มะเร็งและโรคร้าย

มะเร็งกับแพทย์แผนจีน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที
Istock 538260361 %281%29

มะเร็งกับแพทย์แผนจีน

ผู้เขียนเรียนแพทย์แผนปัจจุบันมา  เบื้องลึกทางความคิด  เคยมองว่า  แพทย์แผนจีนมีหรือจะสู้แผนปัจจุบันได้  แผนปัจจุบันเก่ง  เจ๋ง  เท่  กว่ามาก  เคยมีเพื่อนหมอจีนชวนให้หันมารักษาแบบหมอจีนควบคู่กัน  เขายินดีถ่ายทอดความรู้ให้  ผู้เขียนพยายามเลี่ยงเพราะเห็นว่ายุ่งยาก  ไม่เหมือนแผนปัจจุบัน  มีตัวช่วยในการวินิจฉัยเยอะ  วินิจฉัยเสร็จควรให้ยาก็ให้ไป  ควรผ่าตัดก็ตัดทิ้งไปเท่านั้นจบ

ทว่าโดยประสบการณ์ส่วนตัว  รักษาด้วยแผนหลักไม่หาย  ต้องพึ่งแพทย์แผนจีนรักษาหลายครั้ง

ช่วงอายุ 24-25 ปี  ไปทำงานในชนบทตามภูดอย  ถิ่นกันดาร  วันหนึ่งขณะกำลังมีรอบเดือนจำเป็นต้องเดินทางไปทำงานไกลท่ามกลางฝนที่ตกหนัก  เดินตากฝนเปียกไปทั้งตัว  ประจำเดือนหยุดตั้งแต่ตอนนั้น  พอถึงที่หมายจึงอาบน้ำสระผม  น้ำจากภูเขาเย็นมาก  หลังอาบเสร็จรู้สึกไม่สบาย  มีอาการสะบัดร้อนสะบัดหนาวเหมือนจะเป็นหวัด  หนักตัว  รู้สึกว่าเนื้อตัวอ่อนแรง  เดินไม่ค่อยไหว  มึนหนักศรีษะ  โดยเฉพาะขาหนักมากจนยกไม่ค่อยขึ้น  จะเดินแต่ละก้าวต้องใช้มือดึงกางเกงช่วย  ตอนนั้นคิดแต่ว่าเป็นหวัดธรรมดา  จึงรักษาด้วยการกินยาแก้หวัดของแผนปัจจุบัน

ผ่านไปครึ่งเดือนอาการไม่ดีขึ้น  หญิงชาวบ้านสูงวัยท่านหนึ่งเป็นหมอยาป่าประจำหมู่บ้าน  ชาวบ้านแถบนั้นล้วนใช้บริการของเธอเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย  เห็นสภาพอิดโรยอ่อนแรง  ซึมเซานั่งเป็นไก่เหงาไม่มีชีวิตชีวาของผู้เขียนแล้ว  เธอบอกว่าจะเชื่อเธอไหม  ถ้าเชื่อจะลองรักษาให้  โดยให้กินยาป่าสมุนไพรพื้นบ้าน  และสั่งให้นอนห่มผ้นให้อุ่นผ่านไป 30 นาที  มีไข่ตุ๋นร้อนๆ โรยด้วยพริกไทยบุบเกือบ 1 กำมือ  มีผงสีดำโรยข้างบนเล็กน้อยมาวางเบื้องหน้า  ให้โผล่แต่หน้าออกมากิน  กินหมดถ้วยแล้วคลุมโปงต่อทันที

หลังกินเสร็จไม่นาน  มีอาการร้อนผ่าว  เหงื่อแตกพลั่กๆ เปียกทั้งตัว  ตัวเบาขึ้นทันตาเห็น  พอเหงื่อแห้งจึงออกจากผ้าห่ม  อาการมึนหนักศรีษะ  หนักเนื้อตัว  หนักแข้งหนักขา  หายเป็นปลิดทิ้งเลย  เบาสบายตัวทันที  (ต่อมาถึงวันมีรอบเดือนรอบเดือนมาปรกติไม่มีอาการปวดท้อง)  เพียงครั้งเดียวจริงๆ จึงเกิดความทึ่ง  ความคิดที่ว่าเราแน่ด้วยความรู้ที่มี  จนมองข้ามสรรพคุณของยาป่า  ยาสมุนไพรเริ่มสั่นคลอน  แต่ก็ยังไม่เชื่อทั้งหมดอยู่ดีจึงขอความรู้จากหมอบ้านคนนี้  และขอยาเธอมาใช้กับคนไข้  เพื่อพิสูจน์ให้แน่ใจอีกครั้ง

