Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
พฤติกรรม

ลูกแมวซนเกินไป!

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,377,928 คน

ลูกแมวซนเกินไป!

เจ้าเหมียวตัวน้อยกับจมูกจิ๋ว หนวดจิ้มลิ้ม และฟันแหลมเฟี้ยว เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่หลงรักลูกแมวน้อย ในฐานะเจ้าของมือใหม่ การรับมือกับเจ้าก้อนขนที่วิ่งวนไปทั่วบ้าน ชนเท้าทุกคนที่ขวางหน้า และปีนไปตามผ่าม่านทั่วบ้าน จริง ๆ แล้วมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมเหล่านี้

พฤติกรรมของลูกแมวซน : เราต้องคาดหวังอะไร ?

ระดับพลังงานของลูกแมวมีแนวโน้มที่จะขึ้นกับอายุที่คุณรับลูกแมวเข้ามาอยู่ด้วย ที่อายุ 8 สัปดาห์เป็นอายุน้อยที่สุดที่ทาง ASPCA อนุญาตให้นำลูกแมวกลับบ้าน ลูกแมวที่อายุนี้จะมีความกระตือรือร้น แต่อาจยังไม่โตพอที่จะเริ่มทำลายเฟอนิเจอร์ เมื่ออายุมากขึ้น ลูกแมวจะเริ่มเคลื่อนไหวได้มากขึ้นและระดับพลังงานก็จะสูงขึ้นเช่นกัน คุณจะเห็นได้ว่าเขาจะเริ่มกระโดด วิ่งไล่ตามสิ่งของ และโจมตีเจ้าของอย่างสนุกสนาน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

Adi Hovac ผู้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมแมวประจำศูนย์ ASPCA Adoption Center กล่าวว่า “บางครั้งก็เหมือนจะอ้อน แต่อยู่ดี ๆ ก็จะเริ่มงับมือเจ้าของ แล้วก็จะเปลี่ยนกลับไปมาระหว่างเล่นและผ่อนคลาย ลูกแมวอาจจะถูกกระตุ้นให้อยากเล่นมากจากการถูกลูบเพียงเล็กน้อย”

ลูกแมวมักจะทำตัวเหมือนเป็นบ้าเป็นหนทางในการฝึกฝนเพื่อที่จะโตเป็นผู้ใหญ่ เช่นเดียวกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมชนิดอื่น เนื่องจากแมวเป็นนักล่าโดยธรรมชาติ ลูกแมวจะค้นหาที่ใหม่ ๆ และปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมตามสัญชาตญาณ ซึ่งจะแสดงการกัด กระโดด และไล่ตามสิ่งต่าง ๆ

พฤติกรรมการล่าเป็นสิ่งที่ลูกแมวจำเป็นต้องเรียนรู้และได้รับการสอน และจะเรียนรู้ได้โดยการลองสำรวจสิ่งต่าง ๆ ลูกแมวจะมีความอยากรู้อยากเห็นต่อสิ่งรอบตัวมาก และจะพยายามสำรวจด้วยสัญชาตญาณทั้งหมดที่มี รวมไปถึงสัญชาตญาณการล่าเหยื่อ

ทางที่ดีที่สุดที่จะควบคุมศสัญชาตญาณนี้คือให้ลูกแมวของคุณได้เล่นอย่างเต็มที่และสม่ำเสมอ

จะเล่นกับลูกแมวอย่างไร และทำอย่างไรลูกแมวถึงจะสงบลง

บางครั้งการพยายามทำให้ลูกแมวสนุกโดยที่ไม่มีบาดแผลจากการข่วน กัด หรือทำลายสิ่งของเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่ก็ยังมีหนทางในการเล่นกับลูกแมวอย่างมีประสิทธิภาพและวิธีการทำให้ลูกแมวสงบเมื่อถึงเวลาทีต้องพักผ่อน หากคุณกำลังวางแผนรับเลี้ยงลูกแมว ควรจำสิ่งเหล่านี้เอาไว้เป็นแนวทาง

  • ห้ามใช้ร่างกาย : เจ้าของควรจะเตรียมการเล่นกับลูกแมวโดยไม่ให้เจ้าเหมียวคิดว่าส่วนใด ๆ ก็ตามในร่างกายเป็นของเล่น ควรกระตุ้นให้ลูกแมวเล่นและแทะของเล่นแทนการปล่อยให้ลูกแมวแทะมือและนิ้วของคุณ เพราะการปล่อยให้ลูกแมวแทะนิ้วของคุณจะเป็นการนำไปสู่การเล่นที่ไม่เหมาะสมเมื่อลูกแมวโตขึ้น
  • เลียนแบบการล่าเหยื่อ : กระตุ้นให้ลูกแมวได้ใช้สัญชาตญาณโดยการเลียนแบบวิธีการล่าเหยื่อของแมวด้วยอุปกรณ์ที่มีสายดึง และปล่อยให้แมววิ่งไล่ของเล่นไปทั่ว เช่นเดียวกับนกหรือแมลงที่กำลังหนี ลูกแมวจะใช้พลังงานไปกับการวิ่งไล่
  • เบนการใช้พลังงานไปในทางที่ต้องการ : เมื่อคุณเล่นกับลูกแมวเสร็จแล้วแต่ลูกแมวยังไม่เลิกเล่น ให้โยนของเล่นหรือลูกบอลที่เด้งได้ และให้ลูกแมวเล่นกับสิ่งที่คุณต้องการดีกว่าปล่อยให้ไปเล่นอย่างอื่นเอง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้หลีกเลี่ยงการจับบังคับหรือจับลูกแมว เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้ลูกแมวอยากเล่นมากขึ้น
  • มีเวลาให้ผ่อนคลาย : ให้คิดว่าการเล่นของลูกแมวเป็นเหมือนกับการออกกำลังกายของคน และมีเวลาให้อุ่นเครื่องและผ่อนคลาย เมื่อเจ้าของค่อย ๆ ลดการเล่นลง ค่อย ๆ ลดการเคลื่อนไหวของคุณ และปล่อยให้ลูกแมววิ่งไล่ของเล่นแบบสบาย ๆ เป็นการส่งสัญญาณว่าถึงเวลาต้องผ่อนคลาย หากคุณหยุดเล่นไปเลยโดยที่ไม่ผ่อนคลายลงก่อน ลูกแมวก็จะตามการเคลื่อนไหวของคุณไปเรื่อย ๆ หากลูกแมวไม่หยุดและยังไล่ตามแขนหรือขาของคุณต่อไป สิ่งที่ควรทำคือหยุดทันทีและทำเสียงดังเพื่อให้ลูกแมวตกใจและหยุดการเคลื่อนไหว การหยุดให้ความสนใจเมื่อลูกแมวเริ่มก้าวร้าวจะช่วยสอนให้ลูกแมวไม่เล่นแรงเกินไปได้

ก่อนที่จะพาลูกแมวกลับบ้าน คุณควรจะจัดการบ้านของคุณโดยแบ่งบริเวณที่จะปล่อยให้สมาชิกใหม่ของคุณเล่นได้ และลูกแมวจะไม่เข้าไปในบริเวณที่คับแคบ (เช่น ใต้เตียง หรือหลังตู้เย็น) ต้องแน่ใจว่าปิดช่องเหล่านี้หมด และไม่มีสิ่งของขนาดเล็กอยู่ในบริเวณที่ลูกแมวจะอยู่ นอกจากนี้ควรอาจต้องมีพื้นที่สำหรับกักเจ้าตัวซนเอาไว้ เช่น ห้องนอน สำหรับตอนที่คุณไม่อยุ่บ้านเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกแมวได้รับบาดเจ็บ

หากคุณพร้อม ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รับลูกแมวมาเป็นคู่และให้เป็นคู่นเล่นและคอยเรียนรู้วิธีการเล่นจากกันและกัน

การให้ลูกแมวเรียนรู้จากลูกแมวตัวอื่นจะทำให้มีพฤกติรรมการเล่นที่เหมาะสมเพราะว่าคุยภาษาเดียวกัน ดังนั้นการให้ลูกแมวมีแมวอีกตัวเป็นเพื่อนเล่นเป็นสิ่งที่เจ้าของควรคำนึงก่อนจะเริ่มเลี้ยงแมว


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป