อาหารการกิน

5 ข้อผิดพลาดที่คนมักทำเมื่อให้อาหารที่ไม่ผ่านการปรุงสุกแก่สัตว์เลี้ยง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
Choosing between raw dog food and kibble for dogs

“เจ้าของสุนัขในปัจจุบันเริ่มค้นหาอาหารที่ดีต่อสุขภาพของสุนัข” Dr. Cathy Alinovi สัตวแพทย์ผู้ได้รับการรับรองด้านการใช้อาหารและสมุนไพรจีนเพื่อการรักษากล่าว

ในความเป็นจริง เจ้าของสุนัขหลายคนเริ่มเปลี่ยนมาให้สุนัขกิน raw diet เพราะสุนัขของพวกเขามีปัญหาสุขภาพ เป็นเหตุผลที่คุณ Jessica Winstead เปลี่ยนให้สุนัขชิวาว่าทั้งสองตัวของเธอกินอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงสุกร่วมกับการให้อาหารกระป๋อง เช่น ฟักทองและมันหวาน

“สุนัขตัวก่อนของฉันย้ายมาอยู่กับแฟนของฉันประมาณ 5 ปีก่อนและเริ่มมีปัญหาน้ำหนักเกิน แต่ raw diet ช่วยในการลดน้ำหนักของสุนัขของฉัน” Winstead กล่าว “และสุนัขของฉันก็ดูแข็งแรงขึ้นด้วย”

สุนัขอีกตัวของเธออายุ 4 ปี เปลี่ยนมากิน raw diet เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับขน “สุนัขตัวนั้นเคยมีปัญหาขนร่วงบริเวณหลังและผอมเกินไป แต่ตั้งแต่เปลี่ยนมากิน raw diet ปัญหาขนร่วงก็ลดลงและน้ำหนักก็เพิ่มขึ้นมาเดิมเล็กน้อย”

การเปลี่ยนอาหารมาเป็น raw diet ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายขนาดนั้น นี่เป็นข้อผิดพลาดที่เจ้าของสัตว์มักทำผิดเมื่อเปลี่ยนการให้อาหารสุนัข

1. ไม่เข้าใจหลักโภชนาการพื้นฐาน

dog raw food, barf diet, dog eating raw meat

คำอธิบายง่าย ๆ ของ raw diet คืออาหารที่ไม่ผ่านการปรุง ในความเป็นจริงแล้วมีความซับซ้อนมากกว่านั้น

เจ้าของสุนัขบางคนคิดว่าการให้อาหารแบบ raw diet คือการโยนเนื้อดิบใส่ชามอาหารสุนัข อาหารที่ให้แบบนี้ทำให้สุนัขไม่ได้รับสารอาหารตามที่ร่างกายต้องการและนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมา

นอกจากการให้เนื้อดิบแล้ว สุนัขยังต้องการสารอาหารอื่น ๆ ไม่ว่าจะมาจากกระดูก เครื่องใน เนื้อ ผักต่าง ๆ หรืออาหารเสริมอื่น ๆ การให้ raw diet เจ้าของสามารถเพิ่มธัญพืชหรือผักต่าง ๆ ที่ผ่านการปรุงสุกแล้วได้ บางคนก็ให้ผลิตภัณฑ์ทีผ่านการดึงน้ำออกด้วยการแช่เข็ง (freeze dried) ซึ่งประกอบด้วยผัก วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ร่วมกับ raw diet

ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการให้ raw diet คือการขาดวิตามินและแร่ธาตุ

ข้อแนะนำจาก 2006 NRC (National Research Council) อ้างอิงจากการให้อาหารสุนัขแบบแห้งเพื่อให้สุนัขได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน การให้ raw diet และให้อาหารเสริมเพื่อให้สุนัขรับสารอาหารตามมาตรฐานอาจทำให้สุนัขได้รับสารอาหารบางชนิดมากเกินไป

หากเจ้าของสุนัขต้องให้เปลี่ยนมาให้ raw diet แก่สุนัข ควรได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญมากกว่าเจ้าของที่ให้อาหารธรรมดาแก่สุนัข

สิ่งที่ยากสำหรับการให้ raw diet คือความยากในการปรับสมดุลของอาหาร สุนัขบางตัวเสียน้ำหนักตัวมากเกินไปจากการเปลี่ยนมากิน raw diet และต้องการนักโภชนาการเพื่อช่วยในการปรับสูตรอาหาร (เช่น การเพิ่มธัญพืชที่ปรุงสุกแล้วหรือเพิ่มไขมัน)

2. คิดว่า raw diet คือการให้เนื้อดิบเท่านั้น

dog raw food, barf diet, dog eating bone

ต้องให้วัตถุดิบหลากหลายเพื่อให้มีวิตามินและแร่ธาตุครบถ้วนในอาหารตามที่ร่างกายของสุนัขต้องการ และต้องมีโอเมก้า 3 และ 6 ที่สมดุล

แม้แต่ raw diet ที่ผลิตขายตามท้องตลาดก็ต้องใส่วัตถุดิบอื่นนอกจากเนื้อเพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วน โดยต้องมีเนื้อเป็นส่วนประกอบร้อยละ 50 และวัตถุดิบอื่น ๆ เสริมเข้ามาเพื่อให้ได้อีกร้อยละ 50 ของอาหารทั้งหมด

วัตถุดิบที่ใส่เพิ่มเติมมีทั้งไข่ไก่ (ดิบ) ชีส ตับ ผักต่าง ๆ (บดและดิบ) น้ำมันตับปลา และเกลือ และแน่นอนว่าชีสที่ใส่ลงในอาหารนี้ได้ผ่านความร้อนมาแล้ว

ผักหลากหลายชนิดที่ผ่านความร้อนแล้วก็สามารถใส่ลงใน raw diet ได้เช่นกัน

ผักจะย่อยยากสำหรับสุนัขถ้าเทียบกับคน ดังนั้นผักที่จะใส่ลงไปควรจะทำไปบด ปั่น หรือทำให้สุกก่อนเพื่อช่วยให้ย่อยง่ายขึ้น

3. ลืมผลไม้ไปเลย

dog raw food, barf diet, fruit for dog

ผลไม้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับเติมลงในอาหาร raw diet บางคนชอบใส่ผลไม้พวกเบอร์รี่ลงใน raw diet เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ขณะที่ผลไม้พวกแอปเปิ้ลหรือแตงโมสามารถใส่ลงไปเพื่อเป็นขนมได้ ผลไม้มีทั้งใยอาหาร วิตามิน รสชาติที่ดี และมีความหลากหลาย

เราสามารถเพิ่มผลไม้ลงใน raw diet ได้เลยหลังจากเอาส่วนของเมล็ดออกแล้ว หรือจะหั่น บด ตุ๋น หรือเตรียมได้ด้วยวิธีการหลากหลาย

เช่นเดียวกับผัก เราควรใส่ผลไม้ไม่เกินร้อยละ 30 ของอาหารสุนัขซึ่งมีส่วนประกอบหลักเป็นเนื้อสัตว์ ที่สำคัญ “ห้ามใส่องุ่นหรืกลูกเกด ลงในอาหารเนื่องจากเป็นพิษต่อไตของสุนัข และควรหลีกเลี่ยงผลไม้กระป๋องเนื่องจากมีน้ำตาลสูง”

4. ละเลยความต้องการสารอาหารเสริม

dog raw food, barf diet, crushed egg shells for dog

ไม่ใช่สุนัขที่กินอาหาร raw diet ทุกตัวต้องได้รับอาหารเสริม แต่บางตัวจำเป็นต้องได้

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เจ้าของควรแน่ใจว่ามีมากพอในอาหาร raw diet คือ แคลเซียม

สำหรับเจ้าของสุนัขที่ซื้ออาหาร raw diet ที่ขายตามท้องตลาดคุณค่าทางอาหารและปริมาณแคลเซียมมักจะมีความสมดุลอยู่แล้ว แต่สำเจ้าของที่เตรียมอาหารเอง สามารถเติมเปลือกไข่ป่น หรือเปลือกหอยนางรมป่นลงในอาหารเพื่อเสริมแคลเซียมได้มากกกว่าแคลเซียมที่ได้จากกระดูก

สุนัขที่กินอาหาร raw diet จะได้รับโอเมก้า 3 จากน้ำมันปลา หรือน้ำมันเมล็ดป่าน ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบได้

อาหารเสริมส่วนมาจะขึ้นกับความชอบของเจ้าของและความต้องการของสุนัขแต่ละตัว ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้ใส่พวกสาหร่ายทะเลลงไปด้วย เนื่องจากมีแร่ธาตุที่จำเป็นสูง

ความจำเป็นในการเติมสารเสริม วิตามิน หรือแร่ธาตุ ขึ้นอยู่กับตัวสัตว์เลี้ยงและปัญหาที่มี เป็นสิ่งที่จำเพาะกับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว

5. กังวลในเรื่องบางเรื่องมากเกินไป

dog raw food, barf diet, salmonella dog food

ความกังวลไม่ได้เฉพาะในสัตว์แต่จะป่วยจากการกินอาหารที่ปนเปื้อน แต่ที่สำคัญคือคนที่เตรียมอาหารอาจจะได้รับเชื้อเหล่านี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม อย่ากังวลมากเกินไป

การเตรียมอาการ raw diet ไม่ได้อันตรายน้อยไปกว่าการเตรียมเนื้อดิบเพื่อทำอาหารและปรุงให้สุกในภายหลัง หลักการความสะอาดที่ดี การล้างมืออย่างสม่ำเสมอ และใช้อาหารในเวลาที่สมเหตุสมผลจะช่วยป้องกันทั้งคนและสุนัขจากการป่วย

หากเจ้าของกังวล ควรเลือกซื้อเนื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และใช้เนื้อที่ละลายน้ำแข็งแล้วให้หมดภายในสามวันจะช่วยให้ปริมาณแบคทีเรียไม่มากจนเป็นอันตราย

แบคทีเรียจำนวนน้อยไม่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพในสุนัข แต่สำหรับเจ้าของที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น ภูมิคุ้มกันบกพร่อง การเตรียม raw diet คงจะไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม

สิ่งที่ต้องระลึกเสมอ คือ สุนัขบางตัวอาจมีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย หลังจากเปลี่ยนมากินอาหาร raw diet ในช่วงแรก โดยเฉพาะสุนัขที่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหารอยู่แล้ว แต่มักจะหายได้เอง

ในบางกรณีเจ้าของสุนัขจะต้องเพิ่มวัตถุดิบทีละอย่างจนหว่าสุนัขจะสามารถปรับมากินอาหารเต็มสูตรได้ บางครั้งการเติมเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยหรือปรุงอาหารให้สุกเล็กน้อยในช่วงระยะแระที่เปลี่ยนอาหารจะช่วยให้สุนัขที่มีความไวต่อการเปลี่ยนอาหารปรับตัวได้ดีขึ้น

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