การทดสอบเริ่มขึ้นจากการแบ่งผู้ป่วยสตรีที่มีอาการเช่นเดียวกับผู้เขียนเป็น 2 กลุ่ม  กลุ่มแรกตุ๋นไข่ใส่พริกไทยอย่างเดียว  กลุ่มหลังตุ๋นไข่ใส่พริกไทยพร้อมกับยาใส่ยาสมุนไพร  กลุ่มแรกกินแล้วรู้สึกร้อนในร่างกายสบายตัวขึ้นบ้าง  เหงื่อออกเล็กน้อย  แต่อาการหนักศรีษะ  หนักเนื้อหนักตัวไม่ดีขึ้น  ส่วนกลุ่มหลังกินแล้วร้อนทั้งตัว  เหงื่อออกมาก  เบาตัวทันตาเห็น  ต่อจากนั้นประจำเดือนมาเป็นปรกติ  ได้ผลดีมากอย่างไม่น่าเชื่อ

พิสูจน์ได้ว่าที่หายนั้นมาจากยาสมุนไพรเป็นหลักจริงๆ หลักจากนั้นจึงยอมรับแต่โดยดี

ครั้งที่สองอายุ 34 ปี  หลังคลอดลูกได้ 2-3 เดือน  อาบน้ำสระผมตอน 2 ทุ่ม  ผมยังไม่ทันแห้งไปนั่งตากน้ำค้างกลางแจ้งประมาณ 3 ชั่วโมง  ปรากฏว่าคืนนั้นนอนไม่สบายตัว  หลับยาก  รุ่งเช้ามีอาการเวียนศรีษะ  บ้านหมุน  อยากอาเจียน  ลุกจากที่นอนไม่ได้  ถึงจะพยายามฝืนลุกขึ้นได้  แต่เดินทรงตัวไม่ดี  ต้องเกาะราวหรือใช้ไม้เท้าพยุงตัว

กลางกระหม่อมหนาวเย็นยะเยือก  เหมือนมีใครเอาน้ำแข็งโปะไว้  เย็นร้าวลงตามกระดูกสันหลัง  กินยารักษาด้วยตัวเองไม่หาย  เข้าโรงพยาบาลรักษาตัวเป็นเดือน  หมอหาสาเหตุไม่พบ  วินิจฉัยไม่ได้ว่าเป็นอะไร  รักษา 2-3 เดือนไม่หาย  จึงไปหาหมอจีน

หมอจีนให้กินยาต้ม  ต้มกินได้ 2 หม้อ  อาการทั้งหมดหายเป็นปลิดทิ้ง  ตอนนั้นไม่ใช่คิดเฉยๆ แล้ว  หันมาใส่ใจศึกษาค้นคว้าศาสตร์การแพทย์แผนจีนอย่างจริงจังมากขึ้น  ความที่พออ่านภาษาจีนได้  จึงพยายามอ่านจากตำรับตำรา  เรียนแบบครูพักลักจำจากหมอจีนเก่งๆ ที่ได้สัมผัส  นำมาทดลองใช้กับตัวเอง  ญาติพี่น้อง  คนในครอบครัวและคนรอบข้าง  ค่อยสั่งสมประสบการณ์เรื่อยมา

ค่อยๆ เข้าใจมากขึ้นว่า  อันตัวเรานั้นเหมือนกบในกะลา  อย่าได้ทะนงตนว่าสิ่งที่เรารู้นั้น  เป็นทั้งหมดแล้ว  ความจริงเป็นเพียงส่วนน้อยนิดส่วนหนึ่งเท่านั้น  ในจักรวาลนี้ยังมีสิ่งที่เราไม่รู้อีกมากมาย

ครั้งที่สามเมื่อเข้าสู่วัยทอง  มีอาการพาร์กินสัน  สั่นเป็นเจ้าเข้า  อาการพาร์กินสันเป็นอย่างไรเกิดกับตัวเองทุกอย่าง  ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นอะไรจึงไปหาหมอระบบประสาท  หมอไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร  แต่ให้ยามากินครั้งละ 1 เม็ด  วันละ 3 ครั้ง  กินแล้วอาการสั่น  ไม่สบายในตัวต่างๆ ดีขึ้นจนเป็นปรกติเลย

ด้วยความสงสัยว่าเป็นอะไรกันแน่  จึงเอาตัวอย่างยาไปซื้อที่ร้านขายยา  พร้อมขอฉลากยามาด้วย  พอดูฉลากจึงรู้ว่ายานี้สำหรับรักษาโรคพาร์กินสัน  อ่านฉลากยาต่อแล้วตกใจ  เพราะมีผลข้างเคียงเยอะมาก  โรคนี้รักษาไม่หาย  มีแต่ต้องเพิ่มยามากขึ้นเรื่อยๆ เกิดความกลัว  คิดว่าถ้ากินนานๆ น่าจะมีโอกาสเสียชีวิตจากผลข้างเคียงของยามากกว่า

ประกอบกับมีเพื่อนหญิงคนหนึ่งเธอเป็นพาร์กินสันมา 5 ปี  สั่นมากกินยามาโดป้าครั้งละ 1 เม็ด  วันละ 2 ครั้ง  และต้องเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ถ้ากินยาช้าไปนิดเดียว  เธอจะหยุดนิ่งเหมือนตุ๊กตาไม่ได้ไขลาน  จึงมีความตั้งใจว่า  ต้องไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง

ปัญหาคือแล้วจะทำอย่างไรดี

นั่นเป็นเหตุจูงใจให้หันมาค้นคว้าดูว่า  แผนจีนคิด  วิเคราะห์  และแก้ไขอย่างไร

แผนจีนให้คำตอบว่าสาเหตุเกิดจาก  ลมตับป่วน  ยินตับไตพร่อง  หยางตับพุ่งขึ้นบน  ทำให้เกิดมีอาการสั่นและอาการทางสมองอื่น

พอได้คำตอบจึงหาตำรับยาปรุงยากินเอง  กินพร้อมกับยาแผนปัจจุบัน  ค่อยๆ ลดยาแผนปัจจุบันลงทีละน้อย  โดยแบ่งยา 1 เม็ดออกเป็น 8 ส่วน  กิน 7 ส่วน 6 ส่วน 5 ส่วน  จนหมด 1 เม็ด  ทำต่อเม็ดที่ 2 เม็ดที่ 3 จากปี 2539-2544 สามารถหยุดยาลีโวโดป้าได้ทั้งหมด  กินแต่ยาจีนอย่างเดียวอาการพาร์กินสันหายไป 90 เปอร์เซ็นต์  จะมีโผล่มาเป็นบางครั้ง  ถ้าไม่บอกจะไม่มีใครรู้ว่าเป็น  บางคนยังสงสัยว่าหมอวินิจฉัยผิดหรือเปล่า  มีแต่คนที่เคยเจอช่วงที่เป็นจริงๆ จึงจะเชื่อ

ปี 2542 สามีเป็นโรคต้อหินเฉียบพลัน  ความดันนัยน์ตาสูง  ปวดศรีษะมาก  นัยน์ตาขวาแดงก่ำปวดตึงมากกว่านัยน์ตาซ้าย  รีบไปโรงพยาบาล  หมอทำเลเซอร์ให้ทั้งสองข้าง  หลังจากนั้นให้ยามาหยอด  อาการปวดบรรเทาลง  ผู้เขียนไปหาคำตอบจากแผนจีนอีก  เมื่อค้นพบคำตอบ  จึงต้มยาให้กิน

