ความรู้ทั่วไป

การท่องเที่ยวไปพร้อมกับเจ้าเหมียว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
Istock 496859826 %281%29

การท่องเที่ยวไปพร้อมกับเจ้าเหมียว

กฎข้อแรกสุดในการที่คุณจะไปท่องเที่ยวร่วมกับเจ้าเหมียวของคุณได้ คือแมวจะต้องมีบัตรประจำตัวหรืออะไรก็ตามที่สามารถบ่งบอกได้ว่าเป็นแมวของใคร ในปัจจุบันมีสุนัขและแมวกว่าพันตัวต้องจบลงที่สถานพักพิงสัตว์เลี้ยงเนื่องจากเจ้าของไม่คาดฝันว่าสัตวเลี้ยงของพวกเขาจะหลุดหรือสูญหายระหว่างการท่องเที่ยว ไม่มีความเลวร้ายไหนเลวร้ายยิ่งกว่าการขับรถออกไปโดยที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ด้วยเนื่องจากเราไม่สามารถตามหามันเจอ เหตุน่าเศร้านี้อาจหลอกหลอนคุณไปตลอดชีวิต อย่าปล่อยให้มันเกิดขึ้น ใส่บัตรประจำตัวหรืออย่างน้อยก็ควรทำการฝังไมโครชิพให้แมวของคุณ

ก่อนที่คุณจะออกเดินทาง อย่าลืมพิจารณาตัวเลือกที่จะฝากแมวของคุณไว้ที่สถานรับเลี้ยงในระแวกบ้านของคุณ หลายที่อาจมีการรับฝากเลี้ยงสำหรับแมวเท่านั้น โดยที่ไม่รับเลี้ยงสุนัขเลย แต่ก็มีหลายที่เช่นกันที่อ้างว่าได้ทำการแยกเลี้ยงอย่างดีโดยที่แมวจะไม่เห็น ไม่ได้ยินหรือไม่ได้กลิ่นของสุนัขเลย ซึ่งในแง่ความเป็นจริงแล้ว คุณเจ้าของควรทำการไปเยี่ยมชมสถานรับเลี้ยงเองเพื่อดูว่าจริงๆแล้วระบบภายในนั้นเป็นอย่างไร

นอกจากนี้อาจมีคนที่รับเลี้ยงสัตว์ในระแวกบ้านคุณที่สามารถเลี้ยงแมวของคุณได้ในบ้านของคุณเอง การที่มีพี่เลี้ยงสัตว์แบบนี้ที่บ้านคุณ ระหว่างที่คุณไปท่องเที่ยวคุณสามารถที่จะโทรกลับมาแล้วเล่าให้สัตว์เลี้ยงของคุณฟังได้ว่าการไปเที่ยวของคุณสนุกขนาดไหน และคุณคิดถึงเจ้าเหมียวมากแค่ไหน

หัวข้อนี้จะกล่าวเกี่ยวกับเรื่องลำบากใจที่อาจเกิดขึ้นเมื่อคุณท่องเที่ยวร่วมกับแมวของคุณและสิ่งที่จะช่วยให้เรื่องเหล่านั้นกลายเป็นเรื่องง่ายและสนุกสนานมากขึ้น โดยสิ่งสำคัญที่คุณต้องจดบันทึกเอาไว้เลยคือคุณควรพาแมวของคุณเที่ยวในสถานที่ใกล้เคียงของคุณก่อนที่จะออกไปเที่ยวข้างนอกแบบเต็มวัน เพราะอย่างไรก็ตามการเที่ยวเต็มวันก็คือการเที่ยวสั้นๆหลายๆที่อยู่ดี จริงไหม?

กรงสำหรับท่องเที่ยว

กรงแบบนี้ค่อนข้างที่จะสะดวก พกพาง่าย หากแมวของคุณมีความสุขและรู้สึกสบายภายในกรงจะทำให้แมวปลอดภัยมากกว่า และถ้าคุณต้องการที่จะไปไหนในช่วงเวลาสั้นๆคุณก็จะสามารถทิ้งเจ้าเพื่อนตัวน้อยของคุณไว้ตัวเดียวได้อย่างสบายใจเพราะรู้ว่าเขาจะปลอดภัย

อีกทั้งการอยู่ในกรงยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของทั้งคุณและแมวของคุณ เนื่องจาก ถ้าแมวของคุณเดินสำรวจไปทั่วรถระหว่างรถกำลังเคลื่อนที่ อาจไปรบกวนสมาธิของคนขับรถได้และอาจเกิดการบาดเจ็บที่ร้ายแรงต่อแมวได้

ดังนั้นหากคุณใช้กรงสำหรับท่องเที่ยว ต้องแน่ใจว่าแมวมีความคุ้นเคยกับกรงก่อนออกเดินทาง

อาการเมารถ หรือ กระวนกระวายใจ

ไม่ว่าใครก็สามารถเกิดอาการเมารถได้ แม้แต่เราเองก็ตาม แมวส่วนใหญ่สามารถเกิดอาการเมารถได้เช่นกัน แต่เราสามารถทำให้คุ้นเคยได้โดยการพาไปเที่ยวสั้นๆหลายๆครั้ง อาจทำให้เกิดความเคยชินขึ้นได้ โดยค่อยๆให้แมวของคุณใช้เวลาอยู่ในรถโดยเริ่มจากปิดเครื่องยนต์ก่อน เมื่อเริ่มคุ้นเคยมากขึ้นจึงค่อยเปิดเครื่องยนต์ และเริ่มจากการเที่ยวสั้นๆ แล้วค่อยพาไปเที่ยวข้ามจังหวัด ตามลำดับ ก่อนการเที่ยวยาวๆคือคุณจะต้องแน่ใจว่าแมวได้กินอาหารและน้ำเพียงพอ จากนั้นนำอาหารและน้ำออกอย่างน้อยสามชั่วโมงก่อนออกเดินทาง

คุณยังสามารถใช้ยาต้านอาการเมารถเพื่อช่วยให้กระเพาะอาหารเข้าที่และป้องกันการเกิดน้ำลายที่ไหลออกจำนวนมากในแมวที่เกิดอาการวิงเวียน ยาส่วนใหญ่ที่ใช้ในการต้านอาการเมารถมักเป็นยาต้านฮิสตามีนที่มีความปลอดภัยสูง แต่ก็ยังมีแมวจำนวนมากที่สามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องพึ่งยา อย่างไรก็ตาม ควรเตรียมกระดาษเช็ดมือไปสักม้วนเผื่อกรณีที่อาจจะต้องใช้

จะทำอย่างไรหากแมวของคุณเกิดอาละวาดภายในรถ? การที่แมวเกิดการอาละวาดขึ้นนั้น อาจเป็นเพราะแมวเหล่านั้นมีความกระวนกระวายใจ แต่ไม่ได้เจ็บป่วย พวกเขามีอาการบ้าคลั่ง! อาการปกติที่จะพบเห็นในแมวที่กระวนกระวายใจจากการท่องเที่ยวคือ น้ำลายไหล หอบ คราง กระโดดจากเบาะหน้าไปเบาะหลัง ไล่ตบผีเสื้อที่ไม่มีอยู่จริง และพยายามไต่หลังคารถแบบกลับหัว

อาการดังกล่าวแตกต่างจากอาการเมารถ กล่าวคือแมวที่เมารถโดยทั่วไปแล้วจะเงียบร่วมกับซึมเล็กน้อยเพราะพวกเขารู้สึกแย่ พวกเขาจะมีน้ำลายไหลไปทั่ว หรืออาจแม้แต่มีการขับถ่ายและเริ่มอาเจียนได้ (แม้กระเพาะอาหารจะว่างก็ตามอาการพยายามอาเจียนก็สามารถเกิดอย่างรุนแรงได้)

ทำอย่างไรให้แมวที่มีความคึกนั้นสงบลงได้ระหว่างเดินทาง

หากคุณจำเป็นจะต้องพาแมวที่มีความคึกสูงร่วมเดินทางไปด้วย การให้ยาซึมแก่เจ้าเหมียวจะทำให้การเดินทางปลอดภัยมากขึ้น ง่ายขึ้น และความเครียดลดลงทั้งตัวคุณและเจ้าเหมียว ลองสอบถามสัตวแพทย์เกี่ยวกับทางเลือกที่จะสามารถเลือกได้ เมื่อคุณได้ยามา สิ่งที่จะทำให้สำเร็จได้คือ คุณต้องให้แมวของคุณได้กินยาก่อนที่จะเริ่มการเดินทาง

แมวบางตัวจะแสดงพฤติกรรม Tae Bo ทันทีที่ได้ยินคำว่า “รถ” คุณเจ้าของควรทำการเพิกเฉยแล้วแอบใส่ยาลงไปในขนม และอย่าเอ่ยถึง “รถ” ใกล้ๆเจ้าเหมียวก่อนจะออกเดินทาง หากคุณคิดว่าแมวของคุณจำเป็นต้องใช้ยา อย่าลืมที่จะเผื่อเวลาสำหรับการให้ยานอกเหนือจากเวลาที่คิดว่าจะใช้จริงๆ

มีเพียง 1 ใน 10 ของแมวเท่านั้นที่จะไม่ตอบสนองต่อตัวยาและปริมาณยาทั่วๆไป แต่เจ้าของทุกท่านคงไม่อยากที่จะพบว่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับคุณในเช้าวันเดินทางกับการเดินทาง 8 ชั่วโมง กลางฤดูหนาวที่จะไปยังเทือกเขาร็อกกี้ที่คุณจะไปรับรางวัลนักเขียนนานาชาติที่คุณชนะมาในหัวข้อ “ตรรกะในการจัดลำดับเพื่อการวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ” หรอกจริงไหม

ตามองถนน

ความสนใจของคุณควรอยู่บนท้องถนนเสมอ ไม่ใช่ที่แมวของคุณ! หากเพื่อนร่วมทางของคุณตัวนี้เป็นนักเดินทางที่ดี มันควรจะนอนขดตัวอยู่ที่นั่งข้างๆคุณ และงีบหลับไป คุณต้องห้ามให้แมวของคุณอยู่ใกล้พื้นฝั่งคนขับ ณ ตำแหน่งที่เบรก และคลัทช์อยู่เด็ดขาด รวมไปถึงด้านหน้าคนขับก็ห้ามมีการกระโดดไปเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยเช่นกัน

เข็มขัดนิรภัย

สัตวแพทย์และเจ้าของสัตว์หลายคนเชื่อว่าต้องคาดเข็มขัดนิรภัยให้กับสัตว์เลี้ยงเหมือนกับเด็กเล็ก ซึ่งได้มีการผลิตอุปกรณ์จับบังคับมากมายสำหรับสุนัข แต่กลับมีน้อยมากสำหรับแมว คุณอาจเลือกที่จะใช้กรงที่ผลิตด้วยผ้าสำหรับกันกระแทกแทนทีจะเป็นพลาสติกหรือลวดเพื่อที่แมวจะได้มีที่อยู่ระหว่างการเดินทางและมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ปลอกคอ สายจูง และอุปกรณ์จับบังคับเป็นสิ่งจำเป็นในแมวนักเดินทางด้วย

การวางแผนล่วงหน้า

การวางแผนล่วงหน้า...ใช่ ล่วงหน้า ถ้าหากคุณรู้ว่าจะต้องไปเที่ยวค้างคืน อย่าลืมที่จะตรวจสอบว่าที่พักอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้รึไม่ การจะมีรายชื่อโรงแรมที่จะ “เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง” นั้นไม่ยาก เพียงคุณทำการบ้านโดยค้นหาล่วงหน้า คุณเจ้าของไม่ควรจะคิดว่าจะซ่อนแมวไว้ในห้องหรือขอร้องด้วยหวังว่าจะได้รับความเห็นอกเห็นใจจากทางโรงแรมถ้าหากคุณโผล่ไปพร้อมกับเมนคูณขนาด 25 ปอนด์

และอย่าลืมที่จะเตรียมถุงเก็บสิ่งขับถ่ายแบบใช้แล้วทิ้งไปด้วย คุณจะต้องมีจิตสำนึกต่อสังคมที่จะต้องรู้ว่าเจ้าเหมียวเลือกปลดทุกข์ที่ไหน และ litter box ที่คุณนำไปด้วยอาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆที่เจ้าเหมียวคิดจะใช้ ดังนั้นคุณเจ้าของควรเตรียมใจไว้ด้วย!

อาหาร น้ำ และสิ่งที่ต้องเตรียม

การเตรียมน้ำและอาหารไปให้จากที่บ้านไม่ได้ทำให้เจ้าของลำบากมากขึ้นแต่อย่างไร แถมอาจทำให้คุณเจ้าของจะยิ่งสบายเสียอีก และอย่าลืมเตรียมผ้าขนหนูหรือผ้าขี้ริ้วไปด้วยเพราะมันจะเป็นอุปกรณ์สำหรับการทำความสะอาดที่ดีเมื่อแมวของคุณดันไปเจอกับโคลนเหนียวๆหรือสัมผัสกับบางอย่างที่สกปรกที่อาจกระเด็นมาโดนเช่นไอศกรีมซันเดย์!

กล่องพยาบาลฉุกเฉินเป็นสิ่งที่เหมาะสมมากในกรณีที่คุณหรือแมวคุณได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการคันระหว่างวัน ยาต้านคัน ผ้าพันแผล และยาปฏิชีวนะแบบทาอาจช่วยคุณได้ในวันที่คุณไม่คาดคิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

และยังเป็นความคิดที่ดีเช่นกันที่ถ้าหากคุณจะขอให้สัตวแพทย์ทำสำเนาประวัติการรักษาแมวของคุณและนำมาร่วมเดินทางด้วยเผื่อในกรณีที่อาจจะต้องพาไปหาสัตวแพทย์ระหว่างเดินทาง

สายจูง(สายจูงหลายอัน)

ใช่ ถูกต้องแล้ว...พหูพจน์ นั่นแสดงว่าคุณจะต้องเตรียมสายจูงไปสองเส้น เผื่อว่าคุณจะทำเส้นหนึ่งหาย แมวมีการขึ้นชื่อ(อย่างเลวร้าย)ในเรื่องของการหลบหนีออกจากปลอกคอคล้ายกับฮูดินี่(ฮูดินี่-นักมายากลอเมริกันที่มีชื่อเสียงในการหลบหนีจากพันธนาการ) การใช้สายจูงรัดอกปลอดภัยกว่าโดยเฉพาะแบบที่จะปรับตามแรงที่มากระทำกับสายจูง ยิ่งแมวพยายามดึงออกเท่าไหร่ ก็จะยิ่งรัดแรงเท่านั้น

โรคลมแดด

การทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้เพียงลำพังในรถมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอันตราย โดยเฉพาะโรคลมแดด คุณควรมีสติระลึกถึงผลที่จะเกิดขึ้นจากความร้อนภายในรถที่จอด มันใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นที่จะทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายขึ้นสูงมากกว่าอุณหภูมิภายนอกถึง 40 องศาฟาเรนไฮต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณจอดรถไว้กลางแดด อุณหภูมิของแมวอาจสูงเหมือนเครื่องทำความร้อนภายในรถ (ลมหายใจออกปกติของแมวคือ 102 องศาเซลเซียส) อาการของโรคลมแดดมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหอบ หายใจถี่ เหงือกสีแดงสด อาเจียน เหงื่อออกที่อุ้งเท้า มีไข้ ตามด้วยการล้มป่วย

การเปิดหน้าต่างลงเล็กน้อยย่อมช่วยได้แน่นอนหากมีลมอ่อนๆ จงระวังให้มากๆในการที่จะทิ้งสัตว์เลี้ยงของคุณไว้ตามลำพังโดยไม่มีใครมาช่วยได้ภายในรถที่จอดทิ้งไว้ โรคลมแดดเป็นโรคในภาวะวิกฤติที่น่ากลัวและสัตว์ส่วนใหญ่มักไม่สามารถรักษาได้ทัน และเมื่อถึงเวลานั้นคุณจะตกใจเมื่อรู้ว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้ไวแค่ไหน

ขอให้การเที่ยวของคุณเป็นไปอย่างสนุก

รวมทั้งคุณเจ้าของอย่าลืมที่จะนำของเล่นสนุกๆหรือขนมอร่อยๆติดตัวไปด้วย เพื่อให้เจ้าเหมียวรู้ว่าการท่องเที่ยวมันสนุกขนาดไหน อ้อ แล้วก็อย่าลืมเอากล้องไปด้วยล่ะ!

 

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