ข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์

โรงพยาบาลในช่วงมีหมอฝึกใหม่อันตรายจริงหรือ?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
Istock 462869511 %281%29

เมื่อชมซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่สร้างเกี่ยวกับโรงพยาบาลที่มีการฝึกสอน แพทย์ คุณจะได้เห็นแพทย์ฝึกหัดหรือแพทย์ประจําบ้านมือใหม่ทําเรื่อง ผิดพลาดในสถานการณ์ประจําวัน หมอใหม่ที่กระตือรือร้นแต่ยังด้อย ประสบการณ์ ต้องเรียนรู้ให้เกิดความชํานาญเฉกเช่นหมอรุ่นใหญ่ที่ปกครอง โรงพยาบาลด้วยกฎเหล็ก พอถึงตอนจบของเรื่อง หมอใหม่ก็จะได้บทเรียน สําคัญเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตน ในขณะที่หมอรุ่นเก่รีบเข้ามาช่วยแก้ไข สถานการณ์และช่วยชีวิตผู้ป่วยเอาไว้ได้ ทําให้หมอใหม่เกิดปณิธานมุ่งมั่น ที่จะเอาดี และทําให้ผู้ร่วมงานยอมรับนับถือให้ได้

ผมยังจําสัปดาห์แรกของการเป็นแพทย์ฝึกหัดแผนกกุมารเวชได้ดี หลังจากใช้เวลา 4 ปีท่องตํารับตําราและทํางานดูแลคนไข้ในหอผู้ป่วยภายใต้ การกํากับของแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพ ในที่สุดผมก็ได้คํานําหน้าชื่อเป็น “นายแพทย์” และถึงวันที่จะได้รักษาคนไข้ด้วยตัวเองเสียที ผมกับมาร์ก เพื่อนรักที่เรียนมาด้วยกัน พูดตลกกันบ่อยๆ ว่า สักวันหนึ่งอาจมีใครสักคน เดินมาข้างหลัง ตบไหล่เราเบา ๆ แล้วพูดว่า “โทษทีเหอะ นายน่ะไม่ใช่ หมอหรอก” แม้เหตุการณ์นั้นจะไม่เคยเกิดขึ้นจริง แต่ช่วงแรกๆ ของการเป็นแพทย์ประจําบ้านนั้นเป็นเวลาที่เครียดสุดๆ ในชีวิตหมอใหม่เลยทีเดียว เมื่อคุณวางท่ารู้ดีว่าต้องทําอะไร ทั้งที่ความจริง คุณอาจจะไม่รู้แม้กระทั่งว่า จะเข้าระบบคอมพิวเตอร์โรงพยาบาลได้อย่างไร

หากคุณต้องเป็นคนไข้ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งหมอจบใหม่ทั้งหลาย เพิ่งออกจากห้องเรียนมาสู่ห้องตรวจ คุณควรทําอย่างไร? ถ้าเป็นการผ่าตัดแบบรอได้ ควรจะขอเลื่อนออกไปอีกหน่อยไหม หลีกเลี่ยงโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ดีไหม คําถามเหล่านี้นํามาซึ่งการศึกษาเพื่อหาคําตอบ สื่อทั้งหลายต่างหยิบยกงานชิ้นที่บ่งว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมานําเสนอเป็น การใหญ่ทั้งที่จริงๆ แล้ว ผลงานวิจัยมีออกมาทั้งสองด้านพอๆ กัน

หนึ่งในงานที่ตอบคําถามเรื่องนี้ได้ดีที่สุด ลงพิมพ์ในบันทึกประจําปี ของอายุรกรรมศาสตร์ พ.ศ. 2554 ผู้เขียนได้สืบทวนผลการศึกษา 39 ชิ้นงาน ซึ่งทําเรื่อง “ผลกระทบเดือนกรกฎาคม” ผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ป่วยที่ รับไว้ในโรงพยาบาลในเดือนกรกฎาคม เปรียบเทียบกับในช่วงอื่นๆ ของปี การศึกษานี้แม้ส่วนใหญ่จะทําในสหรัฐอเมริกา แต่ก็มีจากนานาประเทศด้วย ครึ่งหนึ่งของการศึกษาที่มีคุณภาพพบว่าความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ในขณะที่อีกครึ่งหนึ่งพบว่าความผิดพลาดทางการแพทย์ทุกรูปแบบไม่เพิ่มขึ้น มีแค่ 5 งานที่ถือว่ามีคุณภาพ ในจํานวนนี้มีเพียงงานเดียวที่สรุปว่ามีอัตรา ผิดพลาดสูงขึ้น ประการสุดท้ายคือ ประเด็นความมีประสิทธิภาพของงาน โดยดูจากจํานวนวันที่ผู้ป่วยอยู่โรงพยาบาล ค่ารักษาพยาบาล ระยะเวลาที่ ใช้ในการผ่าตัด มี 7 งานที่มีคุณภาพ และเช่นเคยคือเสมอกัน ครึ่งหนึ่ง พบว่าประสิทธิภาพลดลง ส่วนอีกครึ่งบอกว่าไม่เปลี่ยนแปลง

ทําไมผลการศึกษาถึงออกมาขัดแย้งเช่นนี้ ? มีเหตุผลเยอะเลยครับ เพราะนี่เป็นเรื่องที่ทําการศึกษาลําบาก ไม่มีสูตรสําเร็จการรักษาที่ตายตัว เหมือนกันของทุกๆ โรงพยาบาล ฉะนั้น ทําการศึกษาที่โรงพยาบาลไหน ก็บอกได้แต่เรื่องของโรงพยาบาลนั้น นอกจากนี้แล้ว กรรมวิธีในการระบุ ความผิดพลาดทางการแพทย์นั้น ยังล้าหลังและเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา การ นับจํานวนความผิดพลาดจึงไม่ค่อยแม่น เมื่อเร็วๆ นี้ รายงานจากผู้ตรวจ การของกรมสุขภาพและบริการประชาชนพบว่า 86% ของความผิดพลาดที่เกิดกับผู้ป่วยในโรงพยาบาลนั้นไม่ถูกรายงาน จึงเป็นเรื่องยากที่จะวัด ความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการรักษาของโรงพยาบาลในแต่ละเดือน ในเมื่อความผิดพลาดเกือบทั้งหมดไม่ถูกบันทึก จริงไหมครับ

ผมมีความเห็นส่วนตัวในประเด็นนี้ สมัยผมเริ่มเป็นแพทย์ ผมใช้ เวลา 5 ปี เป็นแพทย์ประจําบ้านกุมารเวชศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก ตลอดระยะเวลานั้น ผมมีหน้าที่ดูแลหมอใหม่ เดือนที่ผมเป็น ห่วงที่สุดกลับไม่ใช่กรกฎาคม แต่เป็นมิถุนายนครับ เพราะเดือนกรกฎาคม พวกเราจะทําตัวเป็นเหยี่ยวเฝ้ามองเหล่าแพทย์ฝึกหัดและแพทย์ประจําบ้าน หน้าใหม่ พวกเขาอาจเข้าใจว่าตัวเองบินเดี่ยวแต่แท้จริงแล้วไม่ใช่เลยครับ เราวางตัวหมออาวุโสฝีมือดีไว้ที่หอผู้ป่วย คอยช่วยเช็คคําสั่งการรักษาของ หมอใหม่ซ้ําอีก 1-2 รอบ ในขณะที่เดือนมิถุนายนเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลยครับ แพทย์ฝึกหัดชําชองแล้ว พวกเขารู้ว่าทําอะไรอยู่ ความสนใจของเราก็พุ่งไป ที่การปรับเปลี่ยนที่กําลังจะมาถึง แพทย์ประจําบ้านบางคนก็เลื้อยลง พวกที่กําลังจะจบมักจิตใจล่องลอยไม่อยู่กับงานเหมือนเคย แพทย์ฝึกหัด ที่จวนจบปีแรกอันตรากตรําก็อ่อนแรง และคอยเวลาขยับขึ้นจากตําแหน่ง ล่างสุดในหมู่แพทย์เสียที

แต่ก็เห็นได้ชัดว่า ข่าวสารที่สาธารณชนได้รับผ่านทางสื่อในประเด็น “ผลกระทบเดือนกรกฎาคม” นี้ กระตุ้นให้เกิดความสนใจขึ้น เมื่อค้นด้วยกูเกิลก็พบว่า เว็บไซต์ข่าวยอดนิยม ตลอดจนสื่ออื่นๆ มักนําเสนอในแง่มุมการวิจารณ์ว่า ปรากฏการณ์นี้มีอยู่จริงโดยไม่ใช้หลักวิทยาศาสตร์ มากกว่าที่จะรายงานว่ามีผลการวิจัยออกมาในทางตรงข้าม ทั้งนี้ทั้งนั้น น่าจะเป็นเพราะการอ่านเรื่อง “อะไรที่จะฆ่าเรา” นั้น น่าสนใจมากกว่าเรื่อง “อะไร ไม่ฆ่าเรา” แต่ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไร ก็เห็นได้ชัดว่า การไม่นําเสนอให้ ครอบคลุมทั้ง 2 ด้าน ย่อมทําให้แนวคิดของประชาชนทั่วไปเอนเอียงไปด้านเดียว

บทสรุปของหมอเบซเซอร์

            สถิติในแต่ละเดือนที่แตกต่างกัน ไม่ใช่ตัวบ่งชี้หลักว่า หากคุณถูกรับไว้รักษา ตัวจะมีโอกาสรอดชีวิตกลับจากโรงพยาบาลหรือไม่ เรื่องที่สําคัญคือ คุณได้รับการดูแล รักษาดังคุณคาดหวัง ขอให้ไปโรงพยาบาลอย่างระวังตัวและปฏิบัติตามคําแนะนําของผม เพื่อความปลอดภัยในโรงพยาบาลรับรองว่า ใช้ได้ดีเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเดือนไหนครับ 

10 คําถามที่ควรถาม เมื่อต้องอยู่โรงพยาบาล

  1. ทําไมต้องทําการตรวจนี้?
    ก่อนจะถูกตรวจหรือทดสอบ ควรเข้าใจและรู้คําตอบว่าผลที่ออกมา จะส่งผลต่อการรักษาอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อการตรวจเป็นหัตถการที่หมอ ลงมือถามถึงความเสี่ยงจากการตรวจ และถามทางเลือกอื่นที่จะหาคําตอบเดียวกันได้
  2. ผลการตรวจของฉันเป็นอย่างไร?
    เมื่อคุณถูกตรวจ ถามถึงผลการตรวจและขอให้ใครสักคนช่วยแปล ผลให้คุณเข้าใจ ขอผลตรวจสักชุด เพื่อเก็บไว้ในรายงานการแพทย์ส่วนตัว ของคุณด้วย
  3. คุณล้างมือแล้วใช่ไหม ?
    ถามก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสัมผัสตัวคุณว่า “คุณล้างมือแล้วใช่ไหม ?” คุณอาจรู้สึกลําบากใจอยู่บ้างที่จะถาม แต่เป็นการป้องกันการติดเชื้อที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
  4. ใครจะเป็นหมอเจ้าของไข้ ?
    ทีมผู้ดูแลคุณอาจมีตั้งแต่หมอใหญ่หัวหน้าทีม หมอเฉพาะทางที่ฝึก เพิ่มพูนประสบการณ์ แพทย์ประจําบ้าน นักศึกษาแพทย์ หัวหน้าพยาบาล พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล คุณอาจรู้สึกสับสน ลองขอรายชื่อทีมผู้ที่รักษาคุณ มาเก็บไว้ ก็เหมือนเบสบอลละครับ คุณตามไม่ทันหรอกถ้าไม่รู้โปรแกรมการแข่งขัน
  5. จะเอาท่อออกได้เมื่อไร ?
    ถ้าคุณมีสายระโยงระยางเต็มไปหมด (สายน้ําเกลือ สายสวนปัสสาวะ) ควรถามว่าเมื่อไรจะได้เอาออก การเอาท่อออกยังช่วยลดโอกาสติดเชื้อด้วย
  6. ฉันได้รับยาอะไรบ้าง?
    ถามหารายการชื่อยาทั้งหมดที่คุณได้รับ ให้พยาบาลอธิบายว่ายาแต่ละ ตัวให้เพื่ออะไร ยาหลายตัวอย่างยาแก้ปวด ยานอนหลับ ยาระบาย มักจะ ให้เมื่อมีอาการ คุณมีสิทธิ์เลือกว่าต้องการยาพวกนี้หรือไม่ ยิ่งได้ยาน้อยชนิด เท่าไร ก็ยิ่งลดฤทธิ์ข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนาของยาลงได้เท่านั้น
  7. หมอคนใหนจะผ่าตัดให้ฉัน?
    ก่อนรับการผ่าตัด ถามว่าหมอคนใดเป็นผู้ผ่า และจะทําอะไรบ้าง คุณมีสิทธิ์จะรู้ว่าผู้ผ่าตัดคุณคือหมอใหญ่หรือแพทย์ประจําบ้าน ถ้าคุณไม่ สบายใจกับคําตอบที่ได้รับ ควรขอคุยกับหมอหัวหน้าทีม
  8. มีบริการสนับสนุนใดๆ สําหรับผู้ป่วยไหม ?
    ในหลาย ๆ โรงพยาบาล จะมีหน่วยงานส่งเสริมสุขภาพ หรือดูแล สุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งมีโปรแกรมหลายหลากตั้งแต่ฝึกโยคะข้างเตียงไปจน ให้คําปรึกษาเรื่องโภชนาการ ซึ่งมีประโยชน์ต่อคุณอย่างมาก
  9. กรุณาอธิบายซ้ำอีกครั้งไ ด้ไหม ?
    ผู้ให้ความรู้สุขภาพ บางครั้งก็ลืมนึกไปว่าคนฟังอาจไม่ได้จบด้านสุขภาพ คําศัพท์แพทย์หลายคําฟังดูเหมือนภาษาต่างด้าวสําหรับคนไข้ส่วนใหญ่ อย่า อายที่จะถามเมื่อเข้าใจไม่ชัดเจน ว่าเขาหมายความว่าอย่างไร

 หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง นายแพทย์ริชาร์ด เบซเซอร์  ได้โดยการซื้อหนังสือ “ความจริงจากหมอไขข้อกังขาปัญหาสุขภาพ”

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่