ความรู้สุขภาพ

ควรถามความเห็นจากหมออีกคนหรือเปล่า?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 516185934 %281%29

ถ้าเป็นเรื่องปรับปรุงแก้ไขบ้าน คุณย่อมคิดจะคุยกับสถาปนิกหลายๆ คน และหาผู้ประมูลเทียบกันหลายราย การได้ฟังความเห็นของคนหนึ่งมี ผลต่อการรับฟังความเห็นของคนถัดมา คุณตระเวนดูไปทั่วๆ เปรียบเทียบราคาก่อนจะตกลงใจซื้อ วิธีนี้ใช้ได้กับทุกอย่างไม่ว่าจะรถยนต์ไปจนเครื่องครัว คุณทําจนแน่ใจว่าได้ราคาและบริการที่ดีที่สุด ภรรยาผมยอมรับว่า แม้แต่เรื่องเปลี่ยนทรงผม เธอก็ไม่กล้าเปลี่ยน ถ้ายังไม่ได้ฟังความคิดเห็น ของบรรดาเพื่อนๆ ก่อน ในชีวิตประจําวันคุณมักถามหาความเห็นที่สอง อยู่เสมอโดยไม่รู้ตัว มันเป็นลักษณะของผู้บริโภคที่รอบรู้ และต้องการหา ข้อมูลรอบด้านให้ได้มากพอก่อนจะตัดสินใจ แต่เมื่อมาถึงเรื่องคําแนะนํา ทางการแพทย์ในกรณีของการเจ็บป่วยที่รุนแรง หลายคนกลับลังเลใจที่จะ ฟังความเห็นจากมุมมองอื่น ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ความลังเลเช่นนี้ อาจก่อผลเสียต่อสุขภาพของคุณครับ

ในความคิดของคนไข้ การแพทย์นั้นดูออกจะเป็นเรื่องตรงไปตรงมา คุณไปพบหมอเล่าอาการให้ฟัง หมอตรวจ ตรวจแลปเพิ่ม ได้รับคําวินิจฉัยและรับทราบแผนการรักษา คุณอาจจะคิดว่าผลที่ออกมาก็เหมือนๆ กัน ไม่ว่าจะไปหาหมอคนไหน หรือคุณคือใคร หรือคุณอยู่ที่ไหน แต่ความจริง ก็คือ หลายสิ่งหลายอย่างมีผลต่อการวินิจฉัยโรคครับ และการรักษาโรค เดียวกันก็แตกต่างกันอย่างชัดเจน ในแต่ละเชื้อชาติ เพศ แหล่งที่อยู่ รายได้หรือแม้แต่บริษัทประกันที่ใช้ จะเห็นว่าปัจจัยที่ทําให้แตกต่างมีมากถึงเพียงนี้ แล้วทําไมเราจะไม่ฟังความคิดเห็นจากหมออีกสักคนล่ะครับ ?

มีหลักฐานแสดงว่าเมื่อฟังความคิดเห็นที่สองเป็นประจํา จะทําให้การ วินิจฉัยโรคและการรักษาโรคดีขึ้นกว่าเดิม สําหรับโรคต่างๆ รวมทั้งมะเร็ง เต้านม มะเร็งลําไส้ มะเร็งตับ มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งต่อมน้ําเหลือง นอกจากนี้ยังพบว่าการสั่งจ่ายยาให้ผู้ป่วยสมาธิสั้น ดีขึ้นด้วย แต่พวกเราส่วนใหญ่ไม่ค่อยทําครับ

ในปี 2548 Gallup Poll ทําการสํารวจคนอเมริกันเกือบ 5,000 ราย ด้วยคําถามว่า “เวลาหมอของคุณวินิจฉัยอาการป่วยและให้การรักษา หรือผ่าตัด คุณถามหาความเห็นจากหมอคนที่สองบ่อยแค่ไหน ?” มี 3% ที่ตอบว่าจะถามทุกครั้ง อีก 41% ตอบว่าถามบางครั้ง และอีก 49% ซึ่งก็คือ คนส่วนมากนั้น ตอบว่าไม่เคยเลย เนื่องจากมีความรู้สึกเกรงใจว่าการไป ถามหมออีกคนหนึ่ง จะเป็นการไม่เคารพหรือดูหมิ่นหมอของตน หมอที่ดีจะยินดีตอบคําถามคนไข้ และไม่เห็นเป็นเรื่องเสียหายถ้าคนไข้จะอยากหา ข้อมูลให้ได้มากที่สุด ทางเลือกของการแพทย์นั้น มักมีผลพวงตามมา คนไข้ จึงควรได้ทราบข้อดีข้อเสียตามที่มีหลักฐานยืนยัน

ต่อไปนี้เป็นเหตุผลของผมที่สนันสนุนการถามความเห็นจากหมอ คนที่สองครับ :

