กายภาพบำบัด

ทุกสิ่งที่คุณควรทราบเกี่ยวกับอาการปวดหลังส่วนล่าง (lower back pain)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที
Istock 598704666 %281%29

ทุกสิ่งที่คุณควรทราบเกี่ยวกับอาการปวดหลังส่วนล่าง (lower back pain)

ประชากรกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ บนโลกจะประสบปัญหาเกิดอาการปวดหลังส่วนล่างได้อย่างน้อยครั้งหนึ่งของชีวิต โดยส่วนใหญ่จะมาจากสาเหตุง่ายๆทั่วไป เช่น กล้ามเนื้อตึงหรือฉีกขาด เกิดการบาดเจ็บ หรือใช้งานมากเกินไป หรืออาจจะมาจากสาเหตุเฉพาะของกระดูกสันหลังก็เป็นได้ เช่น

  • หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท (Herniated disc)
  • หมอนรองกระดูกเสื่อม (Degenerative Disc Disease)
  • โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis)
  • โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Spinal stenosis)
  • โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis)

นอกจากนี้ อาจยังเกิดมาจากสาเหตุอื่นที่พบได้น้อยกว่าที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดบริเวณหลังล่างได้เช่นกัน เช่น โรคของข้อกระดูกเชิงกราน (sacroiliac joint dysfunction) เนื้องอกไขสันหลัง (spinal tumors) โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังทั่วตัว (fibromyalgia) รวมถึงโรคกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (piriformis syndrome)

1. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอาการปวดหลังส่วนล่างด้านซ้าย

อาการปวดหลังส่วนล่างมักเป็นที่ด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย และอาจเกิดได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดเมื่อยตามปกติ หรือปวดเรื้อรัง มีช่วงที่ปวดหนักขึ้นมา และค่อยๆทุเลาลงเอง

อาการปวดหลังส่วนล่างข้างซ้ายนั้น มักจะเป็นอาการปวดที่รุนแรงมาก ปวดจี๊ด และปวดเสียด หรืออาจเป็นอาการปวดตุบๆ อยู่ตลอดเวลาไม่ลดลง บางครั้ง อาการปวดหลังส่วนล่างด้านซ้ายนั้น จะอาการดีขึ้น หรือแย่ลงจากการเคลื่อนไหวและการนวดกดก็เป็นได้

สาเหตุทั่วไปของอาการปวดหลังส่วนล่างด้านซ้าย

อาการปวดหลังส่วนล่างด้านซ้ายมักเกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้:

  1. ความเสียหายต่อเนื้อเยื่ออ่อนที่รองรับกระดูกสันหลังและ/หรือ ความเสียหายต่อโครงสร้างกระดูกสันหลังบางอย่างโดยตรง เช่น กล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อ
  2. ปัญหาหรือโรคเกี่ยวกับอวัยวะภายในในบริเวณกึ่งกลางหลัง บริเวณท้อง หรือบริเวณอุ้งเชิงกราน เช่น ไต อวัยวะสืบพันธุ์ และลำไส้

กรณีส่วนใหญ่ของอาการปวดหลังส่วนล่างเกิดขึ้นจากอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เช่น กล้ามเนื้อหลังส่วนล่างฉีกขาด หรือเอ็นอักเสบและฉีกขาด ในขณะที่กล้ามเนื้อฉีกขาดนั้นถือเป็นปัญหาที่ไม่รุนแรงและสามารถหายภายใน 2-3 วัน หรือสัปดาห์ แต่อาการปวดนั้นอาจรุนแรงกว่านั้น และไม่สามารถทนได้

ตัวอย่างอื่นๆของอาการปวดหลังส่วนล่าง อาจบ่งบอกถึงปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะภายในช่องท้อง หรือแม้กระทั่งเป็นอาการแสดงของโรคที่รุนแรงมากขึ้น เช่น โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังทั่วตัว (fibromyalgia) หรือ โรคกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด (ankylosing spondylitis)

การทราบถึงสาเหตุที่เป็นไปได้ของอาการปวดหลังส่วนล่าง พร้อมกับลักษณะและอาการโดยทั่วไปนั้น สามารถช่วยผู้ป่วยในการเข้าปรึกษาแพทย์ แจ้งประวัติความเจ็บป่วยได้ตรงประเด็น เพื่อให้ได้การวินิจฉัย และรับการรักษาที่ถูกต้อง

เมื่อไรควรไปพบแพทย์

หากอาการปวดหลังส่วนล่างด้านซ้ายบรรเทาลงได้ดีจาก การใช้ยาแก้ปวดทั่วไปที่มีขายในท้องตลาด การปรับท่าทางและกิจกรรม และ/หรือการประคบไม่ว่าจะเป็นเย็นหรืออุ่น อาการนั้นอาจไม่ได้เป็นภาวะรุนแรง หรือไม่จำเป็นต้องได้รับดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมแพทย์ โดยทั่วไป การเข้าพบแพทย์เป็นสิ่งที่ควรทำหากอาการปวดหลังส่วนล่างด้านซ้ายนั้นเกิดจากอุบัติเหตุ หรือมีการบาดเจ็บ หรือหากอาการปวดนั้นไม่ดีขึ้น รู้สึกแย่ลง หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การยืน เดิน หรือนอน, หรือมีอาการแทรกซ้อน หรือปวดรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว

อาการปวดหลังล่างด้านซ้ายนั้นอาจบ่งชี้ถึงภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ตัวอย่างเช่น หากมีอาการต่อไปนี้ ร่วมกับปวดหลังล่างด้านซ้าย อาจบ่งบอกถึงปัญหาร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ได้:

  • ปวดหลังอย่างรุนแรงและฉับพลันที่พักผ่อนแล้วก็ไม่ดีขึ้น
  • อาการปวดหลังส่วนล่าง/หรือปวดท้องที่รุนแรง
  • เวียนศีรษะ, มึนงง หรือหายใจถี่
  • เป็นไข้และหนาวสั่นเป็นพักๆ หรือตลอดเวลา
  • มีอาการคลื่นไส้อาเจียน
  • เจ็บปวดระหว่างปัสสาวะ หรือพบเลือดในปัสสาวะ
  • ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะ หรืออุจจาระได้
  • อ่อนเพลียลงอย่างมาก มีอาการชา หรือเป็นเหน็บในบริเวณลำตัวส่วนล่าง
  • น้ำหนักลดอย่างไม่มีสาเหตุ

อาการต่างๆเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคแทรกซ้อนที่รุนแรง และจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาจากทีมแพทย์อย่างทันท่วงที

2. อาการปวดหลังส่วนล่างด้านซ้ายที่เกิดจากโครงสร้างกระดูกสันหลัง

กล้ามเนื้อด้านซ้ายของกระดูกสันหลังฉีกขาดเป็นสาเหตุที่พบได้มากสุดของอาการปวดหลังส่วนล่างด้านซ้าย ความเครียดในกล้ามเนื้อรอบๆกระดูกสันหลัง อาจมาจากการใช้งานมากเกินไป หรือจากการบาดเจ็บง่ายๆ เช่น ตำแหน่งนอนที่ไม่สบาย ไม่ถูกต้อง หรือยืน หรือนั่งเป็นเวลานานเกินไป

อาการของกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างฉีกขาด (low back muscle strain) มักได้แก่:

  • อาการปวดเฉพาะที่หลังด้านล่างซ้าย
  • อาการปวดบ่งบอกตำแหน่งได้ชัดเจน และอาจปวดรุนแรง
  • ความเจ็บปวดเพิ่มขึ้น หากกล้ามเนื้อเคลื่อนที่มากขึ้น เกินขอบเขตการเคลื่อนไหวที่กำหนดไว้
  • ปวดตึงเมื่อสัมผัส
  • มีอาการกล้ามเนื้อกระตุกร่วมด้วย
  • อาการปวดบรรเทาด้วยการพักผ่อน เช่น นั่งในเก้าอี้ที่ปรับเอียงนอน

อาการปวดหลังล่างด้านซ้าย อาจเกิดมาจากปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างของกระดูกสันหลังโดยตรง เช่น ข้อต่อ หรือหมอนรองกระดูกสันหลัง

ภาวะเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นทั้งสองข้างของกระดูกสันหลัง และมักเกิดอาการปวดหลังส่วนล่างที่เส้นกึ่งกลางหลังตามแนวกระดูก อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่า ภาวะของกระดูกสันหลังนั้น อาจทำให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่างส่วนใหญ่เป็นทางด้านซ้ายมากกว่าก็ได้

ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาหากว่า อาการปวดนั้นกินเวลานานกว่า 4 ถึง 6 สัปดาห์ หรือไม่ตอบสนองต่อวิธีการรักษาทั่วไป เช่น การหยุดพักใช้งานเป็นเวลาหนึ่งหรือสองวัน การทานยาแก้ปวด และการประคบอุ่น หรือประคบเย็น

อาการปวดหลังล่างด้านซ้ายที่เกิดจากกระดูกสันหลัง

อาการปวดหลังด้านล่างด้านซ้ายอาจเกิดจากความเสียหาย หรือการบาดเจ็บต่อโครงสร้างในกระดูกสันหลัง รวมทั้งตัวกระดูกสันหลังเอง ข้อต่อกระดูกสันหลัง และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน โดยรอบ

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง ได้แก่ :

  • โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท (Herniated lumbar disc) - คือภาวะที่หมอนรองกระดูกสามารถเคลื่อนปลิ้นไปทับส่วนกระดูกส่วนหลังด้านซ้าย ทำให้เกิดอาการปวดตื้อที่หลังส่วนล่าง และปวดเสียด จี๊ดที่วิ่งไปตามสะโพกด้านซ้าย และขาซ้ายด้านหลัง ส่วนใหญ่อาการปวดที่ขาซ้ายจะรุนแรงกว่าอาการปวดที่หลัง อาการปวดหลังล่างด้านซ้าย อาการปวดตามสะโพกและขานี้อาจรุนแรงขึ้น หลังจากการนั่งเป็นเวลานาน โรคที่คล้ายกัน คือโรคหมอนรองกระดูกเสื่อม (degenerative disc disease) จะไม่ทำให้เกิดอาการปวดเพียงด้านใดด้านหนึ่งเช่นนี้
  • โรคข้อเสื่อม หรืออาการปวดตามข้อ (Osteoarthritis) - เป็นภาวะเสื่อมและสึกหรอตามวัย ของข้อต่อหนึ่งข้าง ทั้งสองข้างที่บริเวณข้อต่อด้านหลังของกระดูกสันหลัง ส่งผลทำให้เกิดอาการตึงเครียด ไม่สบายเนื้อสบายตัว และปวดเมื่อย ติ่งกระดูกสันหลังด้านซ้ายของกระดูกสันหลังส่วนล่างอาจระคายเคืองกับรากเส้นประสาท และทำให้เกิดอาการปวดร้าวผ่านไปตามสะโพกซ้ายและลงที่ขาซ้ายได้
  • โรคของข้อกระดูกเชิงกราน (sacroiliac joint dysfunction) - ข้อต่อก้นกบที่เชื่อมระหว่างกระดูกสันหลังกับเชิงกรานนี้ สามารถก่อให้เกิดอาการปวดหลังและอาการปวดกระดูกเชิงกรานที่ข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างของร่างกายได้ หากมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ การเคลื่อนไหวของข้อต่อมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่างด้านซ้าย และ / หรืออาการปวดสะโพกซึ่งอาจร้าวจนไปจนถึงที่ขาหนีบได้ ส่วนการเคลื่อนไหวข้อต่อน้อยเกินไป มักทำให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่างด้านซ้ายที่ร้าวลงไปที่บริเวณก้นหรือตามขา นอกจากนี้โรคของข้อกระดูกเชิงกรานจากข้อต่อนี้ยังมักเป็นจุดเริ่มต้นของโรคกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด (Ankylosing Spondylitis) ได้อีกด้วย

การรักษาโดยไม่ผ่าตัด จะเป็นขั้นตอนแรกของการดูแลรักษาโรคเหล่านี้ ได้แก่ การปรับท่าทางด้วยตนเอง การนวดบำบัด การทำกายภาพบำบัด และ/หรือยาแก้ปวดที่มีขายตามท้องตลาด หรือตามที่แพทย์สั่ง การรักษาจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาวะ และอาการของผู้ป่วย โดยการรักษาด้วยการผ่าตัดนั้นจะพิจารณาทำเมื่ออาการปวดหลังนั้นมีไม่ทุเลา หรือมีอาการรุนแรงจนขัดขวางความสามารถในการทำงานของผู้ป่วยในชีวิตประจำวัน

สาเหตุอื่นที่พบได้น้อยของอาการปวดหลังล่างด้านซ้าย

สาเหตุอื่นที่ก่อให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่างด้านซ้าย อาจรวมถึงปัญหาเฉพาะที่ใกล้กับกระดูกสันหลัง หรือปัญหาทั่วร่างกายซึ่งมีผลต่อระบบกระดูกและกล้ามเนื้อโดยรวม เช่น

  • โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนจากความเสื่อมสภาพ (Degenerative spondylolisthesis) - คือ ภาวะที่กระดูกสันหลังชิ้นหนึ่งเคลื่อนไปด้านหน้ากว่าอีกชิ้นที่อยู่ต่ำกว่า เนื่องจากมีการเสื่อมตามวัยของหมอนรองกระดูกสันหลังและข้อต่อ ภาวะนี้มักจะทำให้เกิดอาการปวดร้าวไปตามหลังข้างหนึ่ง
  • กลุ่มอาการโรคปวดเรื้อรัง เช่น โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังทั่วตัว (Fibromyalgia) และ กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืด (Myofascial Pain Syndrome)  ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก เมื่อยล้า และปวดตึงในจุดปวดที่ไวต่อการกระตุ้น (trigger point) ทั่วทั้งร่างกาย
  • สาเหตุอื่น ๆที่เป็นไปได้ยาก เช่น เนื้องอกไขสันหลัง กระดูกแตกหัก หรือการติดเชื้อในบริเวณกระดูกสันหลังล่างซ้าย

3. อาการปวดหลังส่วนล่างด้านซ้ายจากอวัยวะภายใน

อาการปวดหลังส่วนล่างด้านซ้ายสามารถมีอาการรุนแรง ปวดจี๊ด หรือปวดเสียด หรืออาจเป็นอาการปวดตุบๆและไม่ทุเลาลงตลอดเวลาก็เป็นได้ และมันอาจจะยากที่จะแยกระหว่างอาการปวดหลัง และอาการปวดที่มาจากอวัยวะภายในออกจากกันอย่างชัดเจน อาการปวดเฉพาะที่หลังส่วนล่างด้านซ้ายนั้นอาจจะเกิดมาจากหนึ่งอวัยวะหรือหลายอวัยวะร่วมกันก็ได้ เช่น ไต และลำไส้ซึ่งอยู่ในบริเวณนั้นร่วมกัน

สาเหตุจากอวัยภายในที่พบได้บ่อย ได้แก่:

  • นิ่วในไต (Kidney stones) - อาการปวดหลังล่างด้านซ้ายจากนิ่วในไตนั้นอาจเกิดขึ้นมาได้เมื่อก้อนนิ่วนั้นเคลื่อนตัวเข้ามาในไตด้านซ้าย หรือเคลื่อนผ่านท่อปัสสาวะ (ท่อแคบๆเล็กๆที่เชื่อมระหว่างไตและกระเพาะปัสสาวะ) อาการอื่นที่เกี่ยวข้องได้แก่ ปวดเมื่อปัสสาวะ ปัสสาวะลำบากแม้ว่ามีอาการปวดปัสสาวะอย่างมาก และกระเพาะปัสสาวะบีบตัว พบเลือดในปัสสาวะ และมีอาการคลื่นไส้ และ/หรือ อาเจียน
  • การติดเชื้อในไต (Kidney infection) - การติดเชื้อที่ไตด้านซ้ายนั้นสามารถทำให้เกิดอาการปวดตุบ หรืออาการปวดหลังล่างด้านซ้ายอย่างรุนแรง การติดเชื้อที่ไตนั้นมักจะเริ่มจากการติดเชื้อที่ท่อปัสสาวะ และกระเพาะปัสสาวะก่อนแล้วจึงลามขึ้นมาที่ไต ทำให้เกิดการอักเสบเฉพาะที่ในไต และอาการปวดที่รุนแรงขึ้น อาการข้างเคียงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การมีไข้ คลื่นไส้และ/หรืออาเจียน และมีอาการปวด หรือแสบระหว่างปัสสาวะ อาการปวดนั้นมักจะชี้ตำแหน่งรู้สึกได้ที่บริเวณข้างๆกระดูกสันหลังเหนือสะโพก และอาการปวดจะรุนแรงขึ้นเมื่อขยับตัว หรือถูกกด
  • กลุ่มอาการโรคทางสูตินรีเวช (Gynecological Disorders) - ก้อนฟัยบรอยด์ (Fibriods) และเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) เป็นสองสภาวะที่พบได้บ่อยในเพศหญิงที่สามารถทำให้เกิดอาการปวดหลังล่างด้านซ้าย อาการปวดจาก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือภาวะที่เนื้อเยื่อของมดลูกที่เจริญเติบโตนอกมดลูกนั้นมักเกิดเป็นระยะๆ มีอาการปวดจี๊ด และรู้สึกเสียด รวมถึงอาจมีอาการปวดท้อง อ่อนเพลีย และปวดอย่างรุนแรงเมื่อมีประจำเดือนได้ สำหรับเนื้องอกมดลูกนั้นมักเป็นก้อนเนื้อที่ไม่ร้ายแรงที่โตภายในมดลูก และสามารถทำให้เกิด อาการปวดหลังล่างด้านซ้าย ร่วมกับการมีประจำเดือนผิดปกติ ปัสสาวะบ่อย และเจ็บระหว่างมีเพศสัมพันธ์
  • โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง (Ulcerative Colitis) - ลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลมีลักษณะเฉพาะโดยมีการอักเสบถาวรซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นอยู่ในส่วนของลำไส้ใหญ่ การอักเสบนี้เป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาทางเดินอาหารที่เรื้อรังทั้งหลาย เช่น ท้องร่วง อาการปวดท้อง และน้ำหนักลด อาการปวดเกร็งในช่องท้องเป็นอาการทั่วไปของโรคลำไส้ใหญ่อักเสบนี้ โดยทำให้เกิดอาการปวดจี๊ดที่หลังและท้องข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างของร่างกาย
  • การตั้งครรภ์ - อาการปวดหลังส่วนล่างด้านเดียวอาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างตั้งครรภ์ โดยขณะที่ทารกกำลังเจริญเติบโต และร่างกายของมารดากำลังปรับตัวให้รองรับทารกได้ อาการปวดอาจแตกต่างกันได้ ตั้งแต่ ปวดตุบตลอดเวลา ไปจนถึง ปวดจี๊ด ปวดเสียด การออกกำลังกาย การยืดกล้ามเนื้อ การพักผ่อน และ การรักษาเสริมเพิ่มเติมบางอย่างสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดนี้ได้ดี
  • ตับอ่อนอักเสบ (Pancreatitis) - ภาวะนี้เกี่ยวกับการอักเสบของตับอ่อน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องส่วนบนซึ่งสามารถร้าวไปยังด้านซ้ายของหลังส่วนล่างได้เช่นกัน ผู้ป่วยอาจอธิบายความเจ็บปวดเป็นอาการปวดตุบๆ ซึ่งอาการปวดนี้อาจจะรุนแรงขึ้นระหว่างการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันสูง

การตรวจและวินิจฉัยอย่างละเอียดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะตรวจ และวินิจฉัยสาเหตุข้างต้น และสาเหตุเพิ่มเติม เป็นไปได้ของอาการปวดหลังส่วนล่าง บางครั้ง การตรวจพิเศษอาจจำเป็นต้องทำเพิ่มเติมเพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้อง เช่น การฉายภาพรังสี เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) และ/หรือการตรวจเลือด สิ่งสำคัญ คือ คุณควรต้องไปพบแพทย์ทันทีหากพบหรือสงสัยว่ามีอาการข้างต้นที่ได้กล่าวมา

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่