หลังกินห่อแรกสามีบอกว่า  สบายตาขึ้นไม่ตึงแน่นเจ็บปวดเหมือนเดิม  ลานสายต้ากว้างขึ้น  หมอวัดความดันนัยน์ตาลดลงอย่างเห็นได้ชัด  ช่วยกอบกู้ตาซ้ายไว้ได้  ส่วนตาขวาที่เสียไปแล้วก็ไม่ลามอีก  ความดันตาไม่สูงอีก  จึงยิ่งรู้สึกว่าศาสตร์แพทย์แผนจีนนี่วิเศษจริงๆ ลึกซึ้ง  ละเอียด  ถี่ถ้วน  ขนาดเรามีความรู้ไม่มาก  ยังนำมาใช้ได้ผล  แล้วคนที่มีความรู้มากๆ จะไม่เก่งกาจสามารถช่วยเหลือผู้คนได้มากกว่านี้อีกหรือ

ส่วนการใช้ยาจีนกับโรคมะเร็ง  ใช้จริงจังและค่อนข้างได้ผลก็เริ่มจากการรักษามะเร็งให้กับลูกสาวเอง  ซึ่งรายละเอียดจะกล่าวในตอนต่อไป

ปัจจุบันผู้เขียนทำงานเป็นหมอจีนเต็มตัว  ไม่แปลกใจ  น้อยใจ  หรือเสียใจ  ที่ถูกมองด้วยสายตาเช่นนี้  วันเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า  การแพทย์ไม่ว่าศาสตร์ใดก็มีข้อดี  ข้อเสีย  ผู้ป่วยจะเป็นคนให้คะแนน  และเลือกเองว่าควรเลือกใช้วิธีไหน  หรือจะใช้ร่วมกันอย่างไร

หมอมีหน้าที่ทำความเข้าใจและให้ความรู้  เป็นโค้ช  ช่วยให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วย

สิ่งใดที่เราไม่ได้เรียนก็จะไม่รู้  สิ่งที่ยังไม่รู้  ใช่ว่าไม่ดี  อย่าคิดว่าเราเก่งฝ่ายเดียว  สิ่งที่เรายังไม่รู้ในจักรวาลใหญ่ของโลก  และจักรวาลน้อยในตัวมนุษย์นั้น  ยังมีอีกมาก  การเปิดใจให้กว้าง  อ่อนน้อมถ่อมตน  ศึกษาเรียนรู้อย่างไม่รู้จบ  จึงควรเป็นคุณสมบัติที่ดีของผู้ทำงานการแพทย์

ณ  วันนี้มีผู้คนเข้ารับการรักษาด้วยแผนจีนเพอ่มมากขึ้น  ที่น่าดีใจคือ  แพทย์แผนปัจจุบันส่วนหนึ่งได้เปิดใจยอมรับแผนจีนขึ้นมาบ้าง  ต้องขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง  แม้ว่าหนทางการเจริญเติบโตของหมอจีน  (ที่เขียนว่าหมอจีน  หมายถึง  ตัวผู้ที่เป็นแพทย์จีน  ไม่ใช่ศาสตร์การแพทย์แผนจีน  เพราะเรื่องของศาสตร์การแพทย์นั้น  มีการยอมรับค่อนข้างกว้างขวางมากขึ้น  สำหรับตัวแพทย์แผนจีนเองยังต้องดูเป็นรายๆ ไป)  ยังมีอุปสรรคอยู่มาก  แม้กระทั่งคำว่าแพทย์ยังเห็นว่า  ไม่ควรให้หมอจีนใช้ร่วมด้วย  หมอจีนเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เท่านั้น

ความจริง  การแพทย์แผนจีนไม่ใช่สาขาหนึ่งของแพทย์แผนปัจจุบัน  แต่เป็นศาสตร์การแพทย์ตะวันออกอีกศาสตร์หนึ่งที่มีองค์ความรู้เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง  มีหลักทฤษฎี  หลักการวินิจฉัย  หลักการรักษาและมีวิธีรักษาของตัวเองต่างหากที่แตกต่างจากศาสตร์ตะวันตก  ที่กำลังเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

