ความรู้สุขภาพ

ภาวะกระดูกบางและภาวะกระดูกพรุน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 9, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
Istock 612226550 %281%29

ภาวะกระดูกบางและภาวะกระดูกพรุน เป็นภาวะซึ่งมวลกระดูก (เนื้อเยื่อที่ให้ความแข็งแรงกับกระดูก) ในกระดูกแต่ละชิ้นของร่างกายลดลง ส่งผลให้กระดูกลดความแข็งแรง จึงเปราะและหักง่าย

กระดูกพรุนเป็นภาวะที่พบได้บ่อยมาก เป็นโรคของผู้สูงอายุ โดยพบในผู้หญิงสูงกว่าในผู้ชาย โดยเฉพาะในวัยหมดประจำเดือนถาวร

กลไกการเกิด

  • ภาวะกระดูกพรุน เกิดได้กับกระดูกทุกชิ้นของร่างกาย แต่กระดูกที่หักบ่อยเนื่องจากกระดูกพรุน ได้แก่ กระดูกข้อมือ กระดูกสะโพก (กระดูกต้นขา) และกระดูกสันหลัง
  • ภาวะกระดูกบาง ได้แก่ ภาวะซึ่งมวลกระดูกลดลงเช่นกัน แต่ในระดับไม่มากเท่ากับภาวะกระดูกพรุน และมักไม่ก่อให้เกิดอาการ ภาวะกระดูกบางเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดภาวะกระดูกพรุน การเกิดภาวะกระดูกบางจึงมีปัจจัยเสี่ยงเช่นเดียวกับภาวะกระดูกพรุน และมักเป็นอาการนำของภาวะกระดูกพรุน อย่างไรก็ตาม บางคนมีกระดูกพรุนได้โดยไม่เกิดกระดูกบาง

กลไกการเกิดกระดูกพรุนยังไม่ชัดเจนนัก แต่พอเชื่อได้ว่าน่าจะมาจากหลายสาเหตุ เช่น การทำงานของเซลล์กระดูกเสื่อมตามอายุ เซลล์กระดูกชนิดสร้างมวล (เนื้อ) ขาดความสมดุล (โดยเพิ่มการดูดซึมมวลกระดูกออกจากกระดูกมากกว่าปกติ) จากการขาดฮอร์โมนเพศ จากการขาดวิตามินและเกลือแร่สำหรับสร้างมวลกระดูก ซึ่งที่สำคัญคือ วิตามินดีและแคลเซียม แต่อาจมีเกลือแร่ชนิดอื่น ๆ เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งยังไม่ชัดเจนนัก เช่น สังกะสี โซเดียม ทองแดง และแมกนีเซียม รวมทั้งความสัมพันธ์กับฮอร์โมนจากต่อมพาราไทรอยด์ (ต่อมไร้ท่อขนาดเล็ก ๆ ใต้ต่อมไทรอยด์ ซึ่งสร้างฮอร์โมนควบคุมการทำงานและปริมาณแคลเซียมในร่างกายและในกระดูก)

ทั้งหมดดังกล่าวเป็นกลไกซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างมวลกระดูก ดังนั้นเมื่อมีความผิดปกติจากกลไกใดกลไกหนึ่ง จะส่งผลให้การสร้างมวลกระดูกลดลง กระดูกจึงบางลง (ภาวะกระดูกบาง) และเมื่อยังไม่ได้รับการรักษา มวลกระดูกจะลดลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดเกิดเป็นภาวะกระดูกพรุน

