สุขภาพ

ตีแผ่สาเหตุที่ทำให้ขนแมวไม่เงางาม พร้อมวิธีแก้ปัญหา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ตีแผ่สาเหตุที่ทำให้ขนแมวไม่เงางาม พร้อมวิธีแก้ปัญหา

ขนแมวที่เงามักจะมีความสวยงาม น่าสัมผัส และมีประโยชน์สำหรับแมว ทั้งนี้ขนของแมวหนึ่งตารางนิ้ว สามารถมีขนได้มากถึง 130,000 เส้น สำหรับหน้าที่ของขนแมว ตัวอย่างเช่น ช่วยในเรื่องของประสาทสัมผัส ปกป้องแมวจากความร้อนและความเย็น ลม และฝน สามารถช่วยแมวผลิตสารอาหารสำคัญอย่างวิตามินดี ฯลฯ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ขนของแมวก็จะเริ่มสูญเสียความเงา

ทำไมขนของแมวถึงไม่เงางาม ?

มีหลายสาเหตุที่ทำให้ขนของแมวดูด้าน หรือมีผิวแห้งและตกสะเก็ด สำหรับสาเหตุทั่วไปมีดังนี้

  1. ได้รับโภชนาการที่ไม่ดี
    การที่แมวจะมีขน ผิว และร่างกายที่มีสุขภาพดีได้นั้น แมวจำเป็นต้องกินคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันในปริมาณที่เหมาะสมอย่างที่เราทำ ถ้าแมวกินอาหารที่ไม่มีคุณภาพ มันก็จะทำให้ยากต่อการย่อยอาหาร และอาจทำให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุและวิตามินไม่เพียงพอ
  2. น้ำหนักตัว
    มีการประมาณว่า 57 % ของแมวในประเทศสหรัฐอเมริกามีน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือเป็นโรคอ้วน เมื่อแมวอ้วน มันก็จะไม่สามารถทำความสะอาดทั่วทั้งร่างกายได้สะดวก ทำให้ขนไม่เงางามและพันกันยุ่งเหยิง
  3. อายุ
    เมื่อแมวมีอายุมากขึ้น พวกมันจะมีร่างกายที่ยืดหยุ่นน้อยลงหรือเป็นโรคข้ออักเสบ ทำให้แมวไม่สามารถหมุน หรือหันตัวมาทำความสะอาดขนได้อย่างที่เคยทำ ขนของแมวจึงดูไม่มีชีวิตชีวาได้ในที่สุด
  4. อาบน้ำบ่อยเกินไป
    เจ้าของบางคนอาจควบคุมสะเก็ดที่ผิวหนังหรือหมัดโดยอาบน้ำให้แมว แต่การอาบน้ำบ่อยเกินไปสามารถทำให้ขนไม่เงางามเช่นกัน อย่างไรก็ตาม มีหลายสาเหตุที่ทำให้แมวมีผิวแห้งกร้านหรือมีขนที่ไม่เงางาม ซึ่งการเป็นโรคเบาหวาน มีปรสิตในร่างกาย การติดเชื้อที่ผิวหนัง การแพ้ โรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน หรืออากาศเย็นและแห้ง ก็สามารถทำให้เกิดปัญหาผิวดังกล่าวเช่นกัน

วิธีที่ช่วยให้แมวกลับมามีขนเงางามอีกครั้ง

แมวเป็นสัตว์ที่ดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี แต่มันก็ยังจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากเราเพื่อให้มีความสุขและมีสุขภาพดี ถ้าขนของแมวแห้งและไม่มีชีวิตชีวา สิ่งที่คุณสามารถทำได้มีดังนี้

  1. ให้ทานอาหารที่มีประโยชน์
    ผิวหนังและขนของแมวสามารถสะท้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของเขาได้ เมื่อขนของแมวขาดความเงางาม หรือมีผิวแห้ง สิ่งที่เราควรทำคือ การสำรวจอาหารที่เขากิน ทั้งนี้แมวจำเป็นต้องได้รับโปรตีนมากกว่าสุนัข เขาจำเป็นต้องกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน และไขมันชนิดที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อรักษาร่างกายให้มีสุขภาพดีและมีขนที่เงางาม อาหารที่มีไขมันต่ำ หรืออาหารที่ไร้คุณภาพ ล้วนแต่ทำให้แมวมีขนที่ไม่สวยงาม นอกจากนี้คุณอาจช่วยให้แมวมีขนเงางามโดยให้เขากินอาหารที่มีกรดไขมันสูงอย่างปลาแซลมอนหรือน้ำมันปลา โดยให้คุณรอดูผลลัพธ์ 4 - 6 สัปดาห์ แต่ให้คุณปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนให้เขากินอาหารเสริม
  2. จัดการกับน้ำหนักที่เกินมาตรฐานและโรคอ้วน
    แมวของคุณมีรังแคที่กลางหลัง หรือรอบฐานของหางหรือไม่ ? หากคำตอบคือใช่ มันก็เป็นสัญญาณที่บอกว่า แมวไม่สามารถหันมาทำความสะอาดขน เพราะเขามีน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือเป็นโรคอ้วนค่ะ นอกจากมันจะทำให้แมวมีร่างกายที่ยืดหยุ่นน้อยลงแล้ว การมีน้ำหนักตัวมากเกินไปก็สามารถทำให้แมวมีโอกาสเป็นโรคร้ายไม่ต่างจากมนุษย์ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ตัวอย่างเช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน และโรคมะเร็ง ถ้าโรคอ้วนเป็นเบื้องหลังที่ทำให้แมวมีขนที่ไร้ชีวิตชีวา สิ่งที่คุณควรทำคือ การจัดการกับต้นตอของปัญหา และไปพบสัตวแพทย์ เพื่อที่เขาจะได้ช่วยแนะนำเมนูอาหารที่มีแคลอรีต่ำและดีต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม แมวจำเป็นต้องลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป และทำอย่างระมัดระวัง เพราะการลดน้ำหนักเร็วเกินไปสามารถทำให้เกิดโรคตับที่เรียกว่า Hepatic Lipidosis
  3. ช่วยแมวแก่ทำความสะอาดขน   
    แม้ว่าแมวของคุณทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่ถ้าเขาแก่เกินไปที่จะทำความสะอาดขนอย่างเหมาะสม มันก็อาจทำให้แมวมีขนที่ไม่เงางามหรือมีผิวแห้งกร้าน ในกรณีนี้ คุณจำเป็นต้องช่วยเหลือเขาค่ะ การแปรงขนให้แมวบ่อยขึ้นสามารถทำให้ขนของเขานุ่มและดูสวยงาม ทั้งนี้ The American Animal Hospital Association แนะนำให้ใช้หวีที่มีฟันเรียงติดกันถี่มากๆ  ซึ่งสามารถเจาะเข้าไปในตัวแมวได้มากขึ้น และทำให้ขนเก่าที่ไร้ความเงางามที่แปรงทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงหลุดออกมา
  4. ไม่อาบน้ำให้แมว
    การอาบน้ำให้แมวเป็นประจำสามารถเป็นสาเหตุที่ทำให้แมวมีผิวหนังแห้งกร้าน ดังนั้นการอาบน้ำให้แมวเมื่อตัวสกปรกมาก หรือมีของเหลวเหนียวๆ ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับแมวที่จะทำความสะอาด จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้าเป็นเพราะหมัดที่ทำให้คุณอาบน้ำให้แมวเป็นประจำ คุณสามารถช่วยให้ขนของแมวกลับมาเงางามน่าสัมผัสอีกครั้งโดยเปลี่ยนจากการอาบน้ำไปเป็นการใช้ยาฆ่าหมัดสำหรับแมวทุกเดือนค่ะ

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่คุณจะปรับเปลี่ยนอาหารของแมว ให้อาหารเสริม หรือทำสิ่งใดก็ตามที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อชีวิตของเจ้าเหมียว คุณก็ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนค่ะ

ที่มา : https://pets.webmd.com/cats/gu...

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