ข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์

เราควรเชื่อที่คุณหมอพูดทุกอย่างไหม?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 871584820 %281%29

เรื่องการเลือกหาแพทย์ที่เหมาะสมกับคุณ ผมนึกถึงภาษิตหนึ่งที่ว่า “บางครั้ง คุณต้องจูบกบตั้งไม่รู้กี่ตัว กว่าจะได้เจอเจ้าชาย” ออกจะจริงนะครับ เราต่างเคยมีประสบการณ์มาแล้ว หมอที่เอาแต่บอกว่าคุณต้องทํา อะไร ในขณะที่คุณได้แต่พยักหน้าพร้อมกับนึกในใจว่า “เมื่อไรจะได้ออกไป พ้น ๆ ซะที” ผมเคยเจอหมอฟันที่ต้องการจะครอบฟันกรามทุกซี่ของผม เพื่อฟันที่อุดเอาไว้จะได้ไม่หลุด ผมรีบหาทางเผ่นออกจากคลินิกหมออย่างรวดเร็ว และหาหมอคนใหม่ที่เข้ากับผมได้ดี หมอบอกว่าฟันที่อุดไว้เดิมนั้น ถึงจะไม่ค่อยสวย แต่ก็ใช้การได้ นี่ก็ผ่านมาเกือบ 20 ปีหลังจากที่ผมอุดฟันเหล่านั้น และมันก็ยังแข็งแรงติดแน่นดีอยู่เลยครับ มีอีกครั้งหนึ่งที่ผมไม่ฟังร่างกายตัวเอง (ทั้งที่ผมสมควรต้องฟัง) เขาคือหมอศัลยศาสตร์ทางเดิน ปัสสาวะที่ผมไปปรึกษาเพื่อทําหมัน ผมคิดเอาว่า เขาเป็นหัวหน้าภาควิชา เขาคงต้องฝีมือเยี่ยม หมอเป็นคนสื่อสารไม่ค่อยเก่งนัก แต่ผมคิดไปว่าทักษะการพูดกับคนไข้ของเขาคงไม่เข้าขั้น แต่ปรากฏว่าจริงๆ แล้วเขาเป็น นักวิทยาศาสตร์ที่ทํางานวิจัยเป็นหลักและทําผ่าตัดไม่กี่รายในรอบ 10 ปี ผลงานการทําหมันของหมอทําให้ผมต้องกลับไปผ่าซ้ำอีกรอบ ผมสาบานว่า นับแต่นี้ไป ผมจะต้องถามให้มากขึ้นและระมัดระวังให้มากกว่าเดิม เห็นด้วยครับ ขนาดผมเป็นหมอ การหาหมอดี ๆ ยังเป็นเรื่องยากเลย ผมจึงต้องเรียนรู้ที่จะดูแลรับผิดชอบสุขภาพของตัวเอง เพื่อจะตัดสินใจได้ดีกว่าที่ผ่านมา

ไม่กี่ปีมานี้ เมื่อผมรับงานโทรทัศน์ของ ABC News ผมย้ายจาก แอตแลนต้ามานิวเจอร์ซีย์ ซึ่งก็หมายความว่าผมต้องหาหมอคนใหม่ คราวนี้ ผมตั้งใจจะแก้มือไม่ให้พลาด และลองขอคําแนะนําจากเพื่อนหมอรุ่นน้อง ซึ่งได้กล่าวชมคุณหมอคนนี้อย่างมาก ผมจึงรู้สึกมั่นใจเมื่อไปพบหมอใน การพบกันครั้งแรกนี้ ผมไม่มีปัญหาสุขภาพอะไร เพียงแต่อายุย่าง 50 ปี และได้เวลาสมควรส่งไปตรวจส่องกล้องลําไส้ใหญ่ ผมกรอกข้อมูลลง แบบฟอร์มแล้วไปที่ทํางานหมอเพื่อพูดคุย คุณหมอดูข้อมูลของผม ออก ความเห็นเรื่องที่ผมไม่มีปัญหาสุขภาพ จากนั้นก็ถามผม 2-3 อย่าง

“กินวิตามินทุกวันไหม ?”

“เปล่าครับ” ผมตอบ “ภรรยาผมชอบทําอาหาร เรากินอาหารที่สมดุล ผมได้สารอาหารครบถ้วนจากของกินครับ”

“ผมว่าคุณก็น่าจะกินวิตามินทุกวันเผื่อไว้หน่อยนะ”

“คุณกินเบบีแอสไพรินทุกวันรึเปล่า ?” คุณหมอถามอีก

“เปล่าครับ ผมไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและผมเชื่อว่า ความเสี่ยงต่อเลือดออกในกระเพาะมีมากกว่าข้อดีเรื่องหัวใจครับ” ผมตอบ

“แต่ผมคิดว่า ผู้ชายทุกคนที่อายุ 50 ปีแล้ว ควรจะกินแอสไพรินนะ”

หมอพูดต่อ “วันนี้เรามาวัดค่า PSA ของคุณ ตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากเสียหน่อย”

“ไม่ดีกว่าครับ ขอบคุณ” ผมพูด “สมาคมโรคมะเร็งอเมริกันแนะนํา ว่าเราควรพิจารณาเรื่องนี้ ผมได้ทบทวนหลักฐานต่างๆ แล้ว สําหรับตัวผม ผมไม่คิดว่า PSA มีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงครับ”

“ผมไม่เห็นด้วยนะ” หมอพูด “ถ้าค่ามันเพิ่มขึ้น เราก็ติดตามดู ไม่จําเป็นต้องข้ามขั้นไปผ่าตัดเลยนี่ อีกอย่าง ศัลยแพทย์ที่ผมใช้อยู่ก็ดี มากนะ”

แม่เจ้า! เราพูดกันไปถึงเรื่องผ่าตัด ทั้งที่ผมไม่อยากแม้แต่จะตรวจเลือดเนี่ยนะ มาถึงตรงนี้ ผมบอกได้เลยว่า ผมกับคุณหมอไม่สมพงศ์กัน แต่ไหนๆ ผมก็เสียเวลาไปแล้ว ผมควรหยวนๆ สักหน่อย แล้วทําตามที่ หมอแนะนําดีไหม ? อีกอย่าง เพื่อนผมก็คิดว่าคุณหมอคนนี้ดีมาก ในที่สุดผมก็พูดออกไปว่า “ดูเหมือนว่า เราจะมีทัศนะเรื่องการดูแลสุขภาพที่ต่างกัน ผมคิดว่าผมควรจะไปหาแพทย์คนอื่นคงจะดีกว่า” ผมกลับมาตั้งหลักใหม่ โทรศัพท์ 2-3 ครั้ง สอบถามเพิ่มเติม และค้นพบหมอที่มีทัศนะแบบเดียวกัน ไม่จําเป็นต้องกินอาหารเสริม นอกจากมีข้อบ่งชี้และไม่ทําหัตถการใด จนกว่าจะมีเหตุผลทางการแพทย์ที่สมควร เมื่อหมอแนะนําอะไรที่ผมไม่ค่อย แน่ใจ เราก็จะคุยกัน แล้วเธอก็จะช่วยผมให้ตัดสินใจเลือกในสิ่งที่ถูกต้อง สําหรับตัวผม

ประเด็นสําคัญที่สุดก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างหมอกับคนไข้ควรอยู่บนความไว้วางใจและเคารพซึ่งกันและกัน เมื่อหมอทําความรู้จักคุณและช่วยให้คุณมีข้อมูลเพื่อการตัดสินใจเรื่องสุขภาพของตนเอง ในความสัมพันธ์ นี้แพทย์คือผู้ให้คําปรึกษาด้านสุขภาพของคุณ แต่ไม่ใช่คนตัดสินใจเรื่อง สุขภาพแทนคุณ และมีแต่คุณเท่านั้นที่รู้ดีว่า อะไรคือสิ่งสําคัญต่อตัวเองมากที่สุด

ไม่นานมานี้ ผมให้คําปรึกษากับเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง ซึ่งมีคุณพ่อ เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและกําลังจะเริ่มรับยาเคมีบําบัด ผมถามเธอว่าคุณ พ่อของเธอหวังว่าการรักษานี้จะเกิดผลอะไร ยืดอายุออกไปหรือทําให้ชีวิตมีคุณภาพดีขึ้น เธอไม่แน่ใจ และเข้าใจว่าแพทย์มะเร็งวิทยาไม่ได้พูดคุย เรื่องนี้กับคนไข้ ผมพยายามอธิบายให้เธอเข้าใจว่า ทําไมคําถามนี้จึงมีแต่ พ่อของเธอเท่านั้นที่จะตอบได้ หลายครั้งเคมีบําบัดช่วยยืดชีวิตคนให้อยู่ได้นานขึ้นก็จริง หากแต่คุณภาพชีวิตต้องเสียไป เนื่องจากฤทธิ์ข้างเคียง ของยาเคมี นี่ควรเป็นการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ต้องการของคุณพ่อเธอ ไม่ใช่ การตัดสินใจทางการแพทย์

จําไว้ว่า หลักสําคัญของความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหมอกับคนไข้ก็คือ ความไว้เนื้อเชื่อใจ และการสื่อสารได้อย่างเปิดเผย คุณกล้าบอกปฏิเสธใน สิ่งที่ไม่อยากทํา เป็นเรื่องสําคัญมากที่คุณต้องไม่ปิดบังหมอเรื่องสุขภาพ เรื่องคุณรับความเสี่ยงได้เพียงใด และเรื่องที่คุณกังวลสงสัยเกี่ยวกับยาที่ หมอสั่งหรือคําแนะนําของหมอ ถ้าหมอไม่เต็มใจจะคุยเรื่องเหล่านี้กับคุณ หรือคุณลําบากใจที่จะพูดเรื่องนี้กับหมอ คงถึงเวลาที่คุณต้องมองหาหมอ คนใหม่แล้วละครับ

บทสรุปของหมอเบซเซอร์

เรื่องสุขภาพ คุณเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรดีที่สุดสําหรับตัวคุณ หมออาจจะรู้มากกว่า ในเรื่องของโรคภัยที่เกิดขึ้นกับร่างกายของคุณและจะให้ข้อมูลว่า วิธีการรักษาแบบใด น่าจะได้ผลออกมาอย่างไร แต่สุดท้ายแล้วการเลือกหนทางรักษาก็ขึ้นอยู่กับคุณ หมอที่ดีจะเคารมคนไข้ และให้สิทธิ์คนไข้เลือกเพื่อสุขภาพของตนเองครับ           

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง นายแพทย์ริชาร์ด เบซเซอร์  ได้โดยการซื้อหนังสือ “ความจริงจากหมอไขข้อกังขาปัญหาสุขภาพ”

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่