Doctor men
เขียนโดย
ทีมสัตวแพทย์ HONESTDOCS
คู่มือมือใหม่

สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนรับเลี้ยงแมว

ก่อนรับเลี้ยงแมวควรมีการคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น สุขภาพของแมวและคนที่ต้องการรับเลี้ยงแมว พื้นที่สำหรับอยู่อาศัย ค่าใช้จ่าย ฯลฯ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 731,326 คน

สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนรับเลี้ยงแมว

หลายๆ คนเมื่อพบลูกแมวตัวน้อยมาร้องขอความช่วยเหลือ หรือมีแม่แมวมาออกลูกที่บ้าน คงยากจะห้ามใจที่จะพาตัวกลับมารักษาหรือรับเลี้ยงแมวต่อที่บ้าน ทำให้จำนวนประชากรแมวภายในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมื่อมีสมาชิกต่างเพศ ต่างวัยมาอยู่รวมกัน หากไม่วางแผนในการดูแลให้ดี ก็จะมีความเสี่ยงในหลายด้าน เช่น การรับเลี้ยงแมวไม่กี่ตัวอาจนำไปสู่การเพิ่มจำนวนลูกหลานแมวจำนวนมาก จนไม่สามารถควบคุมโรคติดต่อระหว่างแมวในฝูง หรืออาจกระทบต่อสุขภาพของคนก็ได้เช่นกัน

ข้อควรปฏิบัติก่อนรับเลี้ยงแมว

ก่อนจะรับเลี้ยงแมว คุณควรดำเนินการเกี่ยวกับสุขภาพแมวที่จะเลี้ยง รวมถึงเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับเลี้ยงแมว ดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad
  1. หากสามารถทำได้ การจะรับเลี้ยงแมวควรเริ่มจากพาแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเบื้องต้น เพื่อดูว่ามีโรคติดเชื้อกลุ่มหัดแมว หวัดแมวติดมาด้วยหรือไม่ มีหมัดหรือไม่ สามารถให้ยาเพื่อกำจัดหมัดได้หรือยัง รวมทั้งรับยาถ่ายพยาธิและประเมินอายุ เพื่อแนะนำการให้อาหารและการดูแลที่เหมาะสม
  2. หากยังไม่สามารถพาไปพบสัตวแพทย์ได้ทันที ผู้จะรับเลี้ยงแมวควรพาแมวไปอยู่ในกรงหรือแยกเลี้ยงกับสมาชิกเดิมก่อน (กรณี้เลี้ยงแมวอยู่ก่อนแล้ว) หากสมาชิกเดิมได้รับการฉีดวัคซีนสำคัญสำหรับแมว ได้แก่ วัคซีนไข้หัด/หวัดแมว พิษสุนัขบ้า และมะเร็งเม็ดเลือดขาว ครบถ้วนและตรงตามกำหนดสม่ำเสมอ สามารถให้ทั้งสองฝ่ายพบกันได้ โดยให้สมาชิกใหม่อยู่ในกรงก่อนในระยะแรกเพื่อความปลอดภัย

    หากแมวที่เลี้ยงอยู่เดิมไม่เคยได้รับวัคซีน หรือขาดการกระตุ้นวัคซีน จะทำให้เจ้าเหมียวไม่มีภูมิคุ้มกันต่อโรครุนแรงต่างๆ ดังนั้นการแยกเลี้ยงควรเป็นไปอย่างเคร่งครัด ภายในระยะเวลาอย่างน้อย 7-10 วัน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการรับเลี้ยงแมวตัวใหม่จะไม่นำโรคเข้ามาด้วย (หากมีโรคติดเชื้อรุนแรงส่วนใหญ่จะแสดงอาการในช่วงเวลา 7-10 วัน)

    เมื่อครบระยะเวลาดังกล่าว ควรพาไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์ และเริ่มการฉีดวัคซีน โดยลูกแมวสามารถเริ่มฉีดวัคซีนเข็มแรกได้ที่อายุ 8 สัปดาห์)
  3. การรับเลี้ยงแมว ควรมีการเตรียมกระบะทราย ชามอาหารและน้ำ ให้แมวที่จะรับเลี้ยง แยกต่างหากจากตัวอื่น เนื่องจากโรคติดเชื้อรุนแรงส่วนใหญ่จะติดผ่านสารคัดหลั่ง ดังนั้นการใช้กระบะทราย ชามอาหารและน้ำร่วมกัน ก็สามารถทำให้ติดโรคได้ แม้จะไม่ได้เล่นกันโดยตรง

    กระบะทรายควรจะมีมากกว่าจำนวนแมวอย่างน้อย 1 กระบะ เนื่องจากแมวเป็นสัตว์ที่รักสะอาด หากเจ้าของเก็บกระบะทรายไม่ทัน แมวบางตัวจะยังไม่เข้ากระบะ หรือหากมีแมวหลายตัว ตัวที่อยู่ลำดับต่ำกว่าในฝูงอาจไม่ได้ขับถ่ายตามเวลาที่เหมาะสม

    ถูกตัวที่ลำดับสูงกว่าข่ม หรือเข้ากระบะขับถ่ายก่อน แล้วเจ้าของทำความสะอาดไม่ทัน ทำให้เกิดปัญหาการอั้นปัสสาวะ และทำให้ในระยะยาวอาจเกิดปัญหากระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะได้
  4. หากรับเลี้ยงแมวอายุน้อยๆ ที่ฟันขึ้นเต็มแล้ว สามารถหัดให้กินอาหารเม็ดได้ หากแมวที่รับมาเลี้ยงไม่ยอมกินอาหารเม็ด อาจเริ่มจากอาหารเปียก (อาหารซอง) ก่อนก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้เลี้ยงด้วยอาหารคน เนื่องจากจะยากต่อการดูแลในระยะยาว และควรให้อาหารครั้งละไม่มาก แต่เน้นให้วันละหลายครั้ง (อย่างน้อย 4 ครั้ง/วัน)

    แต่หากลูกแมวยังเล็กมาก (ฟันยังขึ้นไม่เต็ม หรือไม่ลืมตา ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลและการให้อาหารที่เหมาะสม)

ป้องกันการรับเลี้ยงแมวมา 1 ตัวแล้วขยายเป็นฝูงใหญ่ ด้วยวิธีทำหมัน

แมวจะถูกกระตุ้นการเป็นสัดตามฤดูกาลที่มีช่วงแสงยาว แต่เนื่องจากประเทศไทยมีช่วงแสงยาวสม่ำเสมอตลอดทั้งปี แมวจึงสามารถเป็นสัด (ผสมพันธุ์ ตั้งท้อง และคลอดลูก) ได้ตลอดทั้งปี โดยจะเริ่มเป็นสัดครั้งแรกเมื่อน้ำหนักประมาณ 2.3-2.5 กิโลกรัม หรืออายุประมาณ 4-12 เดือน

ถ้ารับเลี้ยงแมวตัวเมียมา จะพบว่าช่วงเวลาดังกล่าวมันแสดงอาการร้องเรียกตัวผู้ กระวนกระวาย นอนหมอบกับพื้น พร้อมทั้งยกส่วนท้ายและเบนหางขึ้น ส่วนแมวตัวผู้จะเริ่มเป็นหนุ่มเมื่อน้ำหนักมากกว่า 80% ของตัวเต็มวัย การเป็นสัดจะถูกกระตุ้นจากตัวเมียบริเวณใกล้เคียง จะเริ่มมีอาการอยากออกไปเที่ยว หรือปัสสาวะไปทั่วบ้านเพื่อแสดงอาณาเขต

คนรับเลี้ยงแมวเข้าใจวงจรการตั้งท้องของแมว โดยพวกมันจะมีระยะเวลาตั้งท้องประมาณ 9 สัปดาห์

โดยเฉลี่ยแล้ว แม่แมว 1 ตัว สามารถให้ลูกได้มากถึง 4 ครอกต่อปี และแต่ละครอกอาจจะมีลูกประมาณ 4 ตัว ดังนั้นใน 1 ปี แม่แมว 1 ตัวอาจให้ลูกได้มากถึง 16 ตัว และหากลูกที่ได้มีตัวเมียด้วย การเพิ่มจำนวนก็จะยิ่งเป็นแบบทวีคูณ

ดังนั้นผู้รับเลี้ยงแมวจึงจำเป็นต้องทำหมันแมวเพื่อควบคุมจำนวนประชากร (ปัจจุบันกรมปศุสัตว์ได้ยกเลิกการฉีดยาคุมในสัตว์แล้ว เนื่องจากมีผลข้างเคียงในการเหนี่ยวนำให้เกิดมดลูกอักเสบ ซึ่งส่งผลอันตรายถึงชีวิตสัตว์ นอกจากนี้ในแมวยังพบปัญหาการฉีดยาคุมขณะที่แม่แมวเริ่มตั้งท้องโดยไม่รู้ตัว ซึ่งทำให้เกิดปัญหาระยะเวลาการตั้งท้องนานกว่าปกติ และลูกตายในท้อง)

การทำหมันในแมวตัวเมียนั้นเป็นการช่วยป้องกันการเกิดมดลูกอักเสบและมะเร็งเต้านมในแมวได้ด้วย ส่วนการทำหมันแมวตัวผู้จะช่วยลดพฤติกรรมก้าวร้าว การปัสสาวะเพื่อแสดงอาณาเขต และลดนิสัยการออกไปเที่ยวนอกบ้าน ทำให้ปลอดภัยจากการถูกกัด และติดเชื้อโรคติดต่อต่างๆ โดยเฉพาะเอดส์แมว ซึ่งติดผ่านการกัดกัน ซึ่งเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ และวัคซีนก็ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100%

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

รับเลี้ยงแมว 1 ตัว ต้องการพื้นที่ขนาดไหน?

การรับเลี้ยงแมวนั้น นอกจากจะต้องให้ความรักและการเอาใจใส่แก่พวกมันแล้ว ยังต้องมีการเตรียมพื้นที่ส่วนตัวให้มันอีกด้วย

ข้อมูลจากองค์กรป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ของสหรัฐ (The American Society for Prevention of Cruelty to Animals: ASPCA) ระบุว่า การรับเลี้ยงแมว 1 ตัวต้องการพื้นที่อย่างน้อย 1.7 ตารางเมตร นอกจากนี้ยังต้องมีค่าใช้จ่ายในการดูแลและรักษาไปจนตลอดชีวิต ซึ่งหากเลี้ยงแมวอย่างมีคุณภาพ เจ้าเหมียวจะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 14-16 ปี

รับเลี้ยงแมว 1 ตัว ต้องใช้เงินแค่ไหน?

ในการพิจารณารับเลี้ยงแมว เรื่องหนึ่งที่ควรคิดวางแผนไว้ก่อนให้รอบคอบ คือเรื่องค่าใช้จ่าย โดยค่าใช้จ่ายหลักๆ สำหรับแมว 1 ตัวมีดังนี้

  • ค่าวัคซีน ข้อมูลโดยประมาณเกี่ยวกับการรับเลี้ยงแมวของไทย พบว่าในช่วงขวบปีแรกจะมีค่าใช้จ่ายในการฉีดวัคซีนหลัก (ไข้หัด/หวัดแมว 3 ครั้ง พิษสุนัขบ้า 2 ครั้ง มะเร็งเม็ดเลือดขาว 2 ครั้ง) รวมถึงตรวจชุดตรวจการติดเชื้อมะเร็งเม็ดเลือดขาวก่อนการฉีดวัคซีน (ต้องตรวจเพราะโรคนี้สามารถติดมาจากแม่แมวได้) ประมาณ 2,300 บาท

    หลังจากนั้นจะมีค่าใช้จ่ายในการฉีดกระตุ้นวัคซีนหลักทั้งอย่างอย่างทุกปี อยู่ที่ประมาณ 700 บาทต่อปี

  • ค่าอาหาร สำหรับแมว 1 ตัว ต่อ 1 เดือนมักจะใช้อาหารเม็ดประมาณ 3 กิโลกรัม ค่าอาหารเม็ดถ้าเกรดกลางค่อนข้างดีจะอยู่ที่ประมาณ 500 บาทต่อเดือน

  • ค่าทรายแมว ประมาณ 60 บาทต่อเดือน

  • ยาหยดหลังเพื่อกำจัดหมัด/ป้องกันพยาธิหนอนหัวใจ ประมาณ 260 บาท/เดือน

สรุปแล้ว ค่าใช้จ่ายสำหรับรับเลี้ยงแมว 1 ตัวที่แข็งแรงดี ไม่เจ็บป่วย ยังไม่รวมขนม อุปกรณ์ต่างๆ และของเล่น อยู่ที่ประมาณเดือนละ 820 บาท

นอกจากเตรียมค่าดูแลแมวแบบพื้นฐานแล้ว ผู้รับเลี้ยงแมวยังควรเตรียมค่าใช้จ่ายเผื่อไว้สำหรับปัญหาสุขภาพของแมวในระยะยาวด้วย ซึ่งถ้ารับเลี้ยงแมวอายุไล่เลี่ยกันมาพร้อมๆ กันหลายตัว ก็จะแก่พร้อมๆ กัน ทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลค่อนข้างสูง

รับเลี้ยงแมวแล้ว อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองด้วย

ในการรับเลี้ยงแมว นอกจากต้องใส่ใจสุขภาพของเจ้าเหมียวเพื่อตัวเจ้าเหมียวเองแล้ว ยังเป็นเพราะบางโรคที่เกิดในแมวสามารถแพร่มายังคนได้ด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

คนสามารถติดโรคจากแมวได้หลายอย่าง เช่น

  • พยาธิทางเดินอาหาร
  • โรคท็อกโซพลาสโมซิส (เป็นโรคที่ทำให้หญิงมีครรภ์เกิดภาวะแท้งได้)
  • เชื้อรา
  • การแพ้หมัดที่มากับแมว
  • หอบหืด
  • โรคติดเชื้อจากการถูกแมวกัด/ข่วน เช่น โรคแมวข่วน (Cat scratch)
  • บาดทะยัก
  • พิษสุนัขบ้า

โดยส่วนใหญ่ หลังจากรับเลี้ยงแมว คนจะติดโรคพยาธิทางเดินอาหารและท็อกโซพลาสโมซิสจากแมวผ่านการสัมผัสอุจจาระ ดังนั้นจึงป้องกันได้โดยการล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสตัวสัตว์ หรือใส่ถุงมือเมื่อทำความสะอาดกระบะทราย เพื่อจะได้ไม่ต้องสัมผัสอุจจาระโดยตรง

ส่วนโรคผิวหนังจากการรับเลี้ยงแมวมา ได้แก่ อาการแพ้หมัด เชื้อรา หอบหืด สามารถป้องกันได้โดยเน้นที่การจัดการ ดูแลความสะอาดของแมว อาบน้ำ แปรงขน หยดยากำจัดหมัด และดูดฝุ่นอยู่เสมอ

โรคพิษสุนัขบ้า ก็เกิดกับแมวได้เช่นกัน โรคนี้อันตรายถึงชีวิต แต่สามารถป้องการได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แมวตรงตามกำหนด และกระตุ้นภูมิคุ้มกันทุกปี

อย่างไรก็ตาม หากรับเลี้ยงแมวมาแล้วถูกแมวกัดหรือข่วน ผู้เลี้ยงแมวควรรีบไปพบแพทย์เพื่อประเมินการติดเชื้อของแผล และฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก

ที่มาของข้อมูล

EIDAs, โรคท็อกโซพลาสโมซิส, (http://www.eidas.vet.chula.ac.th/th/diseases/people/parasite/400).

หนังสือเวชศาสตร์โรคแมว, สพ.ญ.ดร.รสมา ภู่สุนทรธรรม, โรคพิษสุนัขบ้าในแมว, พฤษภาคม 2561.

เอกสารประกอบการสอน Reproductive System in Queen, ผศ. สพ. ญ. ดร. เกษกนก ศิรินฤมิตร, 2545.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป