธุ์ของเชื้อ
  2. ปริมาณเชื้อที่ได้รับ
  3. ระดับภูมิคุ้มกันของตัวแมว หากได้รับการฉีดวัคซีนอย่างเหมาะสม ระดับภูมิคุ้มกันย่อมดีกว่าไม่ได้ฉีด หรือหากแมวมีความเครียด ระดับภูมิคุ้มกันจะลดลง ซึ่งเจ้าเหมียวเป็นสิ่งมีชีวิตที่เครียดง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ สิ่งที่มีผลต่อความเครียด เช่น การมีสมาชิกใหม่เข้ามาในฝูง การกระทบกระทั่งในฝูง การวางยาสลบ หรือแม้แต่การคลอด ก็สามารถทำให้เครียดได้ นอกจากนี้โรคไวรัสบางอย่าง เช่น FIV (เอดส์แมว) ก็มีผลให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันต่ำได้โดยตรง
  4. สภาพการเลี้ยงดู หากเลี้ยงหนาแน่น ก็จะทำให้เกิดการติดต่อได้ง่าย รวมถึงอาจทำให้แมวเครียดได้ง่ายด้วย

หากมีการติดเชื้อร่วมกันหลายชนิดอาการจะยิ่งรุนแรงขึ้น โดยอาจมีหลายอาการร่วมกันดูคล้ายแมวเป็นหวัด หรือเป็นแค่บางอย่างก็ได้ อาการที่ไม่จำเพาะ เช่น ซึม เบื่ออาหาร มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก ส่วนอาการที่ค่อนข้างจำเพาะของเชื้อแต่ละชนิด ได้แก่

  • หากแมวติดเชื้อ FHV-1 มักพบอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจส่วนต้น เช่น เยื่อบุจมูกอักเสบ (Rhinitis) แบบเฉียบพลัน ร่วมกับอาการเยื่อบุตาอักเสบ (Conjunctivitis) ในลูกแมวอาการจะรุนแรงกว่าแมวโต (อาจถึงขั้นตาบอดได้)
  • หากแมวติดเชื้อ FCV พบอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจส่วนต้น แบบเฉียบพลัน ร่วมกับการอักเสบในช่องปาก(Stomatitis) แผลหลุมที่ลิ้นหรือแผลหลุมในช่องปาก เดินกะเผลกเฉียบพลัน (Limping Syndrome) หากเป็นสายพันธุ์ที่ก่อโรครุนแรง (Highly virulent FCV) แมวโตอาจอาการหนักกว่าลูกแมว โดยมีการอักเสบหลายระบบ พบแผลหลุมที่อุ้งเท้า ฝ่าเท้า ผิวหนัง จมูก ริมฝีปาก ใบหู ตา ปอดบวมน้ำ หายใจลำบาก มีจุดเลือดออกตามตัว มีเลือดกำเดา และถ่ายเป็นเลือด
  • หากแมวติดเชื้อ Chlamydophila felis อาจมีอาการของทางเดินหายใจไม่เด่นชัด แต่เชื้อมักมีผลต่อเซลล์เยื่อบุตา ทำให้มีอาการเจ็บตา เยื่อตาบวม มีการบวมของหนังตาที่3 อาการเหล่านี้อาจเริ่มแสดงอาการที่ข้างใดข้างหนึ่ง และต่อมากลายเป็นทั้ง 2 ข้าง
  • หากแมวติดเชื้อ Bordetella bronchiseptica อาการไอที่พบอาจเป็นได้ทั้งแบบเฉียบพลัน หรือเรื้อรัง ต่อมน้ำเหลืองโต อาการอาจหายได้เองใน 10 วัน หรือรุนแรงจนเสียชีวิตก็ได้

การรักษาหวัดแมว

ไม่มียาที่รักษาหวัดแมวได้ผล 100% จึงเป็นการรักษาตามอาการและพยุงอาการเป็นหลัก เช่น ยาต้านไวรัส ยากระตุ้นภูมิ ยาปฏิชีวนะ ยาขยายหลอดลม ยาแก้ไอ และยาละลายเสมหะ นอกจากนี้ต้องระวังอย่าให้เจ้าเหมียวอดอาหารนานเกินไป (แม้จะเป็นไปด้วยความจำใจ เนื่องจากเจ็บปาก และไม่ได้กลิ่น จึงไม่อยากกิน) เนื่องจากจะทำให้เกิดการอักเสบของตับ ตับอ่อน และลำไส้เล็กร่วมกัน (Triaditis) เป็นภาวะแทรกซ้อนขึ้นมาได้

ช่วงที่มีการอักเสบหรือมีแผลหลุมในช่องปาก (อาจเห็นเจ้าเหมียวน้ำลายยืดๆ ไม่ยอมให้จับปาก) แนะนำให้ป้อนอาหารอ่อนและย่อยง่าย โดยอาจต้องอุ่นอาหารเพื่อให้มีกลิ่น เพิ่มความน่ากิน และกระตุ้นความอยากอาหาร หากเหล่าทาสแมวไม่สามารถป้อนอาหารเจ้านายได้ อาจจำเป็นต้องพาเจ้านายไปพักรักษาที่โรงพยาบาล เพื่อสอดท่อให้อาหาร

การแพร่ระบาดของหวัดแมว

การติดต่อหวัดแมวเกิดจากการสัมผัสเชื้อ ซึ่งออกมากับสิ่งคัดหลั่งของแมวป่วยโดยตรง ส่วนการติดต่อผ่านการหายใจสามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน แต่ไม่ใช่วิธีหลัก พบว่าลูกแมวสามารถติดเชื้อจากแม่ได้จากการคลอดหรือการให้นม เพราะเป็นช่วงที่แม่แมวมีความเครียด ทำให้มีการขับเชื้อออกมากับสารคัดหลั่งต่างๆ และเป็นช่วงที่แม่-ลูกต้องใกล้ชิดกันมาก แต่การติดเชื้อนี้จะก่อให้เกิดโรคหรือแสดงอาการมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันที่ลูกแมวได้รับจากนมน้ำเหลือง ดังนั้นหากแม่แมวได้รับวัคซีนสม่ำเสมอ และลูกแมวได้รับนมน้ำเหลืองที่มีภูมิคุ้มกัน ก็อาจเป็นเพียงตัวกักเชื้อ คือติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ

การป้องกันและการจัดการกับโรคหวัดแมว

มีวัคซีนที่เป็นตัวช่วยป้องกันหวัดแมวได้ คือ FHV-1 และ FCV ซึ่งจัดเป็นวัคซีนหลัก เริ่มให้แมวครั้งแรกที่อายุ 6-8 สัปดาห์ จากนั้นกระตุ้นซ้ำทุก 2-4 สัปดาห์ จนกระทั่งอายุ 16 สัปดาห์

ในแมวโตเต็มวัยให้ให้วัคซีน 2 ครั้ง ห่างกัน 2-4 สัปดาห์ ทั้งลูกแมวและแมวโตเต็มวัยควรได้รับการกระตุ้นวัคซีนซ้ำที่อายุ 6 เดือนหรือ 1 ปี จากนั้นจึงกระตุ้นวัคซีนซ้ำปีละครั้ง (ทั้งนี้โปรแกรมการฉีดวัคซีน อาจมีการปรับเปลี่ยน หรือมีรายละเอียดการนัดหมายแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสัตวแพทย์)

แม้การฉีดวัคซีนอาจไม่สามารถป้องกันได้ 100% เนื่องจากเชื้อก่อโรคมีหลายประเภท หลายสายพันธุ์ แต่แมวที่ได้รับวัคซีนอย่างถูกต้องและต่อเนื่องสม่ำเสมอจะสามารถหายป่วยได้เร็วกว่า หรือแสดงอาการป่วยน้อยกว่าตัวที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน

เนื่องจากโรคนี้ติดต่อผ่านสารคัดหลั่ง หากมีตัวใดตัวหนึ่งเป็นโรคหวัดแมว จึงต้องรีบแยกตัวที่ป่วยออกจากฝูง และแยกเลี้ยงจนกว่าจะหายเป็นปกติ กรณีเชื้อ FCV มีระยะฟักตัว 2-10 วัน ดังนั้นระหว่างนี้ให้สังเกตอาการตัวที่มีโอกาสสัมผัสกับตัวป่วยจนผ่านไป 10 วัน ถ้าไม่พบตัวป่วยเพิ่ม แสดงว่าปลอดภัย ระหว่างที่พบตัวป่วยในฝูง อาจฆ่าเชื้อโดยใช้น้ำยาฟอกขาวเจือจางในอัตราส่วน 1:32 ทำความสะอาดพื้นผิว และมีเวลาให้น้ำยาได้สัมผัสกับพื้นผิวอย่างน้อย 10 นาที

ข้อควรระวังเมื่อเกิดหวัดแมว

  1. อาการที่แสดงออกเหมือนกัน ไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดจากสาเหตุเดียวกันเสมอไป เช่น อาการหอบหรือหายใจแรง อาจเป็นได้ตั้งแต่เรื่องเล็ก เช่น อากาศร้อน ออกกำลัง (เล่น) มากเกินไป เครียด หรืออาจเป็นปัญหาใหญ่ (จนถึงตายได้) เช่น มีไข้ เลือดจาง โรคหัวใจ หอบหืด ปอดอักเสบ น้ำท่วมปอด มีก้อนเนื้อที่ปอด มีน้ำในช่องอก ฯลฯ ดังนั้นอย่าละเลยกับอาการผิดปกติเล็กๆน้อยๆ เพราะอาจไม่น้อยอย่างที่คิด
  2. แมวไม่ใช่คนตัวเล็ก แม้ยาบางอย่างจะสามารถใช้ด้วยกันได้ แต่ขนาดยาที่ใช้ก็ต่างกันมาก นอกจากนี้ยาคนบางอย่างก็เป็นยาพิษที่ฆ่าแมวได้ ที่พบบ่อย คือ พาราเซตามอล (Paracetamol) ซึ่งมีหลายชื่อการค้า มีทั้งในรูปแบบตัวยาเดียว และตัวยาผสม ดังนั้นทางที่ดีอย่าเอายาคนให้แมวกิน เพราะจะเกิดโทษ (ถึงตายได้) มากกว่าประโยชน์

ที่มาของข้อมูล

หนังสือเวชศาสตร์โรคแมว, สพ.ญ.ดร.รสมา ภู่สุนทรธรรม, โรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ, พฤษภาคม 2561

Veterinary Practitioner News, โรคติดเชื้อ Feline Calicivirus,ปีที่ 16 ฉบับที่ 186 มีนาคม 2561

Vpatthailand, ผลสรุปการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การจัดทำแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการให้วัคซีนในสุนัขและแมว (https://www.vpatthailand.org/media/default/1335/vaccination%20Guideline%20Bookkt.pdf), 24 กรกฎาคม 2559.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม