การดูแลอาหาร

อาหารผู้ป่วยเบาหวานที่ไตวาย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
อาหารผู้ป่วยเบาหวานที่ไตวาย

ผู้ที่เป็นเบาหวานตั้งแต่เด็ก อาจเป็นไตวายระยะ 20 ปีหลังจากเป็นเบาหวาน ในขณะที่ผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดที่ 2 ที่มักเริ่มเป็นเมื่ออายุ 50 ปี อาจเกิดภาวะไตวายภายใน 10 ปีหรือน้อยกว่านั้น ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงๆ ของผู้ป่วยเบาหวาน จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของโปรตีนที่สำคัญหลายชนิด เช่น อัลบูมิน เฮโมโกลบิน เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อวัยวะต่างๆ เสื่อมลงรวมทั้งไต

ผู้ป่วยไตวาย (ในระดับเดียวกัน) ที่เกิดจากโรคเบาหวานจะมีอาการรุนแรงกว่า ผู้ป่วยไตวายจากสาเหตุอื่น

เมื่อโปรตีนในปัสสาวะมากกว่า 3.5 กรัมต่อวัน จะทำให้โปรตีนในเลือดลดต่ำลงจนเกิดอาการโปรตีนรั่วในปัสสาวะจำนวนมาก ระดับโปรตีนในเลือดต่ำ ตัวบวม มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากการคั่งของน้ำและเกลือในร่างกาย

 รู้จักโปรตีนแอลบูมิน

ความรุนแรงของไตวาย ประเมินได้จากระดับโปรตีนแอลบูมินที่ตรวจพบในปัสสาวะ (อัลบูมินเป็นส่วนประกอบประมาณครึ่งหนึ่งของโปรตีนในปัสสาวะ) แบ่งออกได้ 2 ระยะใหญ่ๆ คือ

1. ภาวะไมโครแอลบูมิน มีปริมาณโปรตีนแอลบูมินที่อยู่ในปัสสาวะ 30-300 มิลลิกรัมต่อวัน (คนปกติจะขับอัลบูมินในปัสสาวะ 2.5-26 มิลลิกรัมต่อกัน) จะยังไม่มีอาการผิดปกติให้สังเกตได้อย่างเด่นชัด อีกทั้งการตรวจนั้นต้องอาศัยการตรวจปัสสาวะโดยวิธีพิเศษ ซึ่งไม่ค่อยทำกันจึงทำให้แพทย์และผู้ป่วยไม่ทราบ หากผู้ป่วยได้ตรวจพบโดยบังเอิญ ว่ามีภาวะไมโครแอลบูมิน เมื่อรับการรักษาแล้ว จะมีโอกาสกลับคืนสู่ภาวะปกติได้

2. ภาวะแมคโครแอลบูมิน จะมีปริมาณโปรตีนแอลบูมินมากกว่า 300 มิลลิกรัมต่อกันขึ้นไป ซึ่งผู้ป่วยเบาหวาน มีอาการเบาหวานลงไตชัดเจนจนสังเกตได้แล้ว เช่น ปัสสาวะลำบาก กะปริดกะปรอย ปวดบั้นเอว เป็นต้น

อาการของไตวายเรื้อรัง

อาการขึ้นอยู่กับระยะของโรค

1. ในระยะแรก อาจไม่มีอาการให้สังเกตได้ชัดเจน และมักจะตรวจพบจากการตรวจเลือดดูการทำงานของไต (อยู่ในรายการตรวจสุขภาพประจำปีด้วย พบว่ามีระดับครีอะทินีนและบียูเอ็นสูง)

2. แสดงอาการชัดเจน เมื่อเนื้อไตทั้ง 2 ข้างถูกทำลายไปกว่า 50%

>เริ่มแสดงอาการปัสสาวะออกมาก ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืนเนื่องจากไตไม่สามารถดูดซึมน้ำกลับ

> อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ท้องเดินบ่อย

>ปวดที่บั้นเอวหรือบริเวณชายโครงด้านหลังและมักปวดร้าวไปถึงท้องน้อย ขาอ่อน หัวหน่าว และที่อวัยวะเพศ

>ผิวหนังแห้งและมีสีคล้ำขึ้น เหลือง-น้ำตาล คันตามผิวหนังปากอักเสบ

>ความดันโลหิตสูงขึ้น ตัวบวม ยิ่งผู้ป่วยเป็นความดันโลหิตสูงมานาน ยิ่งมีความเสี่ยงมาก อาจจะมีโรคหลอดเลือดแดงในไตตีบด้วย

>ต่อมาจะมีกล้ามเนื้อกระตุก ปลายเท้าปลายมือชาเพราะปลายประสาทอักเสบ อาจเป็นตะคริว นอนไม่หลับ ปวดศีรษะขาดสมาธิ ความจำไม่ดี

>หัวใจวาย มีอาการหอบเหนื่อย สะอึก ใจหวิว ใจสัน เจ็บหน้าอก บางรายมีเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ

>เมื่อเป็นมากขึ้น จะมีอาการปัสสาวะออกน้อย อาจมีเลือดออกตามผิวหนังเป็นจุดแดง จ้ำเขียว หรืออาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือด

>เมื่อเป็นถึงขั้นสุดท้าย ผู้ป่วยจะมีอาการเศร้าซึม ชัก หมดสต

โรคอื่นที่มีอาการใกล้เคียงไตวาย

ภาวะไตวายเรื้อรัง มีอาการได้หลายอย่าง ซึ่งไม่มีความจำเพาะเจาะจง อาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคอื่นๆ ด้วย ดังนั้นผู้ป่วยเองก็ควรสังเกตอาการร่วมต่างๆ ที่เกิดขึ้น ข้อมูลดังกล่าวจะเกิดประโยชน์ในการ วินิจฉัยแยกแยะให้แน่ชัด

1. อาการปวดหลังแต่เพียงอย่างเดียว มีโอกาสจะเป็นโรคไตไม่ ถึง 1% ถ้าเป็นโรคไตจะต้องปวดหลังร่วมกับมีไข้ หนาวสัน หรือปวดหลัง

2. โรคนิ่ว จะมีอาการปัสสาวะมีนิ่วออกมา หรือปัสสาวะเป็นเลือด และน้ำล้างเนื้อร่วมด้วย

3. อาการบวม พบได้บ่อยในโรคนี้ แต่อาการบวมยังพบในโรคอื่นๆ เช่น

> โรคไตชนิดอื่น (เช่น โรคหน่วยไตอักเสบ โรคไตเนโฟรติก) ถ้าโรคไตเกิดจากการติดเชื้อจะมีอาการไอและหอบ

>โรคตับเรื้อรัง (เช่น ตับแข็ง)

>ภาวะหัวใจวาย (ซึ่งอาจเกิดจากความดันโลหิตสูงโรคหัวใจต่างๆ)

4. อาการซีด โลหิตจาง ต้องแยกให้ออกจาก

>โรคเลือดบางชนิด (เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว โลหิตจางจากภาวะไขกระดูกฝ่อ เป็นต้นซึ่งมักจะมีไข้จุดแดงจ้ำเขียว ร่วมด้วย)

>โรคโลหิตจางจากภาวะขาดธาตุเหล็ก (ซึ่งจะตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาธาตุเหล็กบำรุงเลือด)

ผู้ป่วยเบาหวานสามารถเกิดโรคไตชนิดอื่นที่ไม่ได้มีสาเหตุจากเบาหวาน เช่นเดียวกับคนทั่วไป แต่ถ้าผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นมานานกว่า 10 ปี และมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะปริมาณมาก น่าจะเป็นโรคไตจากเบาหวานมากกว่าโรคไตชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะในรายที่ค่อยๆ มีระดับอัลบูมินในปัสสาวะสูงขึ้นๆ เรื่อยๆ

ภาวะแทรกซ้อนของไตวายเรื้อรัง

  • ความดันโลหิตสูงขึ้น
  • โพแทสเซียมในเลือดสูงขึ้น เนื่องจากไตขับสารนี้ได้น้อยลง อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหัวใจวายได้
  • ภาวะกระดูกพรุน ทำให้แตกหักง่าย
  • ภาวะซีด โลหิตจาง เนื่องจากขาดฮอร์โมนอีริโทรพอยอิทิน ที่ปกติสร้างมาจากต่อมหมวกไต
  • ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือองคชาตไม่แข็งตัว
  • ภูมิต้านทานโรคต่ำ ทำให้เป็นโรคติดเชื้อง่าย และรุนแรงกว่าคนปกติ เช่น ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ
  • ภาวะแทรกซ้อนทางสมอง เช่น ซึม ชัก หมดสติ แล้วอาจมีอัมพาตตามมา

การวินิจฉัยโรคไตวายเรื้อรัง

อาศัยการซักประวัติอาการป่วย (ปัสสาวะเป็นอย่างไร มีอาการอะไรร่วมด้วย เป็นมานานแค่ไหน รักษาอย่างไรมาแล้วบ้าง เป็นต้น) ตรวจร่างกาย (เช่น ดูผื่นตามผิวหนัง ดูอาการบวมและซีด เป็นต้น)

ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดันโลหิต ใช้เครื่องฟังปอดมีเสียงกรอบแกรบ วัดชีพจรพบว่า เต้นไม่สม่ำเสมอ ในรายที่มีอาการที่น่าจะเป็นโรคนี้ แพทย์จะทำการตรวจเพิ่มเติม เช่น

  • การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (ซีบีซี) พบว่ามีซีดโลหิตจาง เนื่องจากไตสร้างฮอร์โมนน้อยลง
  • การตรวจปัสสาวะ พบว่ามีโปรตีนไข่ขาว และอาจพบน้ำตาลในปัสสาวะ รวมทั้งอาจพบเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เป็นต้น ซึ่งมักต้องตามด้วยการตรวจดูการทำงานของไต และประเมินอัตราการกรองของเสียของไตด้วย
  • ตรวจเลือดดูการทำงานของไต
  • การตรวจค่าครีเอตินีน เคลียรานส์ (ค่าปกติชาย 97-137 มล./นาที ในผู้หญิง 88-128 มล./นาที) โดยการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง มาตรวจหาค่าครีเอตินีน และเจาะเลือดหาค่าครีเอตินีน แล้วนำมาคำนวณ
  • การตรวจเกลือแร่ (อีเลคโตรไลท์) พบว่าผิดปกติไป เลือดจะเป็นกรดมีค่าไบคาร์บอเนต (CO2) อยู่ระหว่าง 15-20mmol/L แคลเซียมในเลือดจะต่ำ ฟอสเฟตในเลือดสูง
  • ถ่ายภาพไต ด้วยการเอกซเรย์ หรืออัลตราซาวนด์ อาจพบความผิดปกติของไต เช่น นิ่วในไต ไตทั้ง 2 ข้างฝ่อตัว เป็นต้น บางรายอาจได้ทำซีทีสแกน
  • เจาะเนื้อไตออกพิสูจน์ (รีนัลไบออพซี่) อาจต้องในผู้ป่วยบางรายที่ตรวจเบื้องต้นแล้วยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด

>พบสารบียูเอ็นในเลือดสูง (ค่าปกติไม่เกิน 20 มก.%)

>และ ครีเอทินีนในเลือดสูง (ค่าปกติอยู่ระหว่าง 0.6-1.2 มก.%)

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "โภชนาการ-เมนู เพื่อผู้ป่วยเบาหวาน" โดยวลัยลักษณ์ จากสำนักพิมพ์ Feel Good เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป