อาหารการกิน

พิษจากดอกลิลลี่ที่มีผลต่อไต

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
พิษจากดอกลิลลี่ที่มีผลต่อไต

ดอกลิลลี่นั้นมีมากมายหลายชนิด อาทิ เช่น ลิลลี่อีสเตอร์ เดย์ลิลลี่ เอเชียติกลิลลี่ ไทเกอร์ลิลลี่ คาลล่าลิลลี่ หรือ ลิลลี่แห่งหุบเขา ถ้าสังเกตเพียงแค่รูปร่างลักษณะภายนอกของดอกลิลลี่นั้นจะพบว่ามีความสวยงามน่ามองเป็นอย่างมาก แต่หารู้ไม่ว่าถ้าแมวเกิดไปกินส่วนใดส่วนหนึ่งของดอกลิลลี่ขึ้นมานั้นแมวจะมีโอกาสถึงแก่ชีวิตได้ด้วยภาวะไตวายล้มเหลวถ้าหากให้การรักษาไม่ทัน เพียงแค่แมวได้กินใบของดอกลิลลี่เพียงแค่ 2 ใบ ก็สามารถทำให้แมวมีอาการป่วยได้และถ้าหากไม่ได้รับการรักษาแมวอาจถึงแก่ชีวิตในช่วงเวลาสั้นๆเพียงแค่ 3 วัน

เจ้าของควรทำการเฝ้าระวังอาการ ดังต่อไปนี้

  • มีอาการน้ำลายไหลมาก
  • อาเจียน
  • ไม่อยากอาหาร
  • ขับถ่ายปัสสาวะถี่ขึ้น หลังจากนั้น 1-2 วัน ไม่พบปัสสาวะ
  • มีภาวะแห้งน้ำ

สาเหตุหลัก

การที่จะบอกได้ว่าดอกลิลลี่ที่เรามีอยู่นั้นมีพิษรึแปล่า เราสามารถดูได้จากชื่อวิทยาศาสตร์ โดยที่ชื่อทางวิทยาศาสตร์จะแบ่งออกเป็น 2 พยางค์ พยางค์แรกที่เป็นตัวอักษรตัวใหญ่จะเป็นชื่อของสกุล และพยางค์ที่2 คือสายพันธุ์ ซึ่งจะไม่เขียนด้วยตัวใหญ่

บางครั้งเราอาจจะพบชื่อมากกว่า 2 พยางค์ ซึ่งเป็นชื่อที่แบ่งย่อยลงไปอีกจากสายพันธุ์  โดยจะไม่มีความสำคัญอะไรในการจำแนกพิษ พยางค์ที่สองของชื่อ บางครั้งอาจเป็นชื่อย่อของสายพันธุ์ ซึ่งหมายความว่าสายพันธุ์จริงๆไม่ได้ถูกระบุเอาไว้ บางครั้งพยางค์แรกอาจมีการย่อด้วยตัวอักษรแรกได้เมื่อมีดอกลิลลี่หลายสายพันธุ์ในสกุลเดียวกัน

ดอกลิลลี่ที่ควรระมัดระวังมากที่สุด ส่วนมากจะเป็นดอกลิลลี่ที่อยู่ในสกุล Lilium จะประกอบไปด้วย อีสเทิร์นลิลลี่ ไทเกอร์ลิลลี่ และ เอเชียทิกลิลลี่

จะทำอย่างไรเมื่อได้รับสารพิษจากดอกลิลลี่

1.ถ้าเจ้าของพบเห็นหลังจากแมวกินดอกลิลลี่ไปไม่นาน แล้วแมวยังไม่แสดงอาการอาเจียน เจ้าของควรรีบทำการโทรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อสอบถามว่าควรที่จะกระตุ้นให้แมวเกิดการอาเจียนก่อนที่จะนำไปส่งโรงพยาบาลหรือเปล่า

2.เจ้าของควรติดต่อโรงพยาบาลสัตว์ที่ใกล้ที่สุด

3.ยิ่งแมวได้รับการรักษาเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่แมวจะรอดก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งถ้าหากเจ้าของสามารถนำชิ้นส่วนของดอกลิลลี่ไปยังโรงพยาบาลสัตว์ได้ เจ้าของควรนำติดตัวไปด้วย

การดูแลจากสัตวแพทย์

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะต้องทำการหาชิ้นส่วนของดอกลิลลี่จากกองอาเจียนของสุนัขเพื่อทำการยืนยันผลการวินิจฉัย เนื่องจากสารพิษจากดอกลิลลี่จะมีผลทำลายไต และ หลอดเลือด อีกทั้งต้องทำการเก็บปัสสาวะมาเพื่อทำการประเมินประสิทธิภาพทำงานของไตอีกด้วย

การรักษา

ถ้าแมวเพิ่งทำการกินส่วนของดอกลิลลี่เข้าไปแล้วยังไม่แสดงอาการอาเจียน สัตวแพทย์จะแนะนำให้เจ้าของกระตุ้นให้แมวอาเจียน หรืออาจจะมีการให้กินผงถ่านเพื่อดูดซึมสารพิษที่เหลืออยู่ในส่วนของลำไส้ เพื่อให้แมวมีชีวิตอยู่รอดควรให้สารน้ำปริมาณมากเข้าทางหลอดเลือดดำเป็นเวลานาน 1-2 วันเพื่อป้องกันภาวะแห้งน้ำและการหยุดการทำงานของไต ถ้าไม่พบการถ่ายปัสสาวะเลยจะถือว่าการรักษานั้นไม่ได้ผล

สาเหตุอื่น

คาลล่าลิลลี่ และ อาลัมลิลลี่ จะมีส่วนประกอบของผลึกที่ทำให้เกิดความระคายเคืองที่บริเวณปาก และทางเดินอาหาร ซึ่งส่งผลทำให้เกิดอาการน้ำลายไหล อาเจียน และท้องเสียตามมา อย่างไรก็ตามดอกลิลลี่ชนิดนี้จะไม่ส่งผลเสียต่อไต

ส่วนดอกลิลลี่แห่งหุบเขาจะส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ ทำให้การเต้นของหัวใจผิดปกติ ความดันเลือดต่ำ และสามารถเกิดอาการชักขึ้นได้

การจัดการ

ถ้าการรักษาสำเร็จจะไม่มีผลเสียตามมาในระยะยาว ควรเฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่องในแมวที่มีอาการถ่ายปัสสาวะผิดปกติ โดยเฉพาะผิดปกติในเรื่องความถี่ในการขับถ่าย

การป้องกัน

ไม่ควรนำดอกลิลลี่ไว้ภายในบ้าน แต่ถ้ามีดอกลิลลี่อยู่ภายในบ้านควรที่จะมั่นใจว่าแมวของคุณไม่สามารถหยิบถึงและควรบอกเล่าถึงความเป็นพิษของดอกลิลลี่ให้แก่สมาชิกในบ้านให้ได้รู้

โดยส่วนมากแมวจะไม่ค่อยกัดแทะดอกลิลลี่ที่อยู่ในสวน โดยเฉพาะถ้ามีอย่างอื่นที่แมวชอบมากกว่า เช่น หญ้า หรือ กัญชาแมว แต่ทางที่ดีที่สุด ก็คือไม่ควรมีดอกลิลลี่อยู่ในสนามหญ้าเลย

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