การดูแล

เกร็ดความรู้ในการดูแลสุนัขแก่

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
เกร็ดความรู้ในการดูแลสุนัขแก่

เกร็ดความรู้ในการดูแลสุนัขแก่: การจัดการกับปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของสุนัขที่มีอายุมาก

สุนัขแก่ย่อมต้องการการดูแลที่แตกต่างไปจากสุนัขที่อายุน้อยกว่า เป็นเรื่องที่ไม่น่าประหลาดใจเสียเท่าไหร่ แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าสุนัขของคุณได้เข้าสู่วัยชราแล้ว

การเข้าสู่วัยชรานั้นแตกต่างกันในสุนัขแต่ละตัว โดยทั่วไปแล้ว สุนัขสายพันธุ์ใหญ่พิเศษจะแก่เร็วกว่าสุนัขสายพันธุ์เล็ก สุนัขพันธุ์เกรดเดน (Great Dane) จะถือว่าเข้าสู่วัยชราที่อายุ 5-6 ปี ในขณะที่พันธุ์ชิวาว่า (Chihuahua) ในอายุเท่ากันจะถือว่าเป็นวัยกลาง และจะไม่นับว่าเข้าสู่วัยชราจนกว่าจะอายุ 10-11 ปี สุนัขสายพันธุ์ใหญ่จะอยู่ระหว่างตรงกลางของทั้งสองสายพันธุ์ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ (Golden Retriever) จะนับว่าเข้าสู่วัยชราเมื่อตอนอายุ 8-10 ปี พันธุกรรม สารอาหาร และสิ่งแวดล้อม: ล้วนเป็นปัจจัยในความเร็วของการเข้าสู่วัยชรา

อะไรที่คุณคาดหวังเมื่อสุนัขของคุณแก่ตัวลง? สุนัขของคุณอาจจะเริ่มมีอาการของโรคข้อเสื่อมหรือโรคที่ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมลง และเป็นสาเหตุที่ทำให้มันเคลื่อนไหวได้ช้าลง มันอาจจะไม่สามารถเดินได้ไกลหรือเล่นได้นานเหมือนแต่ก่อน มันอาจจะลุกขึ้นหรือหาท่าที่จะนอนหลับที่สบายได้อย่างยากลำบาก มันอาจจะแสดงออกถึงความไม่เต็มใจที่เดินขึ้นลงบันได้หรือแสดงอาการขึ้นลงรถได้อย่างลำบากลำบน

สัตว์เลี้ยงที่แก่ตัวลง ถ้าไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง โรคที่เกี่ยวกับฟันก็อาจจะสร้างปัญหาได้ คุณอาจจะแปลกใจถ้าได้รู้ว่า สัตวแพทย์พบสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าโรคที่เกี่ยวกับฟันสามารถเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงส่วนมากที่อายุเพิ่งจะเริ่มเข้า 2-3 ปีเท่านั้น ถ้าคุณไม่ดูแลรักษาสุขภาพช่องปากของสุนัขของคุณให้ดีเสียตั้งแต่ตอนนี้ พอสุนัขของคุณเริ่มเข้าสู่วัยชรา มันอาจจะสูญเสียฟันไปแล้ว โรคที่เกี่ยวกับช่องปากทำให้เกิดความเจ็บปวดต่อสุนัข และเป็นสาเหตุทำให้สุนัขเคี้ยวอาหารได้อย่างยากลำบาก ซึ่งมีผลทำให้น้ำหนักตัวลดและขนที่ยาวรุงรังโรคที่เกี่ยวกับฟันไม่ใช่เป็นโรคเดียวที่ส่งผลให้น้ำหนักตัวลด สุนัขชราส่วนมากทนทุกข์ทรมานจากโรคที่เกี่ยวกับไต ตับ หัวใจ และโรคอื่น ๆ ซึ่งต่างก็ทำให้น้ำหนักของสุนัขลดลงและในทางตรงกันข้าม สุนัขที่เข้าวัยชราอาจมีความกระตือรือร้นลดน้อยลงตามวัย ส่วนมากจะกลายเป็นสุนัขที่ไม่ยอมขยับตัวไปไหน และในท้ายที่สุดก็มีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นตามมา เบาหวานเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับสุนัขทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่ในวัยชรา

คุณจะทำอย่างไรได้บ้างเพื่อช่วยสุนัขชราของคุณ วิธีเหล่านี้อาจพอจะช่วยคุณได้:

หมั่นไปพบสัตวแพทย์อย่างสม่ำเสมอ คุณต้องนำสุนัขของคุณไปตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง แม้ว่ามันจะดูแข็งแรงดีก็ตาม เนื่องจากโรคหลายโรคมักซ่อนตัวอยู่ในร่างกายและไม่แสดงอาการให้เห็น จำไว้ว่า การป้องกันนั้นใช้เงินน้อยกว่าการรักษา!

ทุกครั้งที่ไปพบกับสัตวแพทย์ ให้ถามถึงการประเมินสภาพร่างกายของสุนัข การวัดสภาพร่างกายของสุนัขชราว่า น้ำหนักเกิน น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ หรือ น้ำหนักที่ตรงตามเกณฑ์ นั้นสำคัญมาก จริง ๆ แล้วคุณควรจะถามสัตวแพทย์ถึงวิธีการประเมินสภาพร่างกายของสุนัขด้วยตัวคุณเองที่บ้านว่าทำอย่างไร

ให้อาหารที่มีคุณภาพดีกับสุนัขชรา อ่านฉลากที่ถุงอาหารสุนัขและเลือกชนิดที่เหมาะสมกับอายุและการใช้ชีวิตของสุนัขของคุณ

ให้อาหารที่ทำให้สุนัขชรามีน้ำหนักตรงตามเกณฑ์ สุนัขที่มีน้ำหนักเกินมีโอกาสที่จะเป็นโรคมากมาย เช่น เบาหวาน โรคที่เกี่ยวกับหัวใจ โรคที่เกี่ยวกับผิวหนัง แม้กระทั่งมะเร็ง สัตวแพทย์จะช่วยคุณเลือกอาหารที่เหมาะสมกับสุนัขของคุณ โดยเฉพาะสุนัขที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์นั้น คุณจะต้องให้อาหารกับมันอย่างระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าสุนัขได้รับสารอาหารครบถ้วนในขณะที่อยู่ในช่วงควบคุมอาหารเพื่อให้น้ำหนักลดลง ตัวอย่างเช่น อาหารพิเศษที่มีแคลอรี่ต่ำ แต่มีแอล คาร์นิทีน (L-carnitine) สูง เหมาะสมกับสุนัขที่เป็นโรคเบาหวานหรือสุนัขน้ำหนักเกินเกณฑ์ สุนัขที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ควรได้รับอาหารที่มีการคัดสรรประเภทของคาร์โบไฮเดรตหรือคาร์โบไฮเดรตผสมเพื่อจะทำให้มันอิ่มและอยู่ท้อง

ควรจะให้กรดไขมันอิ่มตัว เช่น DHA และ EPA กับสุนัขชราของคุณ เพราะมันถูกเชื่อว่ากรดไขมันเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับสุนัขที่มีปัญหาเกี่ยวกับเคลื่อนไหว เช่น โรคข้อเสื่อมหรือโรคที่เกี่ยวกับไขข้ออื่น ๆ อาหารเสริมเช่น กลูโคซามีน (glucosamine) และ คอนดรอยติน (chondroitin) ก็เป็นประโยชน์กับสุนัขชราอีกด้วย

ให้อาหารพิเศษกับสุนัขของคุณ ถ้ามันมีโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและไต ตัวอย่างเช่น อาหารที่มีโซเดียมต่ำนั้นช่วยส่งเสริมสุขภาพให้กับสุนัขที่เป็นโรคหัวใจ ส่วนสุนัขที่เป็นโรคไตควรจะได้รับอาหารที่มีส่วนควบคุมฟอสฟอรัส แคลเซียม และเกลือแร่ของเลือด สัตวแพทย์สามารถช่วยคุณเลือกอาหารที่เหมาะสมที่สุดกับสุนัขแต่ละตัว ซึ่งต่างก็มีปัญหาแตกต่างกัน

ดูแลสุขภาพช่องปากให้สุนัขของคุณ การแปรงฟันให้สุนัขของคุณอาจฟังดูตลก แต่มันจะช่วยรักษาสุขภาพช่องปากให้กับสุนัขของคุณ ถ้าคุณไม่สามารถแปรงฟันให้มันได้ ใช้ขนมหรือของเล่นที่ช่วยทำให้ปากสะอาด

พาสุนัขของคุณไปออกกำลังกาย เพราะมันจะช่วยทำให้สุนัขที่มีอายุมากนั้นสมส่วน ช่วยรักษาข้อต่อและกล้ามเนื้อให้อยู่ในสภาพแข็งแรง อย่างไรก็ตาม การจัดสรรการออกกำลังกายให้กับสุนัขนั้นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของสุนัขแต่ละตัว สำหรับสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ การเดินรอบช่วงตึก เป็นแค่การเริ่มต้นของการออกกำลังกาย แต่สำหรับชิวาว่าตัวเล็กจิ๋ว การเดินรอบช่วงตึกอาจจะเป็นเหมือนการเดินทางระยะยาวที่เป็นไปอย่างช้า ๆ ด้วยความยากลำบาก ถ้าสุนัขชราของคุณไม่คุ้นเคยกับการออกกำลังกาย เริ่มต้นด้วยการออกกำลังเบา ๆ แล้วค่อยเพิ่มความจริงจังขึ้น แต่ก็ต้องหลังจากได้รับคำปรึกษาจากสัตวแพทย์แล้วเท่านั้น พึงระวัง สุนัขสายพันธุ์กะโหลกแบนหรือสุนัขจมูกสั้นทั้งหลายกับการออกกำลังกายในวันที่มีอากาศร้อน

หาของเล่นที่ทำให้สุนัขชราไม่ว่าง เช่น จิ๊กซอร์อาหาร ที่มีประโยชน์ไม่ใช่แค่เพื่อความสนุกสนานแต่ยังช่วยให้ทำให้ช่วยเรื่องการลดน้ำหนักได้อีกด้วย

หาเครื่องอำนวยความสะดวกชนิดพิเศษสำหรับสุนัขชราให้กับมัน ตัวอย่างเช่น สุนัขที่เป็นโรคข้อเสื่อมอาจจะต้องนอนในที่นอนนุ่ม ๆ ที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ หรือไม่ก็ผ้าห่ม ผ้าขนหนูที่มันจะสามารถใช้นอนได้อย่างสบาย การทำทางลาดให้กับมัน ก็จะทำให้การขึ้นบันได้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น หรือแม้กระทั่งการปูพรมลงบนพื้นแข็ง ๆ ในบ้านก็จะช่วยให้สุนัขที่มีปัญหาเรื่องข้อเสื่อมสามารถเดินไปไหนมาไหนได้สะดวกมากขึ้น

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