การแพทย์ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบัน  ศาสตร์การแพทย์แผนจีน  ศาสตร์การแพทย์แผนไทย  ศาสตร์การแพทย์อินเดีย  หรือการรักษาผู้ป่วยในประเทศใดๆ ในโลก  ล้วนแต่กระทำเพื่อรักษาผู้ป่วยให้หายจากโรค  ย่อมไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ  ความเสมอภาคในองค์ความรู้ที่เท่าเทียมกัน  เพียงอาจมีข้อดีไปคนละด้าน  คนละแง่มุม  รวมทั้งตัวแพทย์ผู้นำไปใช้จะสามารถทำได้แม่นยำ  มีใจเอื้ออาทรต่อผู้ป่วยแค่ไหน  จะมีจริยธรรมและอิงธรรมชาติ  หรืออิงพาณิชย์อย่างขาดจริยธรรมเท่านั้นเองเมื่อผู้ป่วยมะเร็งเดินเข้ามาหา  เราผู้เป็นหมอจะใช้คุณธรรมมองผู้ป่วยด้วยจิตเมตตา  สงสาร  ต้องช่วยเหลือ  หรือจะมองเห็นเงินก้อนโตเดินเข้ามาหาก็เท่านั้นเอง

หลังจากค่อยๆ เรียนรู้  เข้าใจ  เปิดใจและศึกษาหลักคิด  การรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน  และทำงานหมอจีนอย่างเต็มตัว  ยิ่งรู้สึกทึ่งในความเก่งของหมอจีนรุ่นเก่า  ที่จดบันทึก  รวบรวมประสบการณ์  จนสามารถนำหลักคิด  หลักปฏิบัติ  หลักการรักษา  มาสรุปเป็นหลักทฤษฎีหลักการรักษาโรคอย่างละเอียดลึกซึ้ง  ตอบโจทย์ในหลายเรื่องที่เราคาใจยังหาคำตอบไม่ได้

การจะเป็นหมอจีนที่มีฝีมือนั้นไม่ง่าย  เพราะไม่มีตัวช่วย  เช่น  เครื่องเอกซเรย์  การตรวจเลือด  อัลตราซาวด์  ซีทีสแกน  คลื่นหัวใจไฟฟ้า  เอกซเรย์คอมพิวเตอร์  ส่องกล้อง  ฯลฯ  ที่เป็นแบบแผนออกมาเป็นชุดเหมือนระบบงานของแพทย์แผนปัจจุบัน

หมอจีนต้องใช้ปรัชญา  อิงธรรมชาติ  เรียนรู้จากคนเป็นมีเลือดเนื้อชีวิตจิตใจ  เรียนรู้ความสมดุลของฟ้า  คน  ดิน  ต้องมีมานะในการเรียนรู้  หมั่นศึกษาค้นคว้าทำความเข้าใจหลักทฤษฎีอยู่ไม่ขาด  อีกทั้งต้องมีพรสวรรค์และมีความสันทัดในการสั่งสมประสบการณ์  การสอบถามข้อมูลให้ถี่ถ้วน

ในการรักษาคนไข้แต่ละครั้ง  ต้องดูลิ้นให้แม่นยำ  จับชีพจร  “แมะ”  ให้รู้แจ้ง  จากนั้นนำข้อมูลมาแยกแยะ  วิเคราะห์  การจะทำเช่นนี้ได้อย่างแม่นยำ  หมอจีนแต่ละคนต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร  อีกต้องมุมานะเรียนรู้  สั่งสมประสบการณ์อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  อย่าได้หลงเชื่อว่าเพียงแค่วางมือลงบนข้อมือผู้ป่วย  ก็เรียกว่าเป็นหมอแมะ  หรือหมอแมะที่เก่งกาจแล้ว  ต้องสามารถอ่านชีพจรให้ได้จริงๆ จึงจะก้าวผ่านด่านได้

ผู้ที่มีอาจารย์คอยสอน  คอยถ่ายทอดวิชาความรู้และประสบการณ์  หรือมีสูตรลับประจำตระกูลจะได้เปรียบ  สามารถเดินทางลัดประสบความสำเร็จได้เร็ว  ส่วนผู้ที่ไม่มีทั้งสองอย่าง  ต้องคลำหาทางด้วยตัวเอง  ใช้เวลานานพอควรจึงจะเก่งกล้าขึ้นมาได้  นี่เป็นจุดอ่อนของระบบงานของแพทย์แผนจีน  ยิ่งการเรียนการสอนแพทย์จีนในประเทศไทยด้วยแล้ว  ยังเป็นน้องใหม่มาก  ไม่มีสถานที่ฝึกงานเป็นระบบและมีประสิทธิภาพให้แก่นักศึกษา  ไม่มีอาจารย์ที่มากประสบการณ์เฉพาะทางด้านแผนจีน  พานักศึกษาฝึกงานเป็นระบบได้อย่างเต็มที่  ไม่มีโรงพยาบาลแพทย์จีนเฉพาะให้ได้ฝึกงานอย่างเต็มที่และอย่างเพียงพอ

เมื่อเปรียบเทียบกับระบบการเรียนการสอน  ระบบในงานสาธารณสุขในโรงพยาบาลของแพทย์แผนปัจจุบัน  ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าความเป็นมืออาชีพเป็นระบบ  มีประสบการณ์

การเรียนการสอนแพทย์แผนจีนในบ้านเรา  ยังห่างไกลกับการเรียนการสอนของแพทย์แผนปัจจุบันมาก จึงเป็นที่คลางแคลงใจในเรื่องคุณภาพของนักศึกษาแพทย์จีนที่จบมา  อีกทั้งจบมาแล้วไม่มีงานรองรับหรือสามารถบรรจุในโรงพยาบาลเหมือนหมอแผนปัจจุบัน  หรือถ้าเข้าไปทำได้เพียงเป็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง  ไม่มีตำแหน่งรองรับ  นี่เป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องควรปรับปรุงแก้ไข

พวกเขาและเธอใช้ทุนเรียนเอง  ไม่ได้ใช้ทุนรัฐบาล  แต่เมื่อจบออกมา  เขามีองค์ความรู้ที่จะทำงานการแพทย์  ช่วยเสริมงานสาธารณสุขของไทยให้ครอบคลุมกว้างขวาง  หลากหลายและดียิ่งขึ้น  หากผู้หลักผู้ใหญ่ไม่เห็นความสำคัญของนักศึกษาแพทย์จีนเหล่านี้  ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง

ในสายตาของคนทั่วไป  ศาสตร์นี้เป็นทางเลือกอยู่แล้ว  หากหมอจีนยังรักษาผู้ป่วยไม่ได้ผลอีก  การปฏิเสธจากคนไข้ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ  ยิ่งที่ผ่านมามีคนเคยผสมสเตียรอยด์ใส่ในยาสมุนไพร  ทำให้มีภาพลบติดตรึงอยู่ในใจผู้คน  จนกลายเป็นตราบาปที่ทำให้คนไข้ปฏิเสธการใช้ยาจีน  ภาพเหล่านี้ยากที่จะลบเลือนำด้ในเวลาอันสั้น

อย่างไรก็ดี  แพทย์แผนจีนมีมานานเป็นพันๆ ปี  สามารถดำรงอยู่และเผยแผ่กว้างขวางออกไปเรื่อยๆ จนเป็นที่ยอมรับมากขึ้น  หากไม่ดีจริงจะอยู่มาถึงปัจจุบันได้อย่างไร  ในฐานะผู้รับไม้ต่อจากแพทย์แผนจีนรุ่นก่อน  เราควรภูมิใจและหมั่นศึกษาเรียนรู้สิ่งที่แพทย์จีนรุ่นก่อนสรุปบทเรียนมา  ต่อยอดองค์ความรู้  ประสบการณ์  เพื่อช่วยเติมเต็มให้กับคลังแห่งองค์ความรู้ของศาสตร์การแพทย์แผนจีนนี้ให้อุดมสมบูรณ์และรอบด้านยิ่งขึ้น

ผู้ป่วยต้องการหมอที่ดีมีคุณธรรมและเก่งมากกว่าหมอที่ดัง  หมอดังจะเก่งจริงหรือไม่ยังต้องพิสูจน์  เพราะปัจจุบันเป็นยุตของการเข้าถึงสื่อออนไลน์  บางครั้งใช้เพียงสื่อก็สามารถดังชั่วข้ามคืนได้  ใช้การตลาดที่ชาญฉลาดก็ดังได้ไม่ยาก  แน่นอนถ้าได้หมอที่ทั้งดีมีคุณธรรม  ทั้งดังทั้งเก่งด้วยก็ยิ่งดี  แล้วจะมีสักกี่คนที่สามารถเป็นได้ทั้งหมดดังที่กล่าวมา

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "ต้านมะเร็งลดพิษคีโมด้วยแพทย์แผนจีน" โดยหมอไพร จากสำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่