ปัจจัยเสี่ยง

  • ภาวะกระดูกบาง (เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของภาวะกระดูกพรุน)
  • สูงอายุ โดยทั่วไปกระดูกจะเริ่มลดการสร้างมวลกระดูกตั้งแต่อายุประมาณ 30 ปี (ตรวจพบภาวะกระดูกบาง กระดูกพรุนได้ตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป) แต่จะพบภาวะกระดูกพรุนได้สูงขึ้นมากในอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
  • ขาดฮอร์โมนเพศ เช่น หมดประจำเดือนถาวร กินยาต้านฮอร์โมนเพศรักษาโรคมะเร็งเต้านม
  • ผู้หญิง เพราะมีภาวะหมดประจำเดือนถาวร
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้
  • เชื้อชาติ พบโรคได้สูงกว่าในคนผิวขาวและชาวเอเชีย
  • ขาดการออกกำลังกาย เพราะการที่กระดูกออกแรงรับน้ำหนัก (เช่น จากการเดิน) จะช่วยกระตุ้นเซลล์กระดูกในการสร้างมวลกระดูก
  • กินยาบางชนิดในปริมาณสูงต่อเนื่องเป็นประจำ เพราะส่งผลให้เกิดการลดมวลกระดูก เช่น ยาเคลือบกระเพาะ (ลดการดูดซึมแคลเซียม) ฮอร์โมนไทรอยด์ ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ และเคมีบำบัดรักษาโรคมะเร็ง
  • ขาดอาหารบำรุงการสร้างกระดูกที่สำคัญ คือ โปรตีน แคลเซียม และวิตามินดี
  • คนผอมแห้ง
  • สูบบุหรี่จัด เพราะในควันบุหรี่มีสารพิษที่ทำลายเซลล์ของรังไข่และอัณฑะ ฮอร์โมนเพศที่สร้างกระดูกลดลง
  • ติดสุรา เพราะเป็นสาเหตุของการขาดอาหารและแอลกอฮอล์ มีผลต่อเซลล์รังไข่และอัณฑะเช่นเดียวกับบุหรี่
  • อาจจากเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน (เช่น กาแฟ ชา โคล่า และเครื่องดื่มชูกำลังบางชนิด) เพราะกาเฟอีนเพิ่มการขับแคลเซียมทางปัสสาวะ

อาการ

ภาวะกระดูกบางมักไม่ก่ออาการ แต่เป็นสาเหตุให้กระดูกหักได้ เช่นกัน ส่วนอาการที่พบบ่อยของภาวะกระดูกพรุน ได้แก่

  • ไม่มีอาการ ซึ่งเป็นสิ่งที่พบบ่อยที่สุด จึงจัดเป็นโรคอันตราย
  • ปวดกระดูกในตำแหน่งของโรค เช่น ปวดคอหรือหลังเรื้อรัง เมื่อเกิดกระดูกพรุนที่กระดูกคอหรือกระดูกสันหลัง
  • เตี้ยลง จากการทรุดตัวของกระดูกสันหลัง
  • หลังโกง พุงป่อง จากการทรุดตัวของกระดูกสันหลัง
  • กระดูกนิ้วเท้าหักร้าวเมื่อเดินมาก ๆ จึงปวดเท้ามาก (อ่านเพิ่มเติมในหัวข้อกระดูกหักร้าวจากการใช้งานมาก)
  • กระดูกหักง่ายเมื่อล้ม (ทั้ง ๆ ที่ไม่รุนแรง) เช่น กระดูกข้อมือหักและกระดูกต้นขาหัก

การวินิจฉัย

แพทย์วินิจฉัยภาวะกระดูกบางและภาวะกระดูกพรุนได้ด้วยวิธีการเดียวกัน คือ จากอายุ ภาวะหมดประจำเดือนถาวร ลักษณะการกินอาหารและวิตามินเกลือแร่เสริมอาการ การตรวจร่างกาย และที่สำคัญคือ การตรวจวัดมวลกระดูกด้วยเครื่องตรวจวัดมวลกระดูก (เป็นเครื่องเอกซเรย์ชนิดมีพลังงานต่ำ และมีวิธีการตรวจไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องเตรียมตัวล่วงหน้า ไม่มีผลข้างเคียง และไม่มีการฉีดยา ผู้ป่วยเพียงนอนนิ่ง ๆ หายใจตามปกติ ขณะเครื่องทำงาน และกลับไปทำงานและใช้ชีวิตได้ตามปกติภายหลังตรวจเสร็จแล้ว)

แนวทางการรักษา

แนวทางการรักษาภาวะกระดูกพรุน ได้แก่ การให้ยาเพื่อช่วยเสริมการสร้างมวลกระดูกและเพื่อชะลอการเสียมวลกระดูก ซึ่งมีตัวยาหลากหลาย อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ เช่น กินแคลเซียมและวิตามินดีเสริมอาหาร ปรับพฤติกรรมการกินอาหาร กินอาหารมีประโยชน์ครบ 5 หมู่ และอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ (โดยเฉพาะการเดิน) กินยาฮอร์โมนบางชนิด ให้ยาบางชนิดทางหลอดเลือดต่ำ และรักษาหระคับประคองตามอาการ เช่น ยาบรรเทาปวด การเข้าเฝือกหรือผ่าตัดเมื่อกระดูกหัก

อนึ่ง การใช้ยาต่าง ๆ ซึ่งรวมทั้งแคลเซียมและวิตามินดี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพราะอาจมีโทษหากบริโภคมากเกินไป (อ่านเพิ่มเติมในหัวข้อวิธีดูแลกระดูกให้แข็งแรง)

อาหารซึ่งมีแคลเซียมสูง เช่น นม (ควรเป็นนมพร่องมันเนย เพื่อลดโอกาสเกิดโรคไขมันในเลือดสูง) ปลาแซลมอน โยเกิร์ต น้ำส้มที่เสริมวิตามินดี และลูกนัทต่าง ๆ

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากภาวะกระดูกบางคือ ภาวะกระดูกพรุนและกระดูกหักง่าย ส่วนผลข้างเคียงของภาวะกระดูกพรุนคือ กระดูกหักง่าย จึงส่งผลถึงคุณภาพชีวิต

ความรุนแรงของโรค

ความรุนแรงของภาวะกระดูกบางคือ เป็นปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุน ส่วนภาวะกระดูกพรุน แม้ไม่ทำให้เสียชีวิต แต่ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง รวมทั้งเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาพยาบาลเป็นอย่างมาก จากอาการทางกระดูกเรื้อรังและจากภาวะกระดูกหัก โดยเฉพาะกระดูกต้นขา หรือที่เรียกทั่วไปว่ากระดูกสะโพกหัก

การดูแลตนเองและการพบแพทย์

อ่านเพิ่มเติมในหัวข้อวิธีดูแลกระดูกให้แข็งแรง และที่สำคัญได้แก่

  • กินอาหารมีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่ไม่ทำให้อ้วนหรือผอมเกินไป
  • ไม่สูบบุหรี่
  • จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
  • จำกัดเครื่องดื่มกาเฟอีน (กาแฟ ชา โคล่า เครื่องดื่มชูกำลังบางชนิด)
  • กินยาต่าง ๆ ตามที่แพทย์แนะนำ ไม่ซื้อยากินเอง
  • กินวิตามินและเกลือแร่เสริมอาหารตามที่แพทย์แนะนำ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • เลือกสวมรองเท้าที่ลดโอกาสที่ทำให้เกิดการล้ม
  • ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุในบ้าน โดยการจัดบ้าน ดูแลพื้นและทางเดินต่าง ๆ ทำราวยึดเกาะในห้องน้ำ เปิดไฟสว่างตามจุดที่ต้องใช้งานบ่อย ดูแลเรื่องการสะดุดพรมหรือผ้าเช็ดเท้า หรือแม้แต่รองเท้าที่สวมในบ้าน     
  • หลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวในสถานที่ซึ่งเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
  • พบแพทย์ตามนัดเสมอ และรีบพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อมีอาการผิดปกติไปจากเดิมหรือเมื่ออาการต่าง ๆ แย่ลง
  • พบแพทย์เป็นการฉุกเฉินเมื่อล้มและสงสัยว่ากระดูกหัก (อ่านเพิ่มเติมในหัวข้อกระดูกหัก)

การป้องกัน

การป้องกันภาวะกระดูกบางและกระดูกพรุนที่สำคัญคือ ปฏิบัติเช่นเดียวกับที่กล่าวในหัวข้อการดูแลตนเองและการพบแพทย์ และมีเพิ่มเติม ได้แก่

  • ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เริ่มตั้งแต่อายุ 18 ปี
  • ควรพบแพทย์เพื่อขอตรวจวัดมวลกระดูกตั้งแต่อายุ 35-40 ปี เพื่อป้องกันหรือชะลอภาวะกระดูกบาง กระดูกพรุน ได้ทันท่วงทีเมื่ออยู่ในกลุ่มมีปัจจัยเสี่ยง จากนั้นควรตรวจซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์
  • ในคนทั่วไปที่สุขภาพแข็งแรง แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจมวลกระดูกเมื่ออายุ 60-65 ปี

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "โรคของกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ" โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงพวงทอง ไกรพิบูลย์ จากสำนักพิมพ์อัมรินทร์สุขภาพ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่