  • คุณจะเชื่อมั่นในหมอของคุณมากขึ้นด้วย ถ้าความเห็นของหมอ คนที่สองตรงกัน นอกจากนี้ จะทําให้คุณเสียใจน้อยลง หากผลการรักษาไม่เป็นตามแผน
  • บางโรคนั้นยากต่อการวินิจฉัย ถ้าคุณยังมีอาการอยู่ ทั้งๆ ที่ได้รับ การรักษาแล้ว ลองพบหมอคนอื่นเผื่อว่าจะมีหนทางรักษาที่ได้ผลมากกว่า
  • โรคและอาการส่วนมาก มีแนวทางการรักษามากกว่าหนึ่งแนวทาง และการรักษาทุกอย่างมีความเสี่ยง หาข้อมูลว่า มีทางเลือกอะไรบ้าง ข้อเสียเป็นอย่างไร เพื่อคุณจะได้ตัดสินใจให้ดีที่สุด คุณควรแน่ใจว่าคุณกับหมอ ของคุณมีแนวทางเข้ากันได้ดี หากรู้สึกว่าหมอของคุณดูจะก้าวร้าวเกินไป หรือดูล้าหลังเกินไป หมอของคุณอาจจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ
  • หมอบางคน ติดตามวิธีการรักษาที่ก้าวหน้ามากกว่าคนอื่น
  • หมอรักษาคนไข้หลากหลายโรค สําหรับหมอคนหนึ่ง คุณอาจจะ เป็นคนไข้โรคนี้คนเดียวในเดือนนี้ ในขณะที่สําหรับหมออีกคน คุณอาจเป็นหนึ่งในคนไข้โรคนี้ ซึ่งมีหลายรายในสัปดาห์

 การถามหาความเห็นที่ 2 เป็นเรื่องยาก หมอในจินตนาการของผม ควรจะพูดว่า “ให้ผมช่วยคุณถามหาอีกความเห็นในเรื่องนี้ดีไหมครับ ? ผมเองก็อยากฟังว่าเพื่อนร่วมอาชีพของผมมีความเห็นว่าอย่างไร” แต่โชค ไม่ดีนัก ที่ไม่ค่อยมีหมอพูดแบบนี้บ่อย ๆ ต่อไปนี้คือสองประโยคง่าย ๆ ที่คุณจะนําไปใช้ได้ หากคุณป่วยเป็นอะไรที่รุนแรงหรือต้องตัดสินใจเรื่อง ยากๆ ทางการแพทย์ การพูดครั้งแรกจะยากที่สุด แต่หลังจากนั้นแล้วก็จะ ค่อยๆ เป็นธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ

“คุณหมอครับ มันก็ฟังดูสมเหตุสมผลดี แต่ก่อนที่เราจะเริ่มการ รักษา ผมอยากจะฟังความเห็นจากหมออีกท่าน มีใครที่คุณหมอพอจะ แนะนําได้ไหมครับ ?”

 บทสรุปของหมอเบซเซอร์

ผมทราบดีว่า การท้าทายผู้ชํานาญการนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หมอที่ดีจะต้อง ไม่ถือว่าเรื่องแบบนี้เป็นการดูหมิ่นหรือท้าทายความสามารถของตนในกรณีส่วนใหญ่ หมอจะยินดีช่วยให้คุณได้ไปปรึกษาหมอคนที่สอง และหมออาจจะสบายใจที่คุณขอ ก็ได้ครับ ถ้าคุณพบว่าหมอของคุณต่อต้านคําขอ บางที นี่อาจไม่ใช่เวลาที่จะหาความเห็น ที่สอง แต่มันอาจจะถึงเวลาที่คุณต้องเปลี่ยนหมอคนใหม่ครับ

  คิดดูอีกที

 ก่อนจะไปพบหมอเพื่อขอความเห็นที่สอง คุณควรปฏิบัติดังนี้

  • ให้หมอของคุณแนะนําว่าควรไปพบใคร ถามดูว่าถ้าเป็นคนใน ครอบครัวหรือตัวหมอเองเป็นโรคนี้ จะปรึกษากับหมอคนไหน
  • ปรึกษาเพื่อน
  • สอบถามตัวแทนประกันว่า คุ้มครองจ่ายค่าปรึกษาความเห็นที่สอง ด้วยหรือไม่ หลายบริษัทจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายนี้ และแม้ในกรณีที่เบิกไม่ได้ ก็อาจคุ้มที่จะจ่ายเอง ทั้งนี้ พิจารณาตามความร้ายแรงของการเจ็บป่วยครับ
  • ขอให้หมอของคุณส่งประวัติการรักษาไปให้หมอคนที่สองก่อนคุณ จะไปพบ เพื่อให้หมอคนที่สองได้เข้าใจปัญหาของคุณ และอาจไม่ต้องเริ่มต้น ตรวจแลปทั้งหมด
  • โทรสอบถามสํานักงานของหมอคนที่สองว่าได้รับประวัติการรักษา ของคุณเรียบร้อยแล้ว ก่อนวันไปพบหมอ
  • จดคําถามที่ต้องการจะถามและพกไปด้วยในวันพบหมอ
  • อย่าไปคนเดียว การมีคนไปด้วยมีประโยชน์ครับ ทั้งช่วยจดบันทึก และช่วยถามคําถามที่คุณลําบากใจ

 หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง นายแพทย์ริชาร์ด เบซเซอร์  ได้โดยการซื้อหนังสือ “ความจริงจากหมอไขข้อกังขาปัญหาสุขภาพ”

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
10 ความเชื่อและความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการรังแก
10 ความเชื่อและความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการรังแก

ทดสอบตัวคุณเองเพื่อดูว่าคุณรู้เกี่ยวกับการรังแกดีแค่ไหน

 มีการเชื่อมโยงระหว่างบุคลิกภาพชนิดก้ำกึ่ง (Borderline Personality) กับความรุนแรงหรือไม่?
มีการเชื่อมโยงระหว่างบุคลิกภาพชนิดก้ำกึ่ง (Borderline Personality) กับความรุนแรงหรือไม่?

อะไรคือความคาดหวังจากคนรักที่มีอาการบุคลิกภาพชนิดก้ำกึ่ง (Borderline Personality)?