Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การดูแล

คำแนะนำในการดูแลแมวที่มีอายุมาก

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,137,671 คน

คำแนะนำในการดูแลแมวที่มีอายุมาก

คุณอาจจะไม่แปลกใจว่าแมวที่มีอายุมากนั้นต้องการการดูแลที่แตกต่างจากแมวที่มีอายุน้อย แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกมันเข้าข่ายมีอายุมากแล้ว

โดยทั่วไป แมวที่มีอายุมากกว่า 7-10 ปีนั้นจัดเป็นแมวที่มีอายุมาก เมื่อมีอายุมากขึ้นร่างกายก็จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เช่นมีงานวิจัยหนึ่งที่พบว่าประมาณ 90% ของแมวที่มีอายุมากกว่า 12 ปีนั้นจะพบภาวะข้ออักเสบจากการเอกซเรย์ซึ่งภาวะนี้นั้นก็มักจะทำให้เกิดอาการปวดและส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของพวกมัน หากแมวของคุณเริ่มเคลื่นไหวลดลงและลังเลที่จะกระโดดในบริเวณที่พวกมันเคยกระโดด ก็อาจจะเป็นสัญญาณหนึ่งที่บอกว่าพวกมันเป็นโรคข้ออักเสบ

เช่นเดียวกัน หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสมแล้วโรคในช่องปากก็อาจกลายเป็นปัญหาได้โดยเฉพาะในแมวที่มีอายุมาก คุณอาจจะแปลกใจที่พบว่าสัตวแพทย์นั้นพบหลักฐานการเกิดโรคในช่องปากในสัตว์เลี้ยงหลายตัวตั้งแต่อายุ 2-3 ปี ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม เมื่อพวกมันมีอายุมาก ฟันของมันก็อาจจะหลุดได้ โรคในช่องปากนั้นยังอาจทำให้เกิดอาการเจ็บ และส่งผลทำให้การรับประทานอาหารนั้นลำบากหรือไม่ยอมรับประทานและทำให้น้ำหนักลดได้

โรคนี้ไม่ใช่โรคเดียวที่ทำให้น้ำหนักลด แมวที่มีอายุมากนั้นมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับไต ต่อมไทรอยด์ ตับ หัวใจและโรคอื่นๆ ที่อาจทำให้น้ำหนักลด

ในทางตรงกันข้าม แมวบางตัวอาจจะมีการขยับตัวที่น้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น และทำให้พวกมันมีน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าโรคอ้วนนั้นเป็นปัญหาที่สำคัญในแมวทุกช่วงอายุรวมถึงแมวที่มีอายุมากเช่นกัน

ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำในการดูแลแมวที่มีอายุมาก

นัดตรวจติดตามอาการกับสัตวแพทย์เป็นประจำ แมวของคุณจำเป็นต้องได้รับการตรวจอย่างน้อยปีละครั้งหากพวกมันยังดูมีสุขภาพที่แข็งแรง เพราะอาจมีโรคที่ไม่แสดงอาการได้ อย่าลืมว่าการป้องกันโรคนั้นถูกกว่าการรักษาโรคเสมอ

อย่าลืมถามเรื่องน้ำหนักตัวของแมวทุกครั้งที่ไปพบสัตวแพทย์ว่าพวกมันน้ำหนักเกิน น้อยเกินไป หรือกำลังพอดี ในความจริงแล้ว คุณควรจะถามสัตวแพทย์เกี่ยวกับวิธีที่คุณจะสามารถติดตามน้ำหนักของแมวของคุณเองที่บ้าน

ให้อาหารที่มีโปรตีนในระดับที่เพียงพอ หลีกเลี่ยงอาหารประเภท vegan หรือมังสวิรัติ แมวนั้นเป็นสัตว์กินเนื้อและพวกมันต้องการสารอาหารเช่น taurine และ arachidonic acid ซึ่งพบในสัตว์เท่านั้น นอกจากนั้นพวกมันยังต้องการโปรตีนมากกว่าสุนัขเมื่อเปรียบเทียบกัน อย่าลืมอ่านฉลากผลิตภัณฑ์เพื่อเลือกอาหารที่เหมาะสมกับอายุและการใช้ชีวิตของแมวของคุณ

ควรให้อาหารในระดับที่ทำให้พวกมันนั้นมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม แมวที่มีน้ำหนักเกินนั้นจะมีโอกาสในการเป็นโรคบางโรคสูงขึ้น เช่นโรคเบาหวาน โรคตับ โรคผิวหนังหรือแม้แต่มะเร็ง สัตวแพทย์สามารถช่วยคุณเลือกอาหารที่เหมาะสมกับแมวของคุณได้ เพื่อให้พวกมันได้รับสารอาหารตามต้องการ แมวอ้วนบางตัวอาจจะต้องได้อาหารแบบพิเศษที่มีพลังงานต่ำและมีสารอาหารสูง อาหารที่มีสาร L-carnitine สูงนั้นอาจจะสามารถช่วยในเรื่องการลดน้ำหนักได้ และการที่มีระดับคาร์โบไฮเดรตในระดับที่เหมาะสมนั้นจะทำให้แมวของคุณอิ่ม

คุณอาจจะเพิ่มกรดไขมันเช่น DHA และ EPA ลงในอาหารของแมวที่มีอายุมาก เนื่องจากพบว่าสารเหล่านี้นั้นมีประโยชน์ในแมวที่มีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหวจากภาวะข้ออักเสบหรือโรคข้ออื่นๆ อาหารเสริมเช่น glucosamine และ chondroitin นั้นก็อาจจะให้ประโยชน์ในแมวที่สูงอายุ

หากแมวของคุณนั้นเป็นโรคหัวใจหรือโรคไต ควรเลือกอาหารชนิดพิเศษ เช่นอาหารที่มีโซเดียมต่ำในแมวที่เป็นโรคหัวใจและอาหารที่มีการควบคุมระดับฟอสฟอรัส แคลเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ ในแมวที่เป็นโรคไต สัตวแพทย์สามารถช่วยเลือกอาหารที่เหมาะสมในแมวของคุณได้

คุณควรสอบถามเกี่ยวกับอาหารที่เหมาะสมในแมวที่มีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง ในปัจจุบันนั้นมีอาหารที่มีการจำกัดปริมาณของไอโอดีนสำหรับแมวที่เป็นโรคดังกล่าว แต่แมวที่ไม่เป็นโรคนั้นไม่สามารถรับประทานอาหารดังกล่าวได้ หากคุณมีข้อสงสัยควรถามสัตวแพทย์

ดูแลสุขภาพในช่องปากของแมว การแปรงฟันให้แมวนั้นอาจจะฟังดูเป็นเรื่องตลก แต่มันสามารถช่วยให้ช่องปากของแมวนั้นมีสุขภาพที่ดีได้ หากคุณไม่แปรงฟัน คุณอาจจะใช้เป็นพวกขนมที่ช่วยให้ฟันสะอาดแทน

สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญต่อแมวทุกช่วงอายุ และคุณไม่ควรละเลยในแมวที่มีอายุมาก ควรให้พวกมันได้เช่นของเล่นหรือออกนอกบ้าน หรือพาไปเดินเพื่อให้พวกมันสนุกสนานและช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกินและทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อแข็งแรง

ควรจัดที่สิ่งแวดล้อมภายในบ้านให้เหมาะสมกับแมว เช่นอาจจะจัดกระบะทรายที่มีขอบต่ำให้แมวที่เป็นโรคข้ออักเสบเพื่อให้พวกมันเข้าออกกล่องได้ง่ายขึ้น จัดที่นอนนุ่มๆ ให้พวกมันเพื่อให้พวกมันสบายตัวมากขึ้น และดูแลให้พวกมันเข้าถึงอาหารและน้ำ อย่าให้แมวที่เป็นโรคข้ออักเสบต้องเดินขึ้นและลงบันไดเพื่อกินข้าว ดื่มน้ำหรือขับถ่าย

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม