Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้ทั่วไป

การกลืนลำบากในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,195,701 คน

การกลืนลำบากในแมว

มีสาเหตุมากมายที่ทำให้แมวกลืนได้ลำบาก ในทางการแพทย์การกลืนลำบาก จะเรียกว่า Dysphagia จะเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นในช่องปาก (oral dysphagia)ในคอหอย (pharyngeal dysphagia) หรือส่วนปลายของคอหอยที่ต่อกับหลอดอาหาร (cricopharyngeal dysphagia)

อาการที่สามารถพบได้

สำหรับการกลืนยากที่บริเวณช่องปากสามารถเกิดได้จากโรคปริทันต์ ลิ้นเป็นอัมพาต กรามเป็นอัมพาต มีการบวมหรือสูญเสียการทำงานของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว หรือการไม่สามารถเปิดปากได้ ซึ่งในแมวที่มีปัญหาการเคี้ยวยากจะมีการกินที่แตกต่างจากแมวทั่วไป เช่น จะทำการเอียงหัวหนึ่งข้าง หรือถอยหัวไปทางด้านหลังเวลากินอาหาร การที่แมวอมอาหารไว้ที่แก้มโดยที่ไม่มีน้ำลายก็จัดเป็นอีกหนึ่งอาการสำหรับ oral dysphagia

สำหรับ Pharyngeal dysphagia แมวจะสามารถกินอาหารเข้าไปได้แต่จะต้องมีการพยายามในการกลืนหลายครั้งพร้อมกับการยืดและหดคอ มีการเคี้ยวหลายครั้งและมีการสำลัก ถ้าหากว่ามีการอมอาหารไว้ที่กระพุ้งแก้มจะพบว่ามีน้ำลายเคลือบตัวอาหารเอาไว้ รวมถึงอาจพบว่ามีสิ่งคัดหลั่งออกมาทางจมูกได้

แมวที่มีอาการของ cricopharyngeal dysphagia แมวจะสามารถกลืนได้ภายหลังจากการพยายามกลืนเพียงไม่กี่ครั้ง แต่หลังจากการกลืนจะพบว่ามีการสำลัก ไอ จะไม่เหมือนกับ pharyngeal dysphagia ตรงที่ว่า gag reflex จะยังเกิดได้อย่างปกติ สัตว์ที่มีอาการของ cricopharyngeal dysphagia จะมีลักษณะผอมมาก

สาเหตุ

สาเหตุจากทางกายภาพ

  • คอหอยมีการอักเสบ
  • ฝี
  • เนื้อเยื่อในปากมีเม็ดเลือดขาวและแมคโครฟาจที่คอยเก็บกินแบคทีเรีย
  • ต่อมน้ำเหลืองด้านหลังคอหอยมีการขยายขนาด
  • มะเร็ง
  • มีสิ่งแปลกปลอม
  • มีถุงน้ำลายที่ไหลเข้าสู่ร่างกาย
  • ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรเนื่องมาจากการแตกหักและการเคลื่อน
  • กรามล่างหัก
  • ปากแหว่งเพดานโหว่
  • มีความผิดปกติของเนื้อเยื่อที่ลิ้น
  • ปากได้รับการกระทบกระเทือน

กลืนลำบากเนื่องมาจากการบาดเจ็บ

  • โรคปริทันต์ เช่น ฟันหัก หรือมีฝี
  • ขากรรไกรล่างได้รับการบาดเจ็บ
  • มีการอักเสบที่ช่องปาก
  • ลิ้นอักเสบ
  • มีการอักเสบที่บริเวณคอหอย

สาเหตุจากระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

  • สูญเสียการทำงานของเส้นประสาท
  • เส้นประสาทที่กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อการเคี้ยวถูกทำลาย
  • ลิ้นเป็นอัมพาต เนื่องจากมีการทำลายเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ที่ควบคุมกล้ามเนื้อที่หน้า
  • มีการอักเสบของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว

สาเหตุจากการอ่อนแรงของคอหอย หรือเป็นอัมพาต

  • กล้ามเนื้อมีการอักเสบติดเชื้อ เช่น การติดพยาธิ Toxoplasmosis และ Neosporosis
  • ภาวะภูมิคุ้มกันเหนี่ยวนำกล้ามเนื้ออักเสบ
  • การฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ
  • เส้นประสาทหลายเส้นมีปัญหา
  • มีความผิดปกติที่บริเวณรอยต่อระหว่างกล้ามเนื้อกับระบบประสาท ทำให้เส้นประสาทไม่สามารถส่งผ่านสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อได้ เช่น โรค Myasthenia gravis

สาเหตุจากระบบประสาท

  • ติดเชื้อพิษสุนัขบ้า
  • ความผิดปกติของสมองอื่น ๆ

การวินิจฉัย

คุณเจ้าของควรที่จะทำการบอกเล่าเกี่ยวกับประวัติสุขภาพทั้งหมดของตัวแมว ทั้งการพบอาการครั้งแรก และเหตุการณ์ที่สามารถเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะนี้ เช่น ประวัติการเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บ สัตวแพทย์จะทำการตรวจทั่วไป ได้แก่ การตรวจค่าเลือดและตรวจปัสสาวะ โดยที่ผลของการตรวจจะบอกได้ว่าแมวมีการติดเชื้อ โรคไต หรือกล้ามเนื้อมีการบาดเจ็บหรือไม่ ในช่วงของการตรวจร่างกายสัตวแพทย์จะต้องทำการแยกระหว่างการกลืนลำบากและการอาเจียน โดยถ้าหากว่าเป็นการอาเจียนจะพบว่ามีการบีบตัวของช่องท้อง แต่ถ้าหากเป็นการกลืนลำบากจะไม่พบ

สัตวแพทย์จะต้องทำการเก็บเลือดเพื่อตรวจทางห้องปฏิบัติการสำหรับการอักเสบของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยว รวมถึงตรวจหาโรค myasthenia gravis และ โรคภูมิคุ้มกันเหนี่ยวนำด้วย

สัตวแพทย์จะทำการถ่ายภาพเอ็กซ์เรย์และทำอัลตราซาวน์ที่กะโหลกศีรษะและช่วงคอเพื่อหาความผิดปกติ การอัลตราซาวน์ที่ช่วงลำคอจะช่วยให้สัตวแพทย์มองเห็นได้ว่ามีก้อนเนื้อและสามารถเก็บตัวอย่างมาตรวจสอบได้ถ้าหากว่ามีการสงสัย แต่หากว่าสัตวแพทย์สงสัยว่าแมวมีเนื้องอกที่สมองสัตวแพทย์จะทำการตรวจด้วย computed tomography (CT) scan หรือ magnetic resonance imaging (MRI) เพื่อหาตำแหน่งของเนื้องอกและวิเคราะห์ความรุนแรง

การรักษา

การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของการเกิดการกลืนลำบาก โดยถ้าหากว่าแมวของคุณมีปัญหาจากการกินมาจากความผิดปกติในช่องปาก คุณควรที่จะให้อาหารในลักษณะก้อนกลมไว้ที่ส่วนท้ายของลำคอและช่วยให้แมวทำการกลืน ส่วนแมวที่มีความผิดปกติของ pharyngeal หรือ cricopharyngeal dysphagia คุณสามารถช่วยให้กินได้ง่ายขึ้น โดยการยกหัวให้สูงในช่วงที่ทำการกลืน ถ้าหากว่าน้ำหนักของแมวลดลง สัตวแพทย์จะช่วยด้วยการสอดท่อให้อาหาร นอกจากนี้ถ้าหากพบว่ามีเนื้องอกหรือสิ่งแปลกปลอมอาจจะต้องทำการผ่าตัด

การจัดการและความเป็นอยู่

ค่อนข้างมีความสำคัญที่จะต้องควบคุมระดับน้ำหนักของแมวให้อยู่ในเกณฑ์ขณะที่ทำการรักษา ถ้าหากว่าแมวไม่ได้ทำการสอดท่อให้อาหารอยู่ และคุณเจ้าของเป็นคนป้อนอาหารเอง คุณควรที่จะต้องมั่นใจว่าคุณให้อาหารเป็นมื้อเล็กๆหลาย ๆ มื้อโดยแมวจะต้องนั่งอยู่ในท่าตัวตรงหลังจากทานอาหาร 10 - 15 นาทีเพื่อป้องกันการเกิดปอดอักเสบ อาการของปอดอักเสบ ได้แก่ ซึม เป็นไข้ มีน้ำมูกที่มีลักษณะคล้ายหนอง ไอ และมีปัญหาทางการหายใจ ถ้าหากว่าคุณพบว่าแมวของคุณมีอาการดังนี้ คุณควรที่จะพาไปพบสัตวแพทย์โดยทันทีเพื่อทำการรักษาอย่างเฉียบพลัน


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป