Doctor men
เขียนโดย
ทีมสัตวแพทย์ HONESTDOCS
การดูแล

พิษพาราฯ และการใช้ยาคนในสัตว์เลี้ยง

เอายาคนให้สัตว์เลี้ยงกิน อันตราย แทนที่จะหายอาจได้ภาวะร้ายแรงกว่าเดิม
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 651,249 คน

พิษพาราฯ และการใช้ยาคนในสัตว์เลี้ยง

บทความนี้เขียนโดย ทีมสัตวแพทย์ HonestDocs

เมื่อน้องหมาน้องแมวป่วย ผู้เลี้ยงหลายคนคงสงสัยว่าเราสามารถเอายาของตัวเองให้เด็กๆ กินได้หรือเปล่า? ปัจจุบันยาที่ใช้ในการรักษาสัตว์เลี้ยงจำนวนไม่น้อยเป็นยากลุ่มเดียวกับที่ใช้ในคน เพียงแต่การคำนวณปริมาณยา และวิธีการให้ยาอาจแตกต่างกัน โดยในสัตว์จะคำนวณจากน้ำหนักตัว ซึ่งมีความละเอียดค่อนข้างมาก ดังนั้นการนำยาคนให้น้องหมาน้องแมวกินโดยขาดความรู้อย่างแท้จริง อาจทำให้เกิดปัญหาที่รุนแรงกว่าเดิม เพราะอาจต้องรักษาผลข้างเคียงที่ตามมาจากการได้รับยาเกินขนาด หรือการใช้ยาผิดประเภท (ที่พบบ่อยมักเป็นภาวะตับวาย หรือไตวาย โดยยาที่ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงดังกล่าวมักเป็นยาในกลุ่มยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-steroidal Anti-inflammatory drugs: NSAIDs) นอกจากนี้ยังมีกรณีของยาพาราเซตามอล ซึ่งเป็นยาที่ใช้กันบ่อยในคน แต่เป็นยาพิษที่ทำให้เจ้าเหมียวถึงตายได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
🦷 ทำ รีเทนเนอร์ ลดสูงสุด 15%

จัดฟันใกล้เสร็จแล้ว หรือรีเทนเนอร์หาย ทำรีเทนเนอร์ราคาประหยัด มีให้เลือกทั้งแบบลวดและแบบใส

Retainerinternal ad

พิษจากพาราเซตามอลในแมว (Acetaminophen toxicosis in cat)

ในทางสัตวแพทย์เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า อะเซตามีโนเฟน (Acetaminophen) หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อยา พาราเซตามอล นั้น มีทั้งที่อยู่ในรูปแบบยาเดี่ยวและยาสูตรผสม แต่ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด ก็เป็นพิษต่อเจ้าเหมียวในระดับที่สามารถทำให้เสียชีวิตได้ทั้งนั้น เนื่องจากแมวไม่มีเอนไซม์ในกระบวนการเปลี่ยนสภาพยาเพื่อขับออกจากร่างกาย จึงทำให้ไม่สามรถขับยานี้ออกจากร่างกายได้

มีรายงานว่ายาพาราเซตามอลขนาดต่ำกว่า 10 mg/kg สามารถก่อให้เกิดภาวะเป็นพิษต่อแมวได้ หรืออาจอธิบายในมุมกลับกันได้ว่า แมวไทยขนาดมาตรฐาน (น้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม) ได้รับยาพาราเซตามอลขนาด 500 mg เพียง 1 ใน 20 ส่วนของเม็ดยา ก็อาจเสี่ยงถึงตายได้

อาการที่พบ ได้แก่ หายใจลำบาก เหงือกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล-เทา (Cyanosis) ซึ่งเป็นอาการที่แสดงถึงภาวะขาดออกซิเจน เนื่องจากพิษของยามีผลต่อการทำงานของฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) ที่เม็ดเลือดแดง ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปส่งตามเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกายได้ สำหรับกรณีที่พิษ มีผลทำให้ตับถูกทำลาย จะพบอาการดีซ่าน โดยพบเยื่อบุตาขาว เนื้อเยื่อ และผิวหนัง กลายเป็นสีเหลือง นอกจากนี้ยังสามารถพบอาการหน้าบวม คอบวม ขาบวม ได้อีกด้วย

การรักษาเมื่อสัตว์กินยาพาราฯ แล้วมีอาการผิดปกติ

พิษจากยาพาราเซตามอลถือเป็นอาการที่รุนแรง และเป็นภาวะฉุกฉินที่ต้องรีบแก้ไข เพราะอาจทำให้เสียชีวิตได้ คุณควรรีบนำสัตว์ไปพบสัตวแพทย์ การรักษาจะเริ่มจากการให้ยาสำหรับต้านพิษ (Acetylcysteine) เข้าทางหลอดเลือดดำ ร่วมกับการให้สารน้ำและการรักษาตามอาการจนพ้นจากภาวะวิกฤต

ข้อดีของการใช้ยาสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ

ปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการรักษาและการพัฒนายาของสัตว์พัฒนาขึ้นมาก บริษัทยามีการผลิตยาสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ โดยมีข้อดี เช่น ยาสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และรักษาระดับยาในกระแสเลือดได้ดีกว่าการนำยาคนมาประยุกต์ใช้ มีลักษณะ รูปแบบ และขนาดยาที่หลากหลาย ทั้งปริมาณยาที่เหมาะสม เนื่องจากมีน้องหมาน้องแมวตัวเล็กๆ ที่ต้องการปริมาณยาซึ่งน้อยกว่ายาที่ใช้ในคนมาก หากนำยาเม็ดของคนมาประยุกต์ใช้จะต้องแบ่งยา ซึ่งการแบ่งยา ยิ่งแบ่งขนาดเล็ก ก็จะยิ่งมีความคลาดเคลื่อนได้มาก

การให้ยาของสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะในขนาดที่เหมาะสมโดยไม่ต้องตัดแบ่งยา จะทำให้ได้ยาครบถ้วนตามขนาดยาที่คำนวณไว้ นอกจากนี้ยาเหล่านั้นยังมีการแต่งกลิ่นและรสเพื่อให้มีความน่ากิน ป้อนได้ง่ายขึ้น แม้โดยรวมแล้วราคายาจะสูงกว่ายาของคน แต่ก็ช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้เลี้ยงและน้องหมาน้องแมวดีขึ้น (โดยเฉพาะเจ้าเหมียว น้อยรายนักที่เจ้าของและน้องแมวจะป้อนยากันไปได้อย่างปลอดภัยและราบรื่น เพราะอาวุธทั้งเขี้ยวและเล็บ ทำให้คนป้อนยาต้องเสียเลือดเสียเนื้อไปมิใช่น้อย)

พึงระลึกไว้เสมอว่า แม้ยาหลายอย่างจะสามารถนำมาปรับใช้ด้วยกันได้ แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง และที่สำคัญคือ การรักษาหรือการเลือกใช้ยาที่เหมาะสมนั้นจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อสามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นเมื่อเกิดการเจ็บป่วย จึงควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องโดยเร็ว เพราะเมื่อได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง รวดเร็ว ย่อมดีกว่าการป่วยยืดเยื้อ เรื้อรัง และยังหมายถึงความปลอดภัยต่อชีวิต (ของสัตว์เลี้ยง) และทรัพย์สิน (ของผู้เลี้ยง) อีกด้วย

ที่มาของข้อมูล

วารสารสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ราณี สัจจเดว์, ปัจจัยที่ทำให้เกิดผลข้างเคียงและความเป็นพิษเนื่องจากการใช้ยาในแมว, ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2539

https://m.petmd.com, Acetaminophen (Tylenol) Poisoning in Cats (https://m.petmd.com/cat/conditions/digestive/c_ct_acetaminophen_toxicity)

http://veterinarymedicine.dvm360.com, Acetaminophen toxicosis in cats: a CVC doodle (http://veterinarymedicine.dvm360.com/acetaminophen-toxicosis-cats-cvc-doodle), Mar 17 2017.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป